จากกรณีปมเกาะกูดที่กำลังมีการวิพากษ์วิจารณ์ และเกิดวาทกรรมเรื่องคลั่งชาติ อีกคนที่ออกมาพูดเรื่องนี้คือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน
โดยนายจตุพร ตั้งข้อสังเกตกับการเจรจา MOU 44 ว่ารัฐบาลได้ออกอาการเร่งอย่างผิดปกติและพูดความจริงกับคนไทยไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ถ้าการเจรจาสามารถตกลงกันได้กับกัมพูชา จนร่วมมือขุดสูบพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนมาใช้ประโยชน์ได้แล้ว แต่มีปัญหาว่าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรจากพลังงานที่สูบขึ้นมาเลย เพราะได้ยกสัมปทานให้กลุ่มเชฟรอนไปเมื่อกว่า 50 ปีที่ผ่านมาแล้ว
“วันฮาโลวีน” เปิดประวัติทำไมถึงตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี
“การเร่งของรัฐบาลจึงเท่ากับทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงในการไทยต้องเสียดินแดนซ้ำรอยอีก และครั้งนี้เป็นการเสียดินแดน ที่คนไทยไม่ได้ใช้น้ำมันหรือพลังงานราคาลดลงแต่อย่างใด”
นายจตุพร ยังถามว่า ทำไมรัฐบาลไม่พูดว่าจะไปรื้อเรื่องสัญญาสัมปทานที่ไทยทำไว้กับเชฟรอนว่าจะยกเลิกอย่างไร เพราะกว่า 50 ปีที่ทำสัญญานั้นสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ยิ่งกว่านั้น การเร่งอย่างผิดสังเกตของรัฐบาล ต้องตรวจสอบ ว่า คนไทยที่ไปร่วมทำธุรกิจน้ำมันกับกัมพูชาเป็นใคร เพื่อให้ทุกอย่างได้คลี่คลายเป็นคำตอบ
นายจตุพร ยังฝากไปถึง นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าเราไม่ได้คลั่งชาติ แต่มีความรักชาติบ้านเมือง ไม่อยากเสียดินแดน ดังนั้น อย่ารีบไปหาเรื่อง ควรเริ่มทำเรื่องดินแดนให้จบก่อน และขอฝากถึงนายภูมิธรรมว่า "อย่าคลั่งผลประโยชน์นายมากกว่าประเทศ”