เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่นายทักษิณ พาดพิงในหลายกรณี โดยบอกว่า ไม่อยากตอบโต้ทางการเมืองกันไปมา เพราะไร้สาระ ทำคนเบื่อการเมือง
วันนี้ทีมข่าวจึงรวบรวม วิวาทะระหว่างนายทักษิณ กับ นายพิธา มาให้ชมว่ามีเรื่องอะไรบ้าง เรียกได้ว่า นายพิธา ก็โต้นายทักษิณ แทบทุกเรื่อง และแต่ละเรื่องก็เรียกได้ว่า ฟาดทุกดอกแล้วบอกไร้สาระ
เรื่องแรก วันที่นายทักษิณ ขึ้นเวทีปราศรัย ช่วงวันที่ 13-14 พฤศจิกายน นายทักษิณ มักใช้คำว่า "อุดรธานีเมืองหลวงคนเสื้อแดง" ซึ่งเรื่องนี้นายพิธา ก็ บอกว่า อุดรธานีไม่ใช่เมืองหลวงคนเสื้อแดง แต่ เป็น"เมืองหลวงประธาธิปไตย"
เรื่องต่อมา นายทักษิณ พูดบนเวทีปราศรัยค่ำวันที่ 14 พ.ย.ว่า นายพิธา อุตส่าห์บินจากอเมริกามา เพราะกลัวแพ้ ซึ่งนายพิธา ก็โต้กลับว่า แพ้ก็แพ้มาเยอะ ชนะมาก็แยะ มีแต่เผด็จการเท่านั้นที่กลัวแพ้เลือกตั้ง
และที่นายทักษิณ แซะป้ายหาเสียงผู้สมัครนายกอบจ.อุดรธานี พรรคประชาชนว่า เขาพิมพ์รูปคู่ทั้งกับพิธาและเท้ง ขณะที่ศราวุธลงรูปเดียวคู่กับนายกฯอิ๊งค์ ไม่ต้องใช้รูปคู่กับผม มันได้เปรียบเห็นหรือไม่ เพราะเขาต้องพิมพ์สองต่อ เราประหยัดกว่า นายพิธา ก็สวนเลยว่า เท่าที่เช็ค อัตราส่วนการติดป้ายของNo.1 กับNo.2 น่าจะ 20 ต่อ 1 เพราะฉะนั้นเรื่องความประหยัด พรรคเราประหยัดกว่า
ตามกันที่ประเด็นที่นายทักษิณ โวบนเวทีปราศรัยว่า เลือกตั้งคราวหน้าเพื่อไทยไม่มีต่ำกว่า 200 เสียง ดูจากความตั้งใจของนายกฯ อิ๊งค์ รับรองสบายมาก ไม่ต้องอาศัยพระเอกหนังเกาหลีมาช่วย เรื่องนี้นายพิธา ตอกกลับเลยว่า ก็เหมือนตอน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดเรื่องแลนด์สไลด์ ก็แค่นั้น
นอกจากนั้นยังลามไปถึงประเด็นเรื่องการเสนอแก้กฎหมาย ที่นายทักษิณพูดบนเวทีปราศรัย ช่วงเช้าวันที่ 14 พ.ย. ว่า แข่งกันออกกฏหมายใหม่ทำไม กฎหมายเก่าเฮงซวยเยอะแยะ ก่อนสร้างสิ่งใหม่ เอาสิ่งเฮงซวยออกไปก่อน ล้างซวย ซึ่งใช้คำค่อนข้างแรก
นายพิธาก็โต้แบบนิ่มๆ ว่า ข้อเท็จจริงน่าจะผิดนิดหนึ่ง ตอนที่เป็นอดีตพรรคก้าวไกล ก็ทำเรื่องกิโยตินกฎหมาย ตอนที่ขึ้นเวทีดีเบตกัน ก็จำได้ว่า พรรคเพื่อไทย ก็พูดเรื่องกิโยตินกฎหมาย งั้นก็ขอรับคำท้าคุณทักษิณ มาช่วยกันยกเลิกกฎหมายเลยดีกว่า
พอพูดเรื่องประเด็นการแก้กฎหมายแล้วก็ต้องมีเรื่องม.112 นายทักษิณ ให้สัมภาษร์ หน้าร้านแหนมเนือง ช่วงเที่ยงวันที่ 14 พ.ย.67 บอกว่า เราจะไม่แตะเรื่องม.112 แต่จริงๆ แล้วปัญหาอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งตนก็เป็นเหยื่อรายหนึ่ง นายพิธา ก็ตอบโต้ นายทักษิณ ประเด็นนี้สั้นๆว่า เข้าใจว่าที่พูดว่าม.112 เป็นสิ่งที่เขาเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน และคิดว่าปัญหาของ 112 คือคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้น ก็ขอให้นายกฯแพทองธารตั้งเลย นี่ก็ผ่านมาปีกว่าแล้ว เพื่อที่จะได้ไม่มีใครตกเป็นเหยื่อถูกกลั่นแกล้งอีก
ประเด็นสุดท้ายเรื่องนโยบาย ที่นายทักษิณ ประกาศบนเวทีปราศรัยว่า ถ้าเราทำเศรษฐกิจให้ดี ปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท และ 700 บาทในโอกาสต่อไป สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นและเห็นได้ในรัฐบาลนี้ นายพิธา ก็แซะกลับเลยว่า ตอนขึ้นเวทีดีเบตหาเสียงด้วยกัน บอก ปีแรก 400 500 600 และ 700 บาท แต่ตอนนี้ พ.ย.2567 แล้ว นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯเมื่อวันที่ 24 ส.ค.2566 ผ่านไป 14 เดือนแล้ว ค่าแรงยังไม่ขึ้น
นอกจากนี้นายพิธายังพูดด้วยว่า การมาหาช่วยหาเสียงครั้งนี้ ยังมีชาวอุดรธานี ที่กำลังลำบาก อยากได้ยินนโยบายสำหรับชาวอุดรธานีโดยเฉพาะ มากกว่า ที่จะมาฟังนโยบายระดับชาติ
นี่ก็เป็นวิวาทะระหว่านายทักษิณ และ นายพิธา ที่ต่างลงพื้นที่ไปช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งอบจ.อุดรธานีของพรรคตัวเอง ตอกย้ำเลยว่า สนามเลือกตั้งนายกอบจ.อุดรธานีดุเดือด สมเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์พื้นที่อีสานเหนือ