ซึ่งในศึก เลือกตั้งท้องถิ่น ครั้งนี้ มีจำนวน 47 จังหวัด ไม่นับรวมพื้นที่ ที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ชิงลาออกไปก่อนแล้ว โดยใน 47 จังหวัด มีอย่างน้อย 18 จังหวัดที่เป็นศึกที่พรรคประชาชน สู้กับ พรรคเพื่อไทย
อบจ.เชียงใหม่ พื้นที่ที่ได้ชื่อว่า เป็นเมืองหลวงของ ชินวัตร และถูกพรรคก้าวไกล ปัจจุบันเป็นพรรคประชาชนตีแตกไปเมื่อการเลือกตั้งสส.ปี 2566
การเลือกตั้งครั้งนี้ มี นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ จาก “พรรคประชาชน” ลงชิงนายก อบจ.เชียงใหม่ กับ “สว.ก๊อง” นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ คนปัจจุบัน จากค่ายพรรคเพื่อไทย คนสายตรงจากตระกูลชินวัตร
ก่อนหน้านี้ กระะแสของนายพันธุ์อาจดูจะดีกว่าสว.ก๊อง เพราะมี สส.กุ้ง นางทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีตสส.เพื่อไทยให้การสนับสนุน แต่ปรากฎว่าหลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วยสว.ก๊องหาเสียงช่วง 23-24 ธ.ค.67 ที่ผ่านมา และ มีรายงานว่า นายทักษิณมีการ ไปพบคนของตระกูล บูรณุปกรณ์ ทำให้สส.กุ้ง ถอยไป ก็ทำเอากระแสความนิยมของนายพันธุ์อาจลดลง
โดยหลังปีใหม่นี้ ก็มีรายงานว่า นายทักษิณ จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ช่วยสว.ก๊องหาเสียงอีกรอบ เรียกได้ว่า งานนี้ นายทักษิณ และพรรคเพื่อไทยแพ้ไม่ได้
อดีต ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดตัวมาอย่าง “เหนือเมฆ” เพราะก่อนหน้านี้ ว่ากันว่ามี “สัญญาใจ” ระหว่าง “บิ๊กเนมค่ายส้ม” กับ “สส.กุ้ง” ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อย่างไรก็ดีเมื่อปรากฏภาพ “นายใหญ่” หวนคืนบ้านเกิด แล้วไปพบกับตระกูล “บูรณุปกรณ์” ทำให้มีการเปลี่ยนตัวมาเป็น “พันธุอาจ” แทน ซึ่ง “สส.กุ้ง” ยอมหลบฉากถอยไปเบื้องหลัง โดยคู่แข่ง “พันธุอาจ” คือ “สว.ก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ คนปัจจุบัน จากค่ายเพื่อไทย ซึ่งเป็น “สายตรง” ของ “ตระกูลชินวัตร”
อบจ.ลำพูน มี “โกเฮง” นายวีระเดช ภู่พิสิฐ จาก พรรคประชาชน สมัครนายก อบจ.ลำพูน โดยโกเฮง คือ ทายาท ของ“โกเก๊า” นายประเสริฐ ภู่พิสิฐ อดีตนายก อบจ.ลำพูน และอดีตประธานหอการค้าจังหวัดลำพูน โดย “โกเฮง” เข้ามาล่มหัวจมท้ายกับ “พรรคสีส้ม” ตั้งแต่ยังเป็นพรรคอนาคตใหม่ในปี 2561 และอยู่กับพรรคเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
โดยโกเฮงจะสู้กับ นายนุสรณ์ วงศ์วรรณ นายก อบจ.ลำพูน คนปัจจุบัน ของพรรคเพื่อไทย และอดีต สส.ลำพูน 4 สมัย ทายาท พ่อเลี้ยงณรงค์
พื้นที่นี้ พรรคประชาชน ดูสูสี กับพรรคเพื่อไทย
อบจ.มุกดาหาร สมรภูมินี้ค่อนข้างดุเดือด เพราะมีแคนดิเดตท้าชิงกันถึง 3 คน ได้แก่ “ทนายเล็ก” สุพจน์ สุอริยพงษ์ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.มุกดาหาร คนโคราช แต่มาเติบโตในบ้านใหญ่ตระกูล “ทองผา” เล่นการเมืองท้องถิ่นมานาน รอบนี้ลงในนามพรรคประชาชน สู้กับ พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ นายก อบจ.มุกดาหาร คนปัจจุบัน ลงในนามกลุ่มอิสระ และนายบุญฐิน ประทุมลี อดีต สส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย
อบจ.หนองคาย พื้นที่นี้ร้อนแรงไม่แพ้กัน เมื่อ นายอุรุยศ เอียสกุล นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย หลานชายฉัตรชัย เอียสกุล อดีต สส.หนองคาย ลงสมัครนายก อบจ.หนองคาย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มพลังสามัคคี ที่ว่ากันว่ามีฐานเสียงจาก พรรคประชาชน หนุนหลัง โดยต้องสู้กับนายวุฒิไกร ช่างเหล็ก หนุ่มนักธุรกิจประกอบกิจการนำเข้า-ส่งออก จำหน่ายปลาสวยงาม ภายใต้บ้านใหญ่พรรคเพื่อไทย กับ นายยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย 5 สมัย สายตรงบิ๊กป้อม พรรคพลังประชารัฐ
อบจ.ตราด ที่ในการเลือกตั้ง สส.ปี 66 พรรคก้าวไกล ได้ สส. 1 ที่นั่ง ซึ่งเป็นโควตาเดียวของทั้งจังหวัด โดยในการเลือกตั้งนายกอบจ.รอบนี้ พรรคประชาชน ส่ง นายชลธี นุ่มหนู น้องชายศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด พรรคประชาชน และอดีต ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 กรมวิชาการเกษตร โดยมีคู่แข่งคือ นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายก อบจ.ตราด 6 สมัย สายตรงพรรคเพื่อไทย
อบจ.ปราจีนบุรี พรรคประชาชน ส่ง นายจำรูญ สวยดี นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน นักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม และเจ้าของร้านอาหารริมบ้านชาน สู้กับ “สจ.จอย” ณภาภัช อัญชสาณิชมน พรรคเพื่อไทย
นอกจากอบจ.ตราด ปราจีนบุรี โซนภาคตะวันออกยังมี จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ที่พรรคประชานต้องสู้กับบ้านใหญ่ พรรคเพื่อไทย อย่างจันทบุรี มี“นายกโจ้” ธนภณ กิจกาญจน์ นายก อบจ.จันทบุรี ลูกชาย ฤทธี กิจกาญจน์ อดีตนายก เทศมนตรีเมืองท่าใหม่ “บ้านใหญ่ท่าใหม่”
ส่วนระยอง สู้กับ “บ้านใหญ่ปิตุเตชะ” อย่าง “อาช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง 5 สมัย ตัวแทนซุ้มบ้านค่าย บ้านใหญ่ระยอง และพันธมิตรบ้านใหญ่ชลบุรี
ขณะที่อบจ.ชลบุรี พรรคประชาชน ต้องสู้กับ “บ้านใหญ่คุณปลื้ม” อย่าง วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี กลุ่มเรารักชลบุรี เป็นต้น
ขณะที่โซนภาคกลาง มี 5 อบจ. ที่พรรคประชาชนต้องสู้กับบ้านใหญ่พรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น อบจ.นครนายก นนทบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสมุทรปราการ
อย่างอบจ.สมุทรปราการ เลือกตั้งสส.ปี 2566 พรรคก้าวไกล กวาดยกจังหวัดแลนด์สไลด์ 8 ที่นั่ง โดยเลือกตั้งท้องถิ่นคราวนี้ พรรคประชาชน ส่ง “หมอเอ๊กซ์” นพดล สมยานนทนากุล ชิงนายก อบจ.สมุทรปราการ สู้กับเครือข่าย “บ้านใหญ่อัศวเหม” นำโดย นายสุนทร ปานแสงทอง อดีต รมช.เกษตรฯ กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า
ซึ่งพื้นที่สมุทรปราการ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้ความสำคัญ ถึงขนาดปลายปีที่ผ่านมา ลงพื้นที่ไปให้กำลังหมอ เอ็กซ์ ในวันรับสมัครด้วยตัวเอง
ส่วนพื้นที่ภาคใต้ มี 4พื้นที่ คือ อบจ.พังงา ภูเก็ต สุราษฎ์ธานี ภูเก็ตและสงขลา
อบจ.ที่น่าสนใจคือ อบจ.ภูเก็ต ที่เลือกตั้งสส.ปี 2566 พรรคก้าวไกล ได้ ที่นั่งสส.ครบ3ที่นั่ง เลือกตั้งท้องถิ่นรอบนี้ จึงส่ง นพ.เลอศักดิ์ ลีนะนิธิกุล ผอ.กลุ่มภารกิจด้านบริการทุติยภูมิและตติยภูมิ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ซึ่งมีคู่แข่งคนสำคัญคือ นายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต คนปัจจุบัน และหัวหน้ากลุ่มภูเก็ตหยัดได้ นายเรวัตร เคยเป็นสส.ประชาธิปัตย์ จากนั้นในปี 2562 หลังสอบตกสส. ได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ลงการเมืองท้องถิ่นเต็มตัว