Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

นัยยะ "กัมพูชา" ร้องเพลงชาติบนปราสาทตาเมือนธม เชื่อเบนความสนใจศูนย์ใหญ่แก๊งคอลฯ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วิเคราะห์นัยยะ "กัมพูชา" ร้องเพลงชาติบนประสาทตาเมือนธม เชื่อเป็นการแสดงภาพความเข้มแข็งของประเทศ เบนความสนใจ "ปอยเปต" ศูนย์ใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์

กรณีที่ได้รับความสนใจจากสังคมไม่น้อย แน่นอนว่าเป็นกรณีทหารกัมพูชารวมถึงชาวกัมพูชาจำนวนหนึ่งขึ้นมาร้องเพลงชาติกัมพูชาบริเวณปราสาทตาเมือนธม ซึ่งอยู่ในดินแดนของประเทศไทย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ แต่ทหารไทยไม่ยอมจึงมีการโต้เถียงกัน ต่างฝ่ายต่างถ่ายคลิป ยืนยันพื้นที่ประสาทตาเมือนธมอยู่ในดินแดนของไทย แต่พื้นที่คาบเกี่ยวกับพื้นที่ที่ยังปักปันไม่แล้วเสร็จ และฝ่ายไทยอนุโลม ให้กัมพูชาขึ้นมาสักการะบูชาได้ แต่ต้องไม่แสดงออกสัญลักษณ์ใด ๆ ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืน จนต่อมา มทภ.2 ทำหนังสือประท้วงกัมพูชาจากกรณีดังกล่าว

คอนเทนต์แนะนำ
ไทย-กัมพูชา กระชับสัมพันธ์ เคลียร์ปมร้องเพลงชาติ ที่ปราสาทตาเมือนธม

นัยยะ "กัมพูชา" ร้องเพลงชาติบนประสาทตาเมือนธม เชื่อเบนความสนใจศูนย์ใหญ่แก๊งคอลฯ รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
นัยยะ "กัมพูชา" ร้องเพลงชาติบนประสาทตาเมือนธม เชื่อเบนความสนใจศูนย์ใหญ่แก๊งคอลฯ

ทุกความเคลื่อนไหว “กัมพูชา” เกี่ยวโยงกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ความเห็นกับ PPTV HD36 เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า กรณีนี้เกี่ยวข้องกับปัญหาความมั่นคงแน่นอน พื้นที่นี้เป็นรอยต่อที่ติดกัน มีการกวนประสาทกันมาพอสมควร มีการเผชิญหน้าระหว่างกองกำลังของกัมพูชาและของไทย

พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า จุดดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ของไทย เขาร้องเพลงชาติในประเทศของเขา เกิดแล้วจบ อาจมีข่าวสารที่ว่าไปประทวงคืนเกาะกูดที่ประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มดังกล่าวร้องเพลงในพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ส่วนตัวมองว่าทุกอย่างเกี่ยวข้องกันหมด เป็นการแสดงออกของกัมพูชาว่า “ผมมีความเข้มแข็ง แข็งแรง ที่จะดูแลและจัดการด้วยตัวเองได้” เนื่องจากขณะนี้เราเห็นภาพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถูกไล่จากเมียนมา ไทย เขาก็เชื่อว่าเดี๋ยวจะไหลมาที่กัมพูชา

ประเด็นที่ทำให้เกิดความคึกคักและสับสนว้าวุ่น คือการออกมาเอะอะโวยวาย ซึ่งมีปัญหากันเป็นปกติ พื้นที่ชายแดนนั้นมีปัญหาอยู่เรื่อย ๆ แต่เว้นระยะเวลาอยู่พอสมควร แต่อย่าลืมว่า พื้นที่นี้อยู่ที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ขณะที่ปัจจุบันพื้นที่โอเสม็ด อุดรมีชัย ของกัมพูชา ที่ติดกับสุรินทร์ ศรีสะเกศ กำลังมีกาสิโนมาตั้ง

พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า เวลาที่กัมพูชาประท้วงจะไม่เกิดในพื้นที่ในประเทศ แต่ไปใช้ในอีกพื้นที่หนึ่ง เช่น แรงงานเมียนมามาประท้วงอยู่ที่ประเทศไทย แต่ประท้วงไปยังรัฐบาลเมียนมา เชื่อว่าต้องติดตาม เพราะเป็นเหตุการณ์ที่มีแรงจูงใจอยู่เบื้องหลังที่ทำปฏิกิริยาขึ้นมา

ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ รวมถึงเรื่องประสาทตาเมือนธมนั้น เป็นการทำให้เรากำลังหลงประเด็น เป็นการสร้างให้เกิดความฮึกเหิม ชี้ให้เห็นว่าตนเองก็แข็งแรง เป็นเหตุการณ์ที่ถูกออกแบบแล้วส่งสัญญาณให้เกิดการปฏิบัติการ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

กรณีที่ “หลิว จงอี” ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงฯ จีน เดินทางมาจัดการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้นเป็นเฟสต่อเนื่อง หลังจากที่แสดงฉากทัศน์เฟสแรกในการปราบที่ต่าง ๆ มาแล้ว เป็นการเดินทางมาโดยที่ไม่ต้องมีกองกำลังมา เป็นการมาชี้เป้าให้เห็นว่ามีที่ไทย เมียนมา และจะจัดการที่กัมพูชาต่อ เรียกได้ว่าผู้กำกับการแสดงมาเอง แต่ผู้แสดงคือพวกนี้ ตรงนี้สำคัญมาก ถ้าไทยไม่พลิกบทบาทจากตัวแสดงเป็นผู้กำกับการแสดงจะอันตราย

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

“กัมพูชา” เคลื่อนไหวเบนจุดสนใจหลักแก๊งคอลฯ “ปอยเปต”

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม กล่าวว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนกัมพูชาตอนนี้เราต้องดูว่าความมั่นคงปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง เป็นการทำให้คนสนใจไปยังจุดอื่นไหม อะไรเป็นสิ่งสำคัญ ณ ปัจจุบันนี้ มีใครจะสามารถจัดการกลุ่มคนเป็นหลาย ๆ ที่หรือไม่ ส่วนตัวคาดว่าต่อไปจะมีอีกหนึ่งจุดที่ถูกพูดถึงคือ บริเวณจังหวัดแกบ ที่จะมีการขุดคลองฟูนันเตโช

นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า ต้องไม่ลืมปัญหาที่สำคัญที่สุดในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนนี้ว่าคือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และการค้ามนุษย์ ที่มีเงินหมุนเวียนกว่าหลักแสนล้านกว่าบาท กรณีนี้ตนมองว่าเป็นการทำให้คนสนใจไปยังจุดอื่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ความจริงแล้วเขารู้ว่าคนไทยมีความเป็นชาตินิยม คิดเรื่องเกาะกูด MOU 44 เรื่องชายแดนต่าง ๆ นานา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลหากพูดถึงกัมพูชา “ปอยเปต” คือศูนย์กลางของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีคนไทยถูกหลอกไปประมาณ 3 พันคน ซึ่งเหตุการณ์ต่าง ๆ นี้เป็นการทำให้คนหันไปสนใจยังจุดอื่น

กรณีนี้ ต้องพยายามประมวลให้ดี วิเคราะห์ และจัดฉากทัศน์ออกมาให้ได้ อย่าหลุด ถ้าหลุดก็จะไปทำเรื่องอื่นก่อน เหมือนเป็นการเบี่ยงประเด็น

ส่วนการเข้ามาของ “หลิว จงอี” นายกัณวีร์ ตั้งคำถามว่า เข้ามาในฐานะอะไร เวลาเข้ามาแสดงบทบาทนั้นแสดงในฐานะอะไร กระทั่งวันนี้ (17 ก.พ. 68) โฆษกกระทรวงกลาโหมออกมาชี้แจงว่า จริง ๆ แล้วการมาของ หลิว จงอี ไม่ผิด เพราะตอนนี้ใช้ พ.ร.บ. ตรวจคนเข้าเมืองมาตรา 15 (3) ยกเว้นมาตรา 11 และ มาตรา 18 (2) รัฐบาลจีนส่งตัวมาถูกต้องตามกฎหมายสามารถอนุโลมเข้าออกประเทศไทยเพื่อมาทำงานได้

จากนั้นหากเขาเข้ามาเป็น “ผู้กำกับ” แล้ว หากเขาบอกว่าจะนำคนจีนทั้งหมดกลับประเทศจีนที่สนามบินแม่สอด ซึ่งเคยทำมาแล้วเมื่อปี 2567 และหากนำกลับไปหมดแล้ว คำถามคือแล้วกฎหมายที่เรามีทั้ง พ.ร.บ. ป้องกันการอุ้มหาย พ.ร.บ. ป้องกันการค้ามนุษย์ ไม่ศักดิ์สิทธิ์หรือ

นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า เราปล่อยให้คนเหล่านี้ที่ทำความผิดในดินแดนของไทย เข้ามาในประเทศไทย ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ดำเนินการค้ามนุษย์ ประเทศไทยต้องดำเนินคดีเสียก่อน ถ้าประเทศไทยปล่อยคนพวกนี้กลับประเทศไป เราจะไม่มีข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเส้นเงิน ช่องทางการเดินทางของคน เส้นทางอาวุธต่าง ๆ

ส่วนตัวเชื่อว่า กฎหมายจีนเฉียบขาด หากกลับไปจะโดนประหารชีวิต ติดคุกตลอดชีวิตทันที แต่เราจะไม่มีข้อมูลในมือเลย และอธิปไตยของไทยจะถูกละเมิด หรือไม่

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
นายกัณวีร์ สืบแสง สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม

วิเคราะห์ปลายทางแก้ปัญหาแก๊งคอลฯ

นายกัณวีร์ กล่าวว่า ไทยเล่นเกมในบทบาทของผู้ตามอยู่ตลอดเวลา ถึงเวลาเราตัดไฟ ตัดอินเทอร์เน็ต ตัดน้ำมัน ถึงเวลาเราให้จีนเข้าไป ถึงเวลาเราออกหมายจับ หม่อง ชิตตู เราไม่เคยมีจุดยืนด้านการทูต ตอนนี้ยุทธศาสตร์และนโยบายการทูตระหว่างไทยกับเมียนมาคืออะไร

เมื่อตนถามกระทู้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ตอบกระทู้ว่าเป็นการถูกแบบเงียบ ๆ Quite Diplomacy จึงกลายเป็นการเงียบเกินไป เราต้องเปลี่ยนไปคุยที่เมียวดี สิ่งที่ หลิว จงอี ทำต้องเป็นสิ่งที่เราทำ ส่วนตัวไม่เคยเห็นรัฐมนตรีไทยคนไหนในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ไปคุยกับหม่อง ชิตตู

นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า การออกหมายจับ หม่อง ชิตตู ไม่ได้แก้ปัญหายั่งยืน ต้นเหตุของปัญหา ณ ปัจจุบันคือ สันติภาพในเมียนมา ถ้ามีพื้นที่ให้ภาครัฐสามารถเข้าถึงในทุกอณูของประเทศได้ ทำให้เมียนมาจะไปปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เอง ไม่มีการแทรกแซงจากที่อื่น เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้จึงมีการแทรกแซงจากรัฐอื่น ๆ

นายกัณวีร์ แนะนำว่าให้รัฐบาลสนับสนุน ประสานงานกับกลุ่มกะเหรี่ยงเมียนมาอย่างชัดเจน ให้เมียนมาจัดการกับเมียนมาเอง จีนมาวันนี้ มะรืนก็กลับประเทศแล้ว ให้ไทยทำความรู้จักกับพี่น้องชาวกะเหรี่ยง ใช้ความสัมพันธ์แบบแทรกแซงอย่างสร้างสัน ทำให้ได้ แล้วสันติภาพจะเกิดขึ้นที่ชายแดน ซึ่งจะเป็นสะพานที่สร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในอนาคตในประเทศเมียนมาทั้งหมด แล้วกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ก็จะไม่มี

ขณะที่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ไทยต้องไม่เดินตาม เป็นเรื่องแปลกที่จนถึงขณะนี้แล้วไทยยังไม่มีศูนย์ปฏิบัติการรับผิดชอบเฉพาะกิจสำหรับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไทยต้องจัดศูนย์นี้ขึ้นมาเพื่อจัดระเบียบความมั่นคงชายแดนและระเบียบทางการค้าคู่กันไป เพราะทางการค้าก็ได้รับผลกระทบจากการตัดไฟตัดอินเทอร์เน็ตตัดน้ำมันเช่นเดียวกัน ต้องเซ็ตทั้งโครงสร้าง สนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์ กฎหมาย แต่ไทยยังอยู่ในบทผู้ตามอยู่ ไทยต้องพลิกตัวกลับ

พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ความลงตัวบริเวณชายแดนมีขึ้นได้อยู่แล้ว โดยพื้นฐานกะเหรี่ยงไม่ได้ประสงค์ธุรกิจสีเทา ต้องการความอยู่ร่วมกันได้เท่านั้น ตรงนี้รัฐบาลไทยต้องชิงนำ เพราะทรัพยากรหลักอยู่ที่ไทย จึงต้องจัดระเบียบความมั่นคงทางชายแดนให้แข็งแกร่ง แต่ทุกวันนี้เหมือนเป็นการติดตามเหตุการณ์ไปวันวัน

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ