ชำแหละปัญหา "ประกันสังคม" ชี้ช่องโหว่ - ข้อสังเกต สิทธิทำฟัน - Web App

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"เกศนคร" ชำแหละปัญหา "ประกันสังคม" ชี้สิทธิทำฟันผลประโยชน์ตกที่คลินิก เห็นด้วยแนวทางรวมกองทุน ส่วน Web App ใช้งบกว่า 20% ยังไม่เป็นรูปธรรม น่าตั้งข้อสังเกตพิรุธทุจริต

ดรามา “ประกันสังคม” เป็นเรื่องร้อนแรงที่ถูกพูถึงอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มจากที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาพูดถึงเรื่องงบประมาณของสำนักงานประกันสังคม รวมถึงตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ก่อนที่กระทรวงแรงงานผู้รับผิดชอบในเรื่องประกันสังคมจะออกมาชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ

อย่างไรก็ดี สังคมยังตั้งคำถามว่านอกเหนือจากนี้ยังมีอะไรซุกอยู่ใต้พรมอีกหรือไม่ และปัญหาเหล่านั้นควรได้รับการแก้ไขอย่างไรก่อนประกันสังคมจะล่มสลายลง

คอนเทนต์แนะนำ
สส.ไอซ์ ชำแหละงบประกันสังคม ทริปดูงานหรู-ตั้งงบ 100 ล้าน Call Center แต่สายไม่เคยว่าง

นางสาวเกศนคร พจนวรพงษ์ โฆษกทีมประกันสังคมก้าวหน้า รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
นางสาวเกศนคร พจนวรพงษ์ โฆษกทีมประกันสังคมก้าวหน้า

เจาะปัญหา "ประกันสังคม"

21 ก.พ. 68 นางสาวเกศนคร พจนวรพงษ์ โฆษกทีมประกันสังคมก้าวหน้า แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk ระบุว่า หากพูดถึงเรื่องสวัสดิการรักษาพยาบาลของประกันสังคม ในภาพใหญ่อาจมองว่าบอร์ดประกันสังคมมีอำนาจในการดูแลเกี่ยวกับสิทธิรักษาพยาบาล

แต่โครงสร้างของประกันสังคม ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม แบ่งออกเป็น 4 บอร์ด แบ่งเป็นฝ่ายผู้ประกันตน ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายรัฐบาล ซึ่งบอร์ดประกันสังคมเป็นเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น และมาจากการเลือกตั้ง ส่วนอีก 3 บอร์ดไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

ทว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้า ไม่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิการรักษาพยาบาล เช่น หากต้องการผลักดันสิทธิรักษาพยาบาล รับยาฟรีใกล้บ้าน จะต้องส่งต่อไปให้บอร์ดแพทย์พิจารณา และถ้าบอร์ดแพทย์ไม่ให้ผ่าน สิทธินั้นก็เกิดขึ้นไม่ได้

นางสาวเกศนคร กล่าวต่อว่า ปัญหาใหญ่คือ บอร์ดแพทย์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มาจากการแต่งตั้งของรัฐมนตรี สิ่งที่น่าสนใจคือ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเพิ่งได้เห็นโฉมหน้าของบอร์ดแพทย์หลังจากผ่านไปแล้ว 1 ปี เพราะที่ผ่านมาทราบเพียงว่าประธานเป็นใคร แต่คณะกรรมการอีก 15 จากทั้งหมด 16 คน ไม่เคยเห็น

ส่วนเรื่องของตำแหน่ง สัดส่วน นางสาวเกศนคร กล่าวว่า อาจยังไม่ใช่จุดสำคัญของประกันสังคม ปัญหาอยู่ตั้งแต่ตัวกฎหมาย ที่มีบอร์ดแพทย์แยกออกมาจากบอร์ดประกันสังคม ส่วนตัวคิดว่าการที่มีฝ่ายผู้ประกันตนเข้าไปอยู่ในบอร์ดแพทย์ด้วยอาจเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ

แต่ในทางปฏิบัติแม้กระทั่งตัวบอร์ดประกันสังคมที่ดูเหมือนจะมาจากการเลือกตั้งนั้น ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยขนาดนั้น เพราะปกติแล้วฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายนายจ้างจะรักกันดี เพราะฉะนั้นปัญหาอาจไม่ใช่สัดส่วนใครเท่าไหร่ แต่คือความจำเป็นในการแก้ในระดับโครงสร้างกฎหมายทั้งหมด เพื่อให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นอิสระมากที่สุด

เปิดช่องโหว่ใหญ่ "สิทธิทำฟัน" ประกันสังคม - เห็นด้วยแนวทางรวมกองทุน

นางสาวเกศนคร กล่าวว่า สิทธิด้านทันตกรรมหรือสิทธิการทำฟัน เป็นหนึ่งในนโยบายที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าผลักดันว่าจะเพิ่มเข้ามา แต่ทางปฏิบัติไม่ได้มีอำนาจในส่วนนั้น แต่ปัญหาหลักของการทำฟันไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน แต่คือไม่มีการกำหนดราคาทำฟัน เช่น หากการทำฟันเพิ่มเป็น 1,500 บาท ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าค่าขูดหินปูนจะไม่เพิ่มเป็น 1,500 บาทตาม

เพราะฉะนั้น ถ้าเพิ่มสิทธิรักษาฟันโดยไม่ทำกระบวนการอื่น ผลประโยชน์จะไม่ได้อยู่ที่ผู้ประกันตน แต่จะอยู่ที่คลินิก เพราะที่ผ่านมาค่าทำฟันนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และแม้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยังคงทำได้แค่ขูดหินปูนอยู่ดี และค่าขูดหินปูนนั้นก็ไม่อยู่นิ่ง

นางสาวเกศนคร เผยว่าทุกวันนี้ การรักษาพยาบาลประกันสังคมใช้งบประมาณประมาณ 7 หมื่นล้านบาทต่อปี ดูแลงบประมาณโดยบอร์ดแพทย์ แนวทางในการรวมกองทุนเป็นสิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเห็นด้วย ผู้ประกันตนบางส่วนอาจมองว่าข้อดีของการรักษาพยาบาลผ่านประกันสังคมคือ สามารถรักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้ ซึ่งให้ความรู้สึกว่าได้ยกระดับขึ้นมาจาก สปสช. เล็กน้อย

ทว่าหากรวมกองทุน นอกจากเราจะสามารถนำเงิน 7 หมื่นล้านแบ่งไปไว้กองอื่นแล้ว ยังสามารถทำสิทธิรักษาพยาบาล Top-up ขึ้นมาได้ โดยมี สปสช. เป็นฐาน

นางสาวเกศนคร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การรวมกองทุนอยู่ในระดับการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งอำนาจของบอร์ดประกันสังคมไม่ได้อยู่ในจุดนั้น จึงพยายามผลักดันผ่านการใช้พื้นที่บอร์ดประกันสังคมศึกษาในเรื่องนี้ต่อไป

ส่วนเรื่องการผลักดันงบประมาณพอหรือไม่พอนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะการอ้างเรื่องงบประมาณจะเป็นคำอ้างโดยผู้มีอำนาจ ซึ่งเขาไม่ได้เห็นด้วยกับเป้าหมายตรงนั้นจึงกล่าวว่างบประมาณไม่เพียงพอ แต่เราก็เห็นกันมาตลอดว่าการจัดสรรงบประมาณนั้นมีปัญหาอยู่แล้ว ส่วนตัวจึงมองว่าการจัดสรรงบประมาณแบบใหม่มีความเป็นไปได้อยู่ เพราะทุกอย่างนั้นเกี่ยวข้องกับผู้ถืออำนาจ และผู้ถืออำนาจนั้นจะมีทิศทางแบบไหน แม้จะยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

ชำแหละ "Web App" โครงการน่าตั้งข้อสังเกตพิรุธทุจริต

นางสาวเกศนคร กล่าวว่า งาน Hackathon ที่เพิ่งจัดไปเป็นการกางงบประมาณของประกันสังคมออกมาสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทาง กมธ. ได้รับมาจากสำนักงานประกันสังคม ยอดทั้งหมดที่ประกันสังคมสามารถใช้ได้ต่อปีคือ 10% ของเงินสมทบที่เข้ามา ซึ่งรัฐมนตรีและปลัดอ้างว่าใช้ไปแค่ 3% เท่านั้น

ทว่า 10% เท่ากับมูลค่าประมาณ 2 หมื่น 5 พันล้านบาท เพราะฉะนั้น 3% เท่ากับ 6 พันล้าน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใหญ่มาก หรืออาจเยอะกว่างบประมาณของบางกระทรวงด้วยซ้ำไป และเงิน 10% นี้ไม่เคยมีการเผยแพร่ต่อสาธารณะเลยว่าบริหารจัดการอย่างไร เนื่องจากเป็นเงินนอกงบประมาณ ไม่ต้องประกาศผ่านสภา เหมือนเป็นเดนสนธยา

นางสาวเกศนคร กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการ Web App หรือโครงการ 850 ล้าน เป็นระบบหลังบ้านของประกันสังคมตัวใหม่เพื่อทำให้ระบบลื่นไหล เบิกจ่ายรวดเร็วมากขึ้น แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตมากมาย

อย่างแรกคือการประกวดราคา โดย 850 ล้านบาทเป็นราคากลางที่รัฐตั้งไว้ แต่คนที่มาประมูลราคานั้นประมูลต่ำลงมาเล็กน้อย ทั้งที่การประมูลโครงการรัฐที่ใหญ่ขนาดนี้ คนจะแข่งกันทำให้ราคาถูก เพื่อให้ชนะ แต่กลับมีผู้ประมูลแค่ 2 ราย และราคาที่ประมูลมานั้นแตกต่างกันเล็กน้อยกับราคากลางมาก ๆ รวมถึงปัจจุบันโครงการนี้ยังไม่เสร็จ หลังจากครบกำหนดสัญญาเดิมเมื่อปี 2566 ทว่ามีการยื่นหนังสือต่อเวลาโดยอ้างว่ามาจากสถานการณ์โควิด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสิ้นสุดไปแล้วเมื่อช่วงที่ทำสัญญา ทำให้น่าตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพิรุธการทุจริต

อีกประเด็นหนึ่งคือ ค่าปรับที่ยังไม่มีการส่งมอบหลังจากที่ผ่านไปแล้ว 193 วันหลังจากที่ขอละเว้น รวมเป็นเงินประมาณ 163 ล้านบาท ปรับวันละ 8 แสนบาท อีกทั้งทุกวันนี้อยู่ในกระบวนการตรวจสอบการตรวจรับ แต่ตรวจรับมาได้เกือบปีแล้ว เมื่อ Web App ยังไม่เสร็จ ประชาชนก็ยังไม่สามารถใช้บริการได้ จนนำไปสู่ปัญหาถัดไปคือ ตัว Web App ที่คาดหวังว่าจะเป็นระบบพื้นฐานการทำงานของประกันสังคมไม่เสร็จสักที ทำให้การดำเนินการหน้างานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ช่วยลดภาระหน้างาน

อีกหนึ่งข้อสังเกตคือการจัดสรรงบประมาณสำหรับ Web App น่าตั้งข้อสังเกตเช่นกัน โดยงบไอทีใช้ที่ปีละประมาณ 20% ของทั้งหมด ขณะเดียวกันงบหน้างานของสำนักงานประกันสังคมสาขาต่าง ๆ กว่า 120 หน่วยทั่วประเทศ ได้รับการจัดสรรงบประมาณแค่ 13% ทั้งที่ไอที ณ ขณะนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้ รวมถึงบริการอื่น ๆ อย่างแอปฯ SSO+ ที่สแกนบัตรประชาชนไม่ติดสักที สแกนหน้าไม่ได้ จ่ายเงินผ่านแอปฯ ไม่ได้ ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่แล้ว ยังเป็นการเพิ่มภาระเจ้าหน้าที่

ชี้ปัญหาใหญ่ประกันสังคม บริหารไม่โปร่งใสเท่าที่ควร

นางสาวเกศนคร กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดจะเห็นอยู่ 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือการบริหารจัดการงบประมาณ และการที่ประกันสังคมอยู่ภายใต้กระทรวงแรงงาน ไม่เป็นองค์กรอิสระ เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติต่อให้มีฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เจ้ากระทรวงก็เป็นรัฐมนตรีเป็นปลัดเป็นประธานบอร์ด รวมถึงผู้ดำเนินงานทั้งหมดเป็นข้าราชการ และพนักงานประกันสังคม

ในทางปฏิบัติ ต่อให้มีการเลือกตั้งแล้ว แต่ถ้ายังอยู่ภายใต้ระบบแบบนี้ทำให้การบริหารงานไม่มีความโปร่งใสเท่าที่ควร

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ