วันที่ 28 ก.พ. 2568 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษก คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ แถลงข่าวกรณีกมธ.ติดตามงบฯ ไม่สามารถตรวจสอบการใช้งบประมาณย้อนหลังของประกันสังคมได้ ว่า เมื่อวานกรรมาธิการฯได้เชิญสำนักงานประกันสังคมและบอร์ดทั้ง 3 ฝ่ายมาประชุม แต่ตัวปลัดกระทรวงแรงงายที่นั่งเป็นประธานบอร์ด ไม่ได้มาด้วยเนื่องจากติดตามรัฐมนตรีไปทำภารกิจต่างประเทศ
น.ส.รักชนก กล่าวว่า บรรยากาศในการประชุมเมื่อวาน เป็นการประชุมครั้งแรกไม่ว่าจะหน่วยงานไหนที่มารวมถึงตัวแทนกรรมาธิการทุกคนมีความเห็นตรงกันว่า รับไม่ได้กับการทำแบบนี้ ซึ่งในการประชุมของคณะกรรมาธิการ ได้เริ่มจากการพูดถึงเรื่องโครงการเว็ปแอป 850 ล้านบาท ตนยืนยันว่าเห็นถึงความสำคัญของโครงการนี้ เพราะในช่วงโควิดผู้ประกันตนไม่สามารถเบิกเงินตามสิทธิ์ได้เพราะระบบหลังบ้านล้าหลัง ทำให้การเบิกจ่ายถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ทุกคนในกรรมธิการเข้าใจว่าต้องทำระบบหลังบ้านใหม่
" แต่สิ่งที่ทุกคนถามคือพิรุธที่เกิดขึ้นในการทำโครงการ ตั้งแต่การที่รับงานมาในช่วงโควิด ซึ่งผู้ที่รับงานมาต้องรู้ถึงข้อจำกัด แต่สุดท้ายทำไม่เสร็จ สุดท้ายมีการปรับเงินเกิดขึ้นจำนวน 193 ล้านบาท แต่ทางบริษัทอ้างระเบียบของกรมบัญชีกลาง ว่าในช่วงโควิดสามารถยกเว้นค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้สำนักงานประกันสังคมก็เห็นด้วยให้ยกเว้น ทำให้บริษัทถูกปรับจริง ๆ แค่วัน 7-8 วันละ 8 แสนบาท " น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก ยังกล่าวว่า ตนได้สอบถามไปว่าโครงการนี้จะเสร็จเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่ตัวแทนจากฝั่งนายจ้างซึ่งอยู่ในบอร์ด ตอบกลับมาโครงการนี้มีความสำคัญไม่ต้องตรวจสอบเพราะโครงการนี้เปิดเผยโปร่งใสอยู่แล้ว ตัวแทนฝั่งนายจ้างไม่ยินดีที่จะให้ข้อมูลอะไรกับกรรมาธิการเลย เป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง บทสนทนาเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่นถามอย่างตอบอย่างอยู่ตลอดเวลา
ประธานกรรมาธิการจึงขอเอกสารไป 9 อย่าง เช่น TOR , Proposalหรือข้อเสนอ ของแต่ละบริษัทที่ยื่นเข้ามาประมูล ทางผอ. ของอนุไอทีฯ ก็แสดงอาการชัดเจนว่ามีปัญหาไม่อยากส่งเอกสารให้กับกรรมาธิการโดยอ้างความเป็นห่วงด้านข้อกฎหมาย ซึ่งคุยกันไปประมาณ 30 นาที จนต้องให้กรมบัญชีกลางชี้แจงว่าเปิด TOR ได้ ถ้าเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในกรรมาธิการต่างบอกว่าสามารถเปิดได้
หลังจากนั้นตนรู้สึกว่าบรรยากาศ เริ่มเข้าสู่เรื่องไร้สาระ เพราะเราขอทุกอย่างตามกฎหมายก็ควรจะให้ได้อยู่แล้ว ตนจึงถามประกันสังคมไปตรง ๆ เลยว่าที่ผ่านมาสำนักงานไม่เคยส่งเอกสารอะไรใด ๆ ให้กับหน่วยงานไหนหรือว่าให้กับใครที่ขอเอกสารเลยใช่หรือไม่ และที่ผ่านมาหลายหน่วยงานที่มีโครงการส่อเอื้อทุจริตแบบนี้ ทางกรรมาธิการขอเอกสารไปก็ได้มาตลอด มีแค่สำนักงานประกันสังคมที่ไม่ยินดีที่จะให้เอกสารอะไรเลย ทางผอ.ฝ่ายไอทีพูดอย่างชัดเจนว่าไม่สะดวกใจ ตัวแทนนายจ้างก็บอกว่าไม่สนข้อกฎหมายจะว่ายังไง ไม่ให้ก็คือไม่ให้ ตนก็ได้ชี้แจงว่า พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ต้องอยู่เหนือกว่ามติทุกอย่าง จนสุดท้ายทางตัวแทนสำนักงานประกันสังคมก็รับปากว่าจะกลับไปดูเอกสารให้และส่งกลับมา
" ในกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตไปยัง ป.ป.ช. ว่า โครงการนี้มีพิรุธชัดเจน จากทั้งหมดที่พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง คิดว่าสอบพิรุธชัดเจนว่ามีอะไรไม่ปกติแน่นอน อีกเรื่องที่เถียงกันอย่างดุเดือด คือตนเรียกร้องให้มีการเปิดรายงานการประชุมของทุกบอร์ดในสำนักงานประกันสังคม 2 ปี แต่บอร์ดฝั่งนายจ้างยืนยันว่าไม่ยินดีจะให้ หากไม่มีอะไรที่ต้องปกปิดไม่ได้ส่อทุจริต ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวตนก็ไม่แน่ใจว่าคนเหล่านี้กลัวอะไรกัน ยืนยันว่าหากไม่มีการเปิดรายงานหล่านี้ตนจะทำหนังสือถามไปยัง PDPA หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ว่าเอกสารเหล่านี้เปิดได้หรือไม่หากยังไม่ยอมอีกก็จะไปฟ้องศาลปกครองให้เปิดเผยเอกสาร " นางสาวรักชนกกล่าว
นอกจากนี้น.ส.รักชนก ระบุว่า ตนได้รับหนังสือกำชับเรื่องการเปิดเผยข้อมูลราชการจากพลเมืองดีที่ส่งไปยัง ผอ. ทุกสำนัก ว่า การนำข้อมูลเอกสารของราชการ ไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก โดยมีเจตนาเพื่อก่อให้เกิดผลกระทบต่อสำนักงานถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ยังบอกได้ว่าหากพบว่ามีบุคคลใดในสังกัดของสำนักงานประกันสังคมกระทำการในลักษณะดังกล่าวจะขอให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบของราชการทันที
" นี่คือการปิดปากคนภายในหน่วยงานไม่ให้นำส่งเอกสารให้กับกรรมาธิการหรือคนที่เรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลหรือไม่ นี่คือการจงใจปิดบังเก็บงำความลับเก็บงำทุกพิรุธของการใช้งบประมาณภายใต้สำนักงานประกันสังคมใช่หรือไม่ หากท่านไม่ได้ทำอะไรผิดหากโปร่งใสตรวจสอบได้เหมือนที่ท่านยืนยันเสมอมาท่านกลัวอะไรกับการตรวจสอบทำไมต้องส่งหนังสือฉบับนี้ร่อนไปถึงหน่วยงานของสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ " น.ส.รักชนกกล่าว
เมื่อถามว่า กลไกตามกฎหมายที่ดำเนินคดีได้ถ้าเขาข่มขู่คนในไม่ให้เผยแพร่ทำอะไรได้บ้าง น.ส.รักชนก กล่าวว่า อาจจะไม่เข้าข้อกฎหมายอะไร แบบเป็นการกระทำที่ชัดเจนว่าข่มขู่คุกคามใช้อำนาจที่ตัวเองมี ทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกไม่สบายใจและไม่ปลอดภัย
ส่วนที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับปากว่าจะดำเนินการให้ขณะนี้ทำหรือยังนั้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า ท่านก็แสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ปัญหา หลายอย่าง แต่ท่านเองก็เป็นหนึ่งคนที่ยืนยันเช่นเดียวกันว่าการจะเข้าถึงข้อมูลมันยากมาก ซึ่งเป็นเรื่องแปลก
" ดิฉันขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าถ้าเป็นแบบนี้ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คุมกระทรวงไม่ได้ ท่านรัฐมนตรีคะ เอายังไงดีกับเรื่องนี้หรือจะออกนโยบายอะไรผ่านรัฐมนตรี ให้ปรับปรุงอะไรในสำนักงานหน่อยไหมต้องฝากไปทั้ง 2 ท่าน และสอบถามถึงความจริงใจของ 2 ท่านนี้ " น.ส.รักชนก กล่าว