"ปกรณ์วุฒิ" ซัด รัฐบาลบีบซักฟอกเหลือ 2 วันหวังให้ประชาชนได้สาระน้อยสุด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ปกรณ์วุฒิ" ซัด จุดประสงค์รัฐบาลบีบซักฟอกเหลือ 2 วัน คือพยายามให้ฝ่ายค้านพูดน้อยที่สุด - ประชาชนได้รับเนื้อหาสาระน้อยสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV HD36 ประเด็นศึกซักฟอกรัฐบาลที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้ โดยนายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ปกติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะตั้งต้นว่าฝ่ายค้านต้องการกี่ชั่วโมง หากฝ่ายรัฐบาลอยากต่อรองขอลดชั่วโมงค่อยตกลงกัน และทางฝ่าย ครม. ต้องการกี่ชั่วโมง จากนั้นนำจำนวนชั่วโมงมาบวกกัน และหาจุดที่เหมาะสมว่าควรใช้กี่ชั่วโมง

คอนเทนต์แนะนำ
มองโอกาสผุดพรรคใหม่ โอกาสใหม่แซงเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV HD36 รายการเปิดโต๊ะข่าว
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV HD36

สัปดาห์ที่แล้วพรรคเพื่อไทยมาเพื่อแจ้งความต้องการว่าจะอภิปราย 2 วัน หากไม่รับข้อเสนอทางพรรคจะเดินออกจากห้อง ทำให้ผลการเจรจาออกมาไม่สมเหตุสมผลและเพิ่งได้ข้อสรุปเมื่อวาน

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ในตอนแรกตนเสนอว่าฝ่ายค้าน 30 ส่วน ครม. 12 ส่วนประธานก็เฉลี่ยวันละ 1 ชั่วโมง ก็จะรวมเป็น 3 วันที่ลงตัว และแต่ละวันจะเลิกประมาณเที่ยงคืน แต่จากกรณีที่ทางนั้นตั้งธงมา 2 วัน ทำให้เกิดความลำบาก ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่ถอยเลย ส่วนประธานวิปรัฐบาลเดินออกจากห้องไปก่อน และบอกว่า “ไม่ใช่แม่ค้ามานั่งต่อรองกัน” ในขณะที่ตนเสนอ 30 ฝั่งนั้นตอบกลับมาว่า 23 แล้วแบบนี้ใครเล่นการเมืองแบบพ่อค้าแม่ค้ามากกว่า? แต่พอประธานวิปฯ ออกไปก็เจรจากันราบรื่นมากขึ้น

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า เรื่องเวลาในการอภิปรายนั้น ทางฝั่งตนเป็นผู้เตรียมข้อมูล ดังนั้นจึงทราบว่าควรใช้เวลาเท่าไหร่ ซึ่งการบีบเวลาให้มีเวลาแค่ 2 วัน แบบไม่สนใจชั่วโมง ทำให้ไม่มีใครฟัง จากตอนแรกที่พยายามจะปิดปากฝ่ายค้านด้วยการลดเวลา พอได้เวลาแบบที่ตนร้องขอ กลายเป็นว่าปิดหูปิดตาประชาชนแทน ไม่ให้ข้อมูลได้รับความสนใจเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยขอครม. 5 ชั่วโมงแต่ฝ่ายค้านอยากให้เวลาเพิ่มคือ 12 ชั่วโมง เพราะเกรงว่าจะน้อยไป

ซึ่งนายวิสุทธิ์ นำเอกสารประวัติศาสตร์การอภิปรายมาโชว์ให้ดูว่า การอภิปรายมีประมาณ 2 วัน แต่สมัยที่ตน เป็น สส. ใหม่ ๆ ชุดที่ 25 ปี 62 – 66 การอภิปรายใช้เวลา 4 วันทั้ง 4 ครั้ง ในอดีตที่ผ่านมามีแค่ท่านเดียวที่อภิปราย 3 วัน ซึ่งเรื่องของการดำรงตำแหน่งที่จะเปลี่ยนแปลงตามเวลาอภิปราย ไม่น่าสมเหตุสมผล และในท้ายที่สุดแม้จะสมเหตุสมผลหรือไม่สมเหตุสมผล หากฝ่ายค้านใช้เวลาเยอะและพูดซ้ำซาก ผลเสียก็ตกอยู่กับฝ่ายค้านและผลประโยชน์ตกอยู่กับฝ่ายรัฐบาล แสดงให้เห็นว่า ถึงขอเวลาเยอะไปก็ใช่ว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุด

เมื่อผลออกมาว่า ฝ่ายค้านได้ 28 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลได้ 7 ชั่วโมง จะปรับแผนอย่างไร นายปกรณ์วุฒิ ตอบว่า ยังเป็นการพูดคุยระหว่างเรากับพรรคร่วมฝ่ายค้าน และคงต้องปรับแผน กำลังพิจารณากันว่าจะวางตำแหน่งลำดับผู้อภิปรายอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมานายวิสุทธิ์ก็ไม่อยากให้เลิกดึกเกินไปเพราะไม่มีประโยชน์ ประชาชนก็ไม่สนใจฟัง ตนก็เห็นด้วย

แต่ครั้งนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นท่านถึงได้ยืนกระต่ายขาเดียวแบบนี้ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ การประชุมครั้งที่แล้วพรรคเพื่อไทยเดินเข้ามาแล้วบอกว่าต้อง 2 วันเท่านั้น ไม่อย่างนั้นไม่เจรจาต่อ เกิดขึ้นหลังจากท่านนายกฯ พูดไปแล้วว่าไม่มีปัญหา 30 ชั่วโมง 30 วันยังได้ แต่ผ่านมาแค่ชั่วโมงเดียว พรรคเพื่อไทยมาบอกว่าให้แค่ 2 วัน

ตนคิดว่า กรณีนี้แปลได้หลายอย่าง อย่างแรก ท่านนายกฯไม่มีภาวะผู้นำในฐานะหัวหน้าพรรค เป็นหนึ่งในข้อหาที่เราใส่ในญัตติ เพราะไม่สามารถสั่งการพรรคตนเองได้เลย 2. ท่านนายกฯหน้าอย่างหลังอย่าง ทำเป็นบอกว่าพร้อม แต่ไปสั่งการลูกพรรคว่าแค่นี้พอ 3. อาจมีใครบางคนเข้ามาบอกว่าให้พวกนี้พูดแค่ 2 วันพอ ถ้าไม่ได้ก็อาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ในวิปรัฐบาล

นายปกรณ์วุฒิ มองว่า เขาพยายามหลีกทุกทางให้เราพูดได้น้อยที่สุด และให้ประชาชนได้รับเนื้อหาสาระน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตนคิดว่านี่คือจุดประสงค์ของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งจะเป็นงานยากแต่ตนจะทำให้ดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดที่มี ถึงรัฐบาลจะปิดกั้นแค่ไหนแต่เราจะเต็มที่แน่นอน

ซึ่งนอกจากนายทักษิณ การอภิปรายจะไปถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ด้วยหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ ตอบว่า ไม่ขนาดนั้น ตอนแรกที่ยื่นญัตติ เราใส่ชื่อแค่นายทักษิณ พอขอให้เปลี่ยนก็เปลี่ยนให้เป็นบุคคลในครอบครัว จึงอาจมีการตีความกันว่าไม่ได้หมายถึงทักษิณคนเดียวหรือไม่ แต่เจตนาฝ่ายค้านเราชัดเจนตั้งแต่แรก แค่ท่านประธานสภาฯ ไม่อนุญาต

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ