Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

”ชาญชัย“ แฉ ใบเสร็จ รพ.ตำรวจ ของ “ทักษิณ” มีแต่ค่าห้อง ไม่ได้รักษาอาการป่วยจริง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีคดีชั้น 14 ของ “ทักษิณ” ล่าสุด “ชาญชัย” ส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลฎีกา ไฮไลต์เด็ดใบเสร็จค่าใช้จ่าย เพราะมีแต่ค่าห้องไม่เห็นมีค่ารักษา

วันที่ 29 พ.ค. 68 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เตมียเวส ,นายสมชาย แสวงการ ,นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ และ นายนิติธร ล้ำเหลือ เดินทางไปที่ศาลฎีกา เพื่อยื่นคำร้องขอส่งมอบพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ในคดีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจขณะถูกคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

”ชาญชัย“ แฉ ใบเสร็จ รพ.ตำรวจ ของ ”ทักษิณ“ มีแต่ค่าห้อง ไม่ได้รักษาอาการป่วยจริง ช่างภาพพีพีทีวี
นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ แฉใบเสร็จโรงพยาบาลตำรวจของ ทักษิณ ชินวัตร

นายชาญชัย บอกว่า หลังจากที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องตัวเองไว้เพื่อไต่สวนเอง และทำสำนวนส่งไปให้หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อทำคำชี้แจงภายในวันที่ 30 พ.ค. 68 ก่อนจะมีการไต่สวนวันที่ 13 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ ปรากฏว่าที่ผ่านมายังไม่ได้มีการเรียกตัวเองมาไต่สวน วันนี้จึงถือโอกาสส่งคำชี้แจงเพิ่มเติมในหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมด

มองว่า ประเด็นการพิจารณาไม่ใช่เรื่องของนายทักษิณเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่กระบวนการยุติธรรมถูกทำลาย และมีอำนาจรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง นี้จึงมายื่นเอกสารเพิ่มเติมที่ชี้ชัดให้เห็นว่า นายทักษิณไม่ได้ป่วยจริง โดยขอให้ศาลออกหมายเรียกข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ยกตัวอย่างเช่น เวลาไปโรงพยาบาล จะต้องมีใบเสร็จรับเงินที่บ่งบอกว่าเป็นการตรวจโรคอะไรบ้าง จากนั้นหมอก็จะสั่งจ่ายยา ซึ่งใบเสร็จก็จะมีทั้งส่วนของโรงพยาบาลและคนไข้ ซึ่งจากข้อมูล พบว่า ใบเสร็จการจ่ายค่ารักษาพยาบาลของนายทักษิณเป็นการจ่ายค่าห้องพักเท่านั้น ไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาล

นั่นหมายความว่า ไม่ได้มีกระบวนการรักษาจริง อย่าว่าแต่เป็นผู้ป่วยวิกฤติ ซึ่งบอกว่า ลักษณะแบบนี้เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน พร้อมท้าว่า ถ้านายทักษิณรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลตำรวจจริงก็ให้โชว์ใบเสร็จการรักษาพยาบาล จะได้ไม่ต้องให้คนอื่น ๆ นับสิบคนต้องติดคุกแทน

ขณะที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังยืนยันว่า ตัวเองเป็นประจักษ์พยานที่เคยเข้าพบนายทักษิณขณะรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจ แม้ว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวจะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันแต่มองว่าประเทศชาติประชาชนและสถาบันสำคัญมากกว่า เลยไม่อยากปล่อยให้นายทักษิณย่ำยีประเทศชาติต่อไป เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องตัดความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง และทำความเป็นจริงให้ปรากฏ

ยืนยันว่าขณะที่ตัวเองไปเยี่ยมนายทักษิณที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 สองครั้ง นายทักษิณไม่ได้อยู่ในอาการป่วยจริง ภายในห้องพักไม่มีแพทย์พยาบาลหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์คอยคุมผู้ต้องหาเลยแม้แต่คนเดียว ขั้นตอนการเข้าพบก็จะมีคนไปรับที่ชั้นใต้ดิน ซึ่งขณะนั้นก็ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่เลยสักคน ส่วนของการเข้าพบ นายทักษิณตัวเองมีหลักฐานเป็นแชทข้อความการนัดหมายวันเวลาเข้าพบซึ่ง มีการลงคิวไว้อย่างชัดเจนนั่นหมายความว่าไม่ได้มีแค่ตัวเองที่เข้าพบได้ต้องมีคนอื่นด้วย

เมื่อสอบถามถึงกระแสข่าวเรื่องการหลบหนีของนายทักษิณก่อนศาลนัดไต่สวน แต่ปรากฏว่ากลับมีการไปปรากฏตัวในงาน ป.ป.ส. เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด และให้สัมภาษณ์สื่อ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ใช้คำว่า ใครเชื่อคำพูดของนายทักษิณได้บ้างพูดไม่เคยพูดตรงกับความจริง พร้อมบอกว่า “กลุ่มตัวเองเป็นเหมือนพระ พระกับโจรผู้จะเชื่อถือใครมากกว่ากัน” โดยส่วนตัวเชื่อว่า นายทักษิณจะไม่ไปตามนัดไต่สวนของศาลในวันที่ 13 มิ.ย. นี้ ที่ออกมาอาจแค่สยบข่าวแล้วท้ายที่สุดก็อาจหายไปเลยก็ได้

ขณะที่นายแพทย์ตุลย์ บอกว่าอีกประเด็นที่สำคัญคือเรื่องการพักโทษกรณีพิเศษ หลังนายทักษิณพักรักษาตัวครบ 180 วัน ซึ่งตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ มาตรา 52 ระบุไว้ว่าจะต้องเป็นนักโทษชั้นดีขึ้นไป ซึ่งนายทักษิณ ถือว่าไม่เข้าเกณฑ์ อีกทั้งอาการป่วยโรงพยาบาลตำรวจบอกว่า นายทักษิณ ระดับอาการต่ำกว่า11  ซึ่งตามจริงระดับนั้นจะต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถ ช่วยตัวเองเหลือตัวเอง เดินทางไปไหนมาไหนได้ จึงมองว่าเมื่อการประเมินสุขภาพไม่ตรงตามข้อเท็จจริง รวมถึงไม่ใช่นักโทษชั้นดี การตัดสินพักโทษของนายทักษิณ จึงถือเป็นโมฆะ

ส่วนกรณีเรื่องแชทหลุด ที่นายทักษิณ จะออกมาบอกว่า กลุ่มกรรมการแพทยสภาคุยเรื่องลงมติ มีการด่าตัวเอง โดยกรรมการคนหนึ่งส่งสติกเกอร์ว่า  ”Yes“  เหมือนโน้มน้าวให้เอนเอียงทั้งที่ยังไม่มีการพิจารณาแล้วเสร็จ เหมือนผิดจริยธรรมเองหรือไม่  นายแพทย์ตุลย์ บอกว่าจากการสอบถามกรรมการแพทย์สภา ยืนยันว่าไม่มีแชทใครตอบแบบนั้น ก็ไม่รู้ว่าเป็นแชทส่วนตัวของกรรมการคนใดหรือไม่ แต่ในกลุ่มที่ตัวเองตรวจสอบมาไม่มีแน่นอน

ด้านนายสมชาย บอกว่า อยากให้เรียกเวชระเบียน ใบเสร็จรับเงิน ทั้งหมดของนายทักษิณ อย่างวันนี้ใบเสร็จที่กลุ่มตัวเองนำมาเป็นเพียงตัวอย่างของบุคคลท่านหนึ่งที่เคยเข้าไปรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 ก็จ่ายแต่ค่าห้องอย่างเดียว ส่วนนายทักษิณถ้าบอกว่ามีอาการป่วยวิกฤติก็ต้องมีข้อมูลการจ่ายเงินค่ารักษา โดยล่าสุดทราบมาว่าเอกสารจากโรงพยาบาลตำรวจที่เกี่ยวกับนายทักษิณมีถึง 600 แผ่นซึ่งไปปรากฏอยู่ที่แผนกหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีข้อบ่งชี้ว่าไม่ได้มีการรักษาอย่างต่อเนื่องยาวนานด้วยโรควิกฤต

รวมถึงหากเป็นไปได้ ก็ควรออกหมายเรียกกรรมการแพทยสภา เช่น ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา ไปเป็นพยานเบิกความในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ด้วยเพราะเป็นคนลงมติให้แพทย์มีความผิดต่อการปฎิบัติหน้าที่ โดยมองว่าหลักฐานวันนี้ที่นำมายื่นเพิ่มเติมเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ทั้งหมด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ