28 มิ.ย. 68 ในการชุมนุมรวมพลังแผ่นดิน บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ สื่อมวลชนอาวุโส ขึ้นปราศรัยบนเวทีในกิจกรรมดังกล่าว ระบุว่า ในยุคหนึ่ง เราสามารถทวงคืน พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ กลับมาได้ ซึ่งเราจะถอยไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะประเทศไทยเคยใหญ่ แต่ปัจจุบัน เราได้สูญเสียดินแดนมามากมาย จนแผ่นดินที่เราสูญเสียไปนั้นมีมากกว่าแผ่นดินที่เหลือ
แม้หลายคนจะบอกว่าเราสูญเสียดินแดนไป 15 ครั้ง ครั้งที่ 14 คือ ปราสาทเขาประวิหาร ปี 2505 และปี 2556 สูญเสียเพิ่มเติมจากคำพิพากษาของศาลโลก ดูเหมือนประเทศไทยจะมีแต่สูญเสีย สูญเสีย และสูญเสีย
นายปานเทพ กล่าวว่า หากย้อนไปในการสูญเสียครั้งที่ 12 ยุค รศ. 112 ไทยสูญเสีย 3 จังหวัด คือ พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ เพื่อแลกกับจันทบุรีและตราด รวมถึงเกาะกูด คืนกลับมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ดังนั้นเราต้องรักษาไว้ให้ได้ ถอยไม่ได้อีกแล้ว
ต่อมามีการเสียดินแดนให้อังกฤษ กระทั่งครั้งที่ 14 และ 15 สูญเสียเขาพระวิหาร และดินแดนเพิ่มเติมให้กับกัมพูชา จากการตีความเพิ่มเติมของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า 8 ตุลาคม 2483 ขณะนั้นมีการชุมนุมแบบนี้ แต่ไม่ใช่ชุมนุมเพื่อปกป้องอธิปไตย แต่มาชุมนุมเพื่อเรียกร้องแผ่นดินคืนจากฝรั่งเศส ขอทวงคืนแผ่นดินสยามกลับมาจากฝรั่งเศส
กระทั่งประเทศไทยสามารถรบยึดพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ กลับมาได้สำเร็จ เกิดพิธีลงนามสนธิสัญญาสันติภาพโตเกียว ระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ณ ประเทศญี่ปุ่น ขอดินแดนกลับคืนมาสำเร็จ เปลี่ยนเป็นจังหวัดพระตะบอง จังหวัดพิบูลสงคราม และจังหวัดล้านช้าง ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ไทยประกาศเป็นฝ่ายเดียวกับญี่ปุ่น
ทว่า พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ ไม่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ไทยกลับถูกบังคับให้ยกเลิกอนุสัญญากรุงโตเกียว ซึ่งจะอ้างว่าไทยร่วมกับญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วเอาพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ กลับคืนไปไม่ได้
นายปานเทพ กล่าวว่า บนแผนที่เส้นขอบหน้าผาสันปันน้ำ จากช่องสะงำ ซึ่งเป็นหลักเขตที่ 1 ไปทางทิศตะวันออก สิ้นสุดที่ช่องบก ไม่เคยมีหลักเขตขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเป็นขอบหน้าผาสันปันน้ำตลอดแนว ไม่จำเป็นต้องนำหลักศิลาไปปักบนหน้าผา เพราะเห็นด้วยตาเปล่าอยู่แล้วว่านี่คือแผ่นดินไทยแน่นอน
หากใครชวนมาทำหลักเขตแดนแถวนี้ ให้รู้ว่ากำลังบิดเบือนขอบหน้าผาสันปันน้ำให้เป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่หน้าผา ที่ไม่ใช่สันปันน้ำ และกำลังขายชาติขายแผ่นดิน ยิ่งกว่าข้อตกลงในสมัยรัชกาลที่ 5
นายปานเทพ ทิ้งท้ายว่า ดังนั้น หากขึ้นมาเจอขอบหน้าผา ผลักดันลงไปอย่างเดียว ไม่ต้องตีความซับซ้อน MOU ง่ายนิดเดียว มองด้วยตาเปล่าก็เห็น เราไม่ต้องทำหลักเขตแดน เพราะเสร็จเป็นร้อยปีแล้ว อย่าให้ใครมาหลอกว่า MOU หลอกว่า JBC พื้นที่ตรงนี้ชัดเจนที่สุด