ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนคดีการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไปรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยคดีนี้มีอัยการ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ และมีนายทักษิณ เป็นจำเลย
การไต่สวนในวันนี้ถือว่า เป็นนัดที่ 7 และเป็นนัดสุดท้ายของการไต่สวน โดยผู้ที่เข้ารับไต่สวนในวันนี้คือ นายวิษณุ เครืองาม ซึ่งเป็นพยานฝ่ายจำเลยขึ้นเบิกความในเวลา 9.30 น.
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ กล่าวว่า นายวิษณุถือเป็นพยานปากสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ความชัดเจนในหลายเรื่อง เพราะในขณะนั้นนายวิษณุเป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จึงรู้ข้อเท็จจริงกระบวนการทุกขั้นตอน จึงเข้าไปกราบเรียนขอความกรุณาว่า มีสิ่งใดที่จะเข้ามาให้ข้อเท็จจริงกับศาลได้หรือไม่ เนื่องจากพยานฝ่ายจำเลยที่มีการยื่นกับศาลไป เป็นพยานที่ศาลนั้นเรียกมาไต่สวนแล้ว แต่นายวิษณุศาลไม่ได้เรียกมาไต่สวน ซึ่งภายหลังการพูดคุย นายวิษณุก็เมตตาจมาเป็นพยานให้
นายวิญญัติ ย้ำว่า การไต่สวนนัดสุดท้ายนั้นไม่หนักใจ และเชื่อว่า ศาลจะดูข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่สุดท้ายก็อยู่ที่มุมมอง ส่วนตนก็ได้ย้ำกับสังคมหลายครั้งว่า ไม่มีใครปรารถนาที่อยากจะเป็นคนป่วย แต่เมื่อเป็นแล้วผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาการป่วย ไม่ว่าเป็นแพทย์หรือหน่วยงานใดก็ตาม ที่คุ้มครองดูแลก็ต้องดำเนินการให้ดีที่สุด โดยสารก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ ต้องให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และการเข้าถึงการรักษาพยาบาล ซึ่งเชื่อว่า อีกไม่นานก็จะได้รู้ความจริงหลังจากศาลไต่สวน และก็จะทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องที่หลายคนนั้นสงสัย
สำหรับคดีนี้ศาลมีการไต่สวนพยานตลอดทั้งเดือนสิงหาคม รวมแล้ว 7 นัด โดยนัดแรกไต่สวนผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, นัดที่ 2 ไต่สวนแพทย์ และพยาบาลทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์, นัดที่ 3 ไต่สวนพัสดี และผู้คุมขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, นัดที่ 4 ไต่สวนอดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์, นัดที่ 5 ทีมแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ,นัดที่ 6 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากแพทยสภา และนัดที่ 7 นัดสุดท้าย คือ นายวิษณุ เครืองาม ซึ่งเป็นพยานฝ่ายจำเลย