พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.สส. พลเอกโสภณ ศีลพิพัฒน์ อดีต เสธ.ทบ. พล.อ.อุดมเดช สีตบุต อดีต ผบ.ทบ. พล.ณัฐ อินทรเจริญ อดีต ปล.กห. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568
โดย พล.อ.ประวิตร สวมเสื้อเชิ้ตสีเหลืองทับด้วยแจ็กเก็ตสีดำ และใส่รองเท้าผ้าใบ ทันทีที่มาถึง พล.อ.ประวิตร ได้ทักทายเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ และสื่อมวลชนที่มารอติดตามข่าว
จากนั้นได้เดินไปมอบสิ่งของให้กับผู้อพยพ ซึ่งประกอบไปด้วย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม กระดาษทิชชู่ และไข่ไก่หลายร้อยแผง
จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้เดินเข้าไปเยี่ยมประชาชนภายในศูนย์ฯ โดยได้สอบถามและให้กำลังใจผู้ประสบภัย โดยทันทีที่เข้าไปถึงพลเอกประวิตร กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก มาในวันนี้มาเยี่ยมประชาชนผู้อพยพที่ได้รับความเดือดร้อน เห็นใจทุกคนที่ต้องจากบ้านมา แต่ไม่เป็นไรเพราะอีก 2-3 วันก็ได้กลับบ้านแล้ว
ช่วงหนึ่งมีชาวบ้านจังหวัดสุรินทร์ฝากให้แก้ปัญหาเรื่องชายแดน ด้าน พล.อ.ประวิตร บอกว่า “เดี่ยวให้ผมกลับมาก่อนดิ ผมยังไม่ได้กลับมาเลย”
หลังจากที่พลเอกประวิตร ได้ให้กำลังใจชาวบ้านในศูนย์พักพิง ผู้สื่อข่าวถามถึงมุมมองการทำงานแก้ปัญหาชายแดนของรัฐบาล พลเอกประวิตร กล่าวว่า “เป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องของผม ผมไม่ได้เป็นรัฐบาล” เมื่อถามต่อว่าอยากแนะนำอะไรรัฐบาลหรือไม่ พลเอกประวิตร บอกว่า “พูดไปหลายครั้งแล้ว”
เมื่อถามย้ำว่าอยากแนะนำอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร บอกว่า “ก็รัฐบาลอ่อนแอไง ถ้ารัฐบาลไม่อ่อนแอไม่เป็นแบบนี้หรอก” ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ามองว่าสาเหตุเกิดจากอะไร พล.อ.ประวิตร บอกว่า “ก็ไปถามทักษิณกับฮุน เซนสิ”
นักข่าวถามย้ำอีกว่าแสดงว่ามองว่าเป็นการทะเลาะกันของ 2 คน จนเป็นปัญหาระดับประเทศเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร บอกว่า “ผมก็คิดว่าอย่างนั้น เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนกัน” เมื่อถามถึงประเด็นประสาทตาควาย พลเอกประวิตรบอกว่า “ไม่มีอะไร ยังเป็นของเรา ยังอยู่ที่เรา ๆ”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าอยากฝากอะไรถึงฝั่งกัมพูชาหรือไม่ พลเอกประวิตร ตอบว่า “เป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่หน้าที่ผม”
ช่วงท้ายพลเอกประวิตร ยังได้ให้กำลังใจเหล่าทหารด้วยว่า เป็นห่วงทหารทุกคน ขอให้ปลอดภัย สู้รบให้ปลอดภัย ให้พ้นอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้