ศาล รธน. เรียกพยานแจงภายใน 15 วัน ปมคำร้อง “ภูมิธรรม - ทวี” แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ศาลรัฐธรรมนูญ ขีดเส้น 15 วัน เรียกพยานแจงเพิ่ม ปมคำร้อง “ภูมิธรรม - ทวี” แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

13 สิงหาคม 2568  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยและเห็นว่า ในคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา ที่ขอให้ศาลวินิจฉัย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง(4) ประกอบกับมาตรา 160 (4)(5) หรือไม่? ศาลให้เรียกพยานบุคคลและพยานเอกสาร โดยให้พยานบุคคลที่เกี่ยวข้องเสนอบันทึกถ้อยคำ ยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นเป็นหนังสือ ตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด 

ทวี สอดส่อง ช่างภาพพีพีทีวี
ศาลรัฐธรรมนูญ ขีดเส้น 15 วัน เรียกพยานแจงเพิ่ม ปมคำร้อง “ภูมิธรรม - ทวี” แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

 

และส่งข้อมูลพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับรองความถูกต้อง ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ซึ่งตามคำร้อง สมาชิกวุฒิสภากล่าวอ้างว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย และ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง มีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ ปี 2547 และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) เป็นการแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่ และอำนาจของ กกต. โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือก สว.

ภูมิธรรม เวชยชัย ช่างภาพพีพีทีวี
ศาลรัฐธรรมนูญ ขีดเส้น 15 วัน เรียกพยานแจงเพิ่ม ปมคำร้อง “ภูมิธรรม - ทวี” แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม จึงถือได้ว่านายภูมิธรรมและพันตำรวจเอกทวี ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4)(5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสอง สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ