"ทวี" ไล่ กกต. กลับไปทำรายงานฉบับใหม่ ซัด 5 ใน 7 มีผลประโยชน์ทับซ้อน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ทวี" ไล่ กกต. กลับไปทำรายงานฉบับใหม่ เหตุข้อมูลไม่ตรง ซัดฝ่าฝืนกฎหมาย กระทบเชื่อมั่นประชาชน ระบุ 5 ใน 7 มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีที่มาจาก สว. ชุดปัจจุบัน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระรับทราบรายงานผลปฏิบัติการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธาน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า ส่วนตัวขอให้ กกต. กลับไปทำรายงานฉบับใหม่ เพราะรายงานฉบับปี 2567 จัดพิมพ์เมื่อเดือนกันยายน 2568 ส่วนฉบับปี 2568 เพิ่งทำเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งพบว่ามีข้อมูลที่ไม่ตรงกัน หากยังปล่อยให้รายงานนี้มาด้อยค่าสภาฯ ตนเองมองว่าไม่น่าจะเหมาะสม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ช่างภาพพีพีทีวี
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ

สำหรับการดำเนินการสืบสวน ไต่สวน และดำเนินคดี เป็นหน้าที่ของ กกต. แล้ว แต่ปรากฏว่าท่านไม่ทำตามกฎหมายที่ระบุไว้ว่าต้องตั้งเรื่องสอบสวนโดยเร็ว

แต่ปรากฏว่าเลขาธิการ กกต. ไปเบิกความที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า เลือก สว. วันที่ 26 มิถุนายน 2567 แต่มารับเรื่องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ห่างจากวันเลือก 10 เดือน ทั้งที่มีผู้ร้องทันทีในวันนั้น ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ปล่อยปละละเลย กระทบความเชื่อมั่นของประชาชน

ส่วนที่ประธาน กกต. ระบุว่า ในคดีนี้มีการพิจารณาแยกส่วน ขอยืนยันว่าไม่สามารถแยกส่วนได้ เพราะตามกฎหมายได้กันผู้ร่วมกระทำผิดเป็นพยาน หากพิจารณาแยกส่วนจะเป็นการขัดเจตนารมณ์ที่ต้องการให้บุคคลที่ถูกกันเป็นพยานให้การถึงตัวผู้สั่งการและผู้ที่ทำให้เกิดการฮั้ว สว.

พ.ต.อ.ทวียังกล่าวถึงพยานรหัสที่ 21/26 ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 68 คะแนน และเป็นบุคคลที่อยู่ในโพยด้วย โดยเรื่องใหญ่ที่สุดคือความไม่เชื่อมั่นต่อ กกต. เพราะ กกต. 5 คนจาก 7 คน ถือว่าเป็นผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีผู้ที่ สว. ชุดนี้เลือกมาด้วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ