ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 ระหว่างการอภิปรายของนายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน ที่อภิปรายความสัมพันธ์ของ "คุงรัตนู่" ที่เชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย
ทำให้นายสยาม เพ็งทอง สส.บึงกาฬ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งหนึ่งยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการทำงานของ กกต. ซึ่งมีการประท้วงหลายครั้ง
โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ลุกขึ้นชี้แจงต่อผู้ประท้วงทุกครั้งและยืนยันว่านี่เป็นการอภิปรายเกี่ยวกับการทำงาน กกต.
ทำให้นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลุกขึ้นตอบโต้อย่างดุเดือดในฐานะ สส. ว่า หน้าที่การตัดสินคดีฮั้ว สว. ไม่ใช่คนที่นั่งอยู่บนนั้น กระบวนการมันจบไปแล้ว
นายพลพีร์ กล่าวว่า "ที่ท่านไปเดิน เย้ว เย้ว เย้ว ไม่พอหรอกครับ ข้อมูลเดียวกันหมดแล้วครับ ท่านไปเอารูปถ่ายในพรรคผม เจ้าหน้าที่ในพรรคผม มันจงใจอยู่แล้วว่าจะผลักความไม่ดีความผิดปกติมาที่พรรคผม ก็ไม่ว่ากันครับ เขาเรียกผมว่าลูกเทพ ทำอะไรผมก็ผิดหมด มารับตำแหน่งยังผิด พวกท่านลูกธรรมดาทำอะไรไม่ผิดสักอย่างล่ะครับ"
"อะไรที่ทำให้พวกท่านพูดแล้วถูกทุกเรื่องหรือครับ ความรู้ความสามารถถ้าท่านมีเยอะ ท่านเป็นบัญชีรายชื่อออกไปสมัคร กกต. สิครับ ไปตัดสินสิครับ ผมถามจริงวันนี้ท่านพูดท่านถามสิครับ การบริหารในองค์กรเป็นอย่างไร เรื่องอะไรค้างเท่าไหร่ การใช้งบประมาณ กกต. เป็นอย่างไร พรรคไหนได้เงินบริจาคเยอะสุด เอาเงินไปทำอะไร"
"แต่วันนี้ท่านโยงเรื่องอื่นมันมีประโยชน์อะไรล่ะครับ พวกผมอยากขึ้นประท้วงหรือครับ เพื่อนสมาชิกผมคนไหนผิด กกต. มีเวลาส่งศาลก็ไปศาลกัน ก็เหมือนท่านแหละครับ พวกท่านก็รอขึ้นศาลเหมือนพวกผมแหละครับ ถ้าผิดกันหมดก็ไม่มีใครเหงา ผมก็ไปนั่งเป็นเพื่อนท่านเหมือนกันในคุก แต่วันนี้ผมถามว่ามาพูดเพื่ออะไรไม่มีประโยชน์ วันนี้มาพูดขอพยานหลักฐานและข้อมูลเพิ่มเติม เขาก็ตอบไม่ได้ แล้วท่านจะดันไปตรงไหน" นายพลพีร์กล่าว
นายพลพีร์กล่าวต่อว่า อยากประชุมก็ให้ประชุม แต่ท่านก็เอารูปมาเบลอ มันก็รู้อยู่แล้วว่าใครเอาป้ายพรรคตนขึ้น ตนก็ต้องรักษาบ้านตัวเองเหมือนกันด้วยความเคารพ อยู่ในประเด็นวันนี้ดีกว่า ให้ กกต. ได้รายงานว่าทำอะไร มีคำถามก็ถามไป ท่านไม่พอใจก็ลงไปแถลงข่าวข้างล่างอีกก็ได้ เป็นสิ่งที่ท่านทำเป็นปกติอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นมันไม่มีสาระกับรายงานฉบับนี้เลย สิ่งที่ทำอยู่ไม่ว่าหลักฐานที่มี ไม่ได้ทำให้ท่านชนะเลือกตั้ง แต่พวกตนชนะ ท่านต้องจำเรื่องนี้ไว้ เรื่องนี้ท่านทำมากี่ปีแล้ว
จากนั้น นายพริษฐ์ลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิงว่ามีหลายประเด็นที่นอกประเด็น ท่านบอกว่าไม่ได้อยากประท้วงกันแต่เห็นว่าขึ้นมา 10 คนแล้ว อยากเห็นวันที่ท่านอยากประท้วงว่าจะขนาดไหน ท่านบอกว่าถ้าพวกผมขึ้นศาลก็จะขึ้นศาลด้วย นี่คือปัญหา
วันก่อนท่านพาดพิงเพื่อน สส. ของตนในเรื่องที่ถูกส่งไปที่ศาลแล้ว เรื่องนั้นก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ แต่สิ่งที่เรากังวลใจและอภิปรายคือเรื่องของพวกท่านต่างหากที่ไปไม่ถึงศาล แล้วมันเกิดขึ้นแล้วผ่านมติ กกต.
พร้อมย้ำว่าต้นเหตุของเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นมาในปี 2567 ถ้าท่านกล้าบอกว่าคดีเกี่ยวข้องแค่ปี 2569 แสดงว่า กกต. ที่มีมติออกมาไม่ได้สนใจถึงข้อเท็จจริงที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 รวบรวมมาเมื่อปี 67-68 ท่านกล้าพูดแบบนั้นหรือไม่ ส่วนที่พูดว่าพวกเราไม่ได้ถามอะไรที่ กกต. จะตอบได้ ตนก็ไม่รู้จะไปคิดแทน กกต. ทำไม
ขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นกล่าวว่าถ้ามีการอภิปรายแล้วพาดพิงบุคคลอื่น รวมถึงพรรคภูมิใจไทย ก็จะมีการประท้วงแบบนี้เกิดขึ้นเรื่อย ๆ จึงอยากให้ประธานในที่ประชุมใช้อำนาจสั่งให้หยุดอภิปรายหากมีการพาดพิงอีก จากนั้นนายชยพลจึงได้อภิปรายต่อจนจบ