ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย ให้นางสาวแพองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นสภาพรัฐมนตรี จากประเด็นคลิปเสียงหลุดคุยสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด 30 สิงหาคม 2568 แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แถลงข่าวประกาศจุดยืนจัดชุมนุมใหญ่ในวันพรุ่งนี้ (31 สิงหาคม 2568) ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คัดค้านแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย
โดยมองว่าไม่มีความเหมาะสมและอาจเป็นอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมมองว่าหากแคนดิเดตพรรคเพื่อไทยยังเป็นนายกฯ จุดนี้จะเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง
การประกาศจุดยืนดังกล่าว มีขึ้นหลังพรรคเพื่อไทยประกาศว่าจะยังคงเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่จุดยืนของกลุ่มพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยยังคงเหมือนเดิม
โดย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ระบุว่า ไม่เห็นด้วยและคัดค้านอย่างเต็มที่ เพราะพรรคเพื่อไทยที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ อาจเป็นอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดินและไม่มีความเหมาะสมใด ๆ ทั้งสิ้น
และถึงแม้เมื่อวานนี้จะเป็นชัยชนะเบื้องต้น แต่ภารกิจของประชาชนยังต้องดำเนินต่อไปเพราะพรรคเพื่อไทย และ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังไม่ยอมแพ้ ยังต้องแสวงหาอำนาจรัฐเพื่อเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน
ด้าน นายแพทย์วรงค์ เดชวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ หากมองผิวเผินคล้ายกับประชาชนได้รับชัยชนะ แต่ยืนยันว่าทางการเมืองประชาชนไม่เคยชนะจริง ๆ และยั่งยืน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเมื่อวานนี้จะนำไปสู่ปัญหาใหญ่และปัญหาอื่น ๆ ที่ประชาชนต้องแก้ไข จึงมีความจำเป็นที่คณะพลังแผ่นดินฯ จะต้องจัดชุมนุมเพื่อให้ความรู้กับประชาชน
นายแพทย์วงรงค์ระบุอีกว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เหมือนเตะหมูเข้าปากหมา ซึ่งเหตุการณ์เมื่อวานนี้ทำให้เกิดความชุลมุนวุ่นวายทางการเมือง สิ่งที่ไม่สบายใจคือหาก นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 3 ของพรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯ เป็นหุ่นเชิดภายใต้ระบบของนายทักษิณ จุดนี้เป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง
ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ระบุว่าเนื่องจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เกิดขึ้นจากรัฐบาลภายใต้พรรคเพื่อไทย คณะฯ ได้แสดงการคัดค้านการดำรงตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ไม่เช่นนั้นสงครามและการเจรจาก็จะไม่จบ ตราบใดที่ยังมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันไปมา
ส่วนสถานการณ์ขณะนี้ต้องเพิ่มเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 พร้อมย้ำว่าหากบรรดานักการเมืองต้องการสร้างปัญหาต่อไปก็ให้เลือกแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ปัญหาไทย-กัมพูชา ก็จะไม่จบ และต้องแลกกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกมาตรา ซึ่งจะถูกแรงต้านจากประชาชนและไม่มีวันเป็นไปได้ก็จะมีปัญหาอีกเรื่อย ๆ
เพราะฉะนั้น จึงอยากบอกประชาชนว่าตอนนี้ยังไม่ชนะกับการที่นางสาวแพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกฯ เพราะยังมีความพยายามจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสืบทอดอำนาจกันต่อไป เพียงแต่เปลี่ยนหน้านายกฯ ซึ่งยังอยู่พรรคเดียวกัน และเนื่องจากสถานการณ์อ่อนไหวมาก
การนัดชุมนุมในวันพรุ่งนี้หลายคนแสดงความห่วงใยว่าคนจะมาร่วมชุมนุมน้อยวันนี้จึงนัดประชุมกันอีกครั้ง พร้อมยอมรับว่ากังวลว่าคนจะออกมาชุมนุมน้อย แต่หากเหลือเพียงเท่านี้ก็จะเดินหน้าต่อ