ภายหลังจากที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ได้มีการยอมรับว่าเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา มีการยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาไปแล้วนั้น ไทม์ไลน์หลังจากนี้หากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยุบสภา โดยการเลือกตั้งหลังจากนี้ จะเริ่มนับจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาประกาศในราชกิจจานุเบกษาและสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ดังนั้นทีมข่าวพีพีทีวี จึงกางไทม์ไลน์ว่าหากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาในวันนี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
จากนั้นภายใน 5 วัน(หลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง โดยจะมีการออกระเบียบแนวทางการหาเสียง และกำหนดวันเปิดรับสมัครผู้สมัคร สส.
และภายใน 25 วัน (หลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา) หรือช่วงกลางเดือน ก.ย.จนถึงต้นเดือน ต.ค. กกต.เปิดรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขต และ สส.บัญชีรายชื่อ รวมทั้งเปิดให้ส่วนพรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง พรรคละ 3 คน
หลังจากรับสมัครเลือกตั้ง ในช่วงเดือน ต.ค.ทั้งเดือน จะเข้าสู่เป็นช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จัดเวทีปราศรัย ติดตั้งป้าย/สื่อหาเสียง โดยในระหว่างนี้รัฐบาลรักษาการห้ามใช้ทรัพยากรรัฐในการหาเสียงโดยไม่ชอบ
ช่วงวันที่ 45–60 (หลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา) หรือช่วงปลายเดือน ต.ค. จนถึงต้นเดือน พ.ย. จะมีการเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในเขตและนอกเขต และเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร สำหรับคนไทยในต่างประเทศ โดยปกติจะจัดขึ้น 1 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป
ส่วนการเลือกตั้งทั่วไปนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะกำหนดจัดเลือกตั้งในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ภายในกรอบเวลา 45-60 วัน ซึ่งวันที่เข้าข่ายตามกรอบเวลานี้คือ
วันเสาร์ที่ 18 ต.ค.
วันอาทิตย์ที่ 19 ต.ค.
วันเสาร์ที่ 25 ต.ค.
วันอาทิตย์ที่ 26 ต.ค.
วันเสาร์ที่ 1 พ.ย.