"ปิยะ" ชม ปชน. หนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ ทำการเมืองตามวิถีประชาธิปไตย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ปิยะ" ชมพรรคประชาชน สนับสนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ ทำการเมืองใหม่ตามวิถีประชาธิปไตย ไม่เหมือนบางพรรคใช้วิธีสกปรก ได้เห็นธาตุแท้ใช้นิสัยนักการเมืองเก่า ๆ

3 ก.ย. 68 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า “วันนี้ เป็นที่น่าดีใจที่นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีและได้ลงนามในเอ็มโอยูตามข้อตกลง 5 ข้อนั้น เป็นการทำการเมืองแบบใหม่ตามวิถีประชาธิปไดย ต่างจากบางพรรคการเมืองใช้วิธีสกปรก โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบอบประชาธิปไตย”

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐ
พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ

“วันนี้ สังคมได้เห็นธาตุแท้พรรคการเมืองบางพรรค ที่ใช้นิสัยนักการเมืองเก่า ๆ พยายามปล่อยข่าวให้เกิดความสับสนในสังคม”

การยุบสภาเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ (มาตรา 103 วรรคหนึ่ง) พระมหากษัตริย์ในฐานะประมุขแห่งรัฐทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ แต่จะทรงใช้พระราชอำนาจนั้นได้ก็ต่อเมื่อนายกรัฐมนตรีเสนอเท่านั้น

ซึ่งในวันนี้ น.ส.แพทองธาร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พ้นหน้าที่เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5)

ทั้งนี้ นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 82 วรรคสอง และเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) แล้ว รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) โดยให้นํามาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี

“ทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ และคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญคดีดังกล่าว บอกไว้อย่างชัดเจนว่า รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่า สถานะความเป็นรัฐมนตรีหมดไปแล้ว ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ เว้นแต่กรณีมีเหตุผลความจำเป็นตามกฏหมายเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ตามกฏรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ระบุไว้ชัดเจน และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ยืนยันชัดเจนว่าไม่สามารถทำได้” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า เหตุที่ยุบสภาในขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎร ก็ปกติดี ไม่ได้ทำความผิดกฎหมาย หรือฝ่าฝืนระบอบประชาธิปไตยแต่อย่างใด เหตุผลในการยุบสภาไม่มี จะอ้างว่าคืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกตั้งใหม่ ก็ไม่สามารถอ้างได้ เพราะสภาฯ นี้ก็มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

พรรคเพื่อไทยจะอ้างว่า ถึงทางตัน และโยนบาปไปให้พรรคประชาชนก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะขณะนี้ ทุกพรรคการเมืองเดินถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตยที่มีปัญหา ก็คงเป็นพรรคเพื่อไทยที่ไม่มีใครสนับสนุนแล้วขี้แพ้ชวนตีมากกว่า

 “ขณะนี้ พี่น้องประชาชน ได้เห็นชัดแล้ว พรรคเพื่อไทยพยายามทุกวิถีทางไม่ว่า จะทำลายระบบนิติรัฐหรือระบอบประชาธิปไตยเพื่อให้ได้ครองอำนาจต่อถึงวันที่ 9 กันยายนนี้ เพื่อหวังให้มีผลเปลี่ยนแปลงในการพิจารณาในคดีชั้น 14 ที่จะถึงนั่นเอง” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว

นายภูมิธรรมฯ และหลาย ๆ คน คงจะคิดว่าตนเองเป็นรักษาการฯมีอำนาจ แต่คำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญคดีดังกล่าว บอกไว้อย่างชัดเจนว่า รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่า นายภูมิธรรมฯ พ้นจากการเป็น รมต. แล้ว เพียงแค่ให้ทำหน้าที่ เพื่อรอคณะรัฐมนตรีใหม่มารับตำแหน่งเท่านั้น 

การเสนอที่เป็นปัญหาเพื่อกราบบังคมทูลฯ อาจจะเป็นการกระทำที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะต้องยึดถือแนวทางตามหนังสือที่ นร 0508/ว 3447 ลงวันที่ 7 ธ.ค. 2564 โดยเคร่งครัด ถ้าไม่มีการเสนอหรือไม่มีโปรดเกล้าฯ ให้มีการยุบสภา นายภูมิธรรมฯ นายสรวงศ์ฯ นายวิสุทธิ์ฯ จะรับผิดชอบอะไรบ้าง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ