Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

“จาตุรนต์” ร่ายยาว ทำไมควรเลือก “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ คนที่ 32

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“จาตุรนต์” ร่ายยาว ถ้าเลือก “ชัยเกษม” จะไม่เจอเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น หากเลือก “อนุทิน” เป็นนายกฯ คนที่ 32

ในการอภิปรายสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปราย โดยบอกว่า ทำไมก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีร่วมกับรัฐบาลเพื่อไทยอยู่ไม่เห็นว่าอะไร ทำไมตอนนี้บอกไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม เหตุผลคือ เหตุการณ์ในช่วงหลังมีเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่ประชาชนสนใจไปเกี่ยวข้องกับท่าน หรือท่านไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านั้น ทำให้ท่านไม่เหมาะสม

“จาตุรนต์” ร่ายยาว ทำไมควรเลือก “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ คนที่ 32 ทีวีรัฐสภา
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.พรรคเพื่อไทย

เหตุสำคัญที่ขอพูดก่อน คือการตกลง 5 ข้อที่พรรคภูมิใจไทยทำกับพรรคประชาชน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่ทำให้ท่านไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี

ข้อตกลง 5 ข้อ ประการสำคัญคือ พรรคประชาชนจะไม่มีคนอยู๋ในคณะรัฐมนตรี แต่จะยกมือสนับสนุนนายอนุทิน และห้ามพรรคภูมิใจไทยรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เท่ากับต้องการให้เป็นรัฐบาลลูกไก่ในกำมือของพรรคประชาชน

อาจลืมไปว่า นาน ๆ ไปอาจมีเหตุเหมือนเพลงลูกทุ่งที่บอกว่า หนูเปล่านะ เขามาเอง หมายความว่าอาจมี สส. มาสนับสนุนจนเป็นเสียงข้างมากก็ได้ แต่อันนั้นเป็นเรื่องเหตุการณ์ข้างหน้า

แต่ความตั้งใจพรรคประชาชนคือ ให้เป็นรัฐบาลเยงข้างน้อย แล้วพรรคประชาชนจะไม่เข้าคณะรัฐมนตรีเลยแม้แตคนเดียว ปัญหาคือ บางท่านพูดไปว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมไม่ไปถึงประเด็นนั้น แต่มีความเห็นว่า การตกลงกันอ่างนี้ เป็นรัฐบาลด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ ขัดต่อหลักการระบบรัฐสภาในระบอบประขาธิปไตยอย่างร้ายแรง และจะทำให้เกิดผลเสียตามมาต่อประเทศอย่างร้ายแรง

หลักการของระบบรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ ดูง่าย ๆ จากการที่เราจะเลือกบุคคลไปเป็นนายกฯ ในวันนี้ ทำไมถึงต้องเอาจากแคนดิเดตนายกฯ ที่มาจากพรรคการเมือง เพราะเขาต้องการให้พรรคการเมืองรับผิดชอบ ให้พรรคการเมืองเอาคนที่เคยไปบอกประชาชนไว้มานำเสนอ พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบ

ทำไมเวลาลงคะแนนต้องลงคะแนนแล้วให้ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง เพราะเขาต้องการให้ได้สเยงข้างมากจริง ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร จะได้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในการบริหารและออกกฎหมาย นี่คือเจตนารมณ์ระบบรัฐสภา

นอกจากให้ได้เสียงข้างมากแล้ว ทำไมเขากำหนดว่า ในการลงมติให้เป็นการลงมติโดยเปิดเผย เผิดเผยเพื่อจะบอกว่า ให้ประชาชนรับรู้ว่า สส.คนไหนเลือกใครเป็นนายกฯ พรรคไหนสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ตรงกับที่เคยประกาศกับประชาชนไว้หรือเปล่า

สส.และพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้บุคคลเป้นนายกฯ เมื่อบุคคลนั้นได้เป็นนายกฯ แล้ว ทั้ง สส. และพรรคการเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองได้ทำไป ต้องรับผิดชอบว่า นายกฯ และรัฐบาลไปกำหนดนโยบายอย่างไร ไปทำอะไร ไปทำดีทำเสีย ทำมิดีมิร้ายประเทศอย่างไร สส.และพรรคการเมืองที่ยกให้นั้น จะต้องรับผิดชอบ นี่เป็นหลักการของการรับผิดชอบต่อประชาชน

จากหลักการอย่างนี้ มีปัญหาว่า พรรคประชาชนบอกว่า จะไม่มีคนอยู่ในคณะรัฐมนตรีแม้แต่คนเดียว หมายความว่าจะยกมือให้โดยไม่มีส่วนในนโยบายที่กำลังจะเกิดขึ้น หากนายอนุทินได้เป็นนายกฯ

ถ้าเป็นอย่างนี้ การตรวจสอบรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ท่านไม่รับผิดชอบ จะเกิดอะไรท่านก็บอกว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ตรวจสอบโดยเป้นฝ่ายค้าน พรรคประชาชนจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้จริงหรือ ท่านบอกเป็นฝ่ายค้าน แต่อยู่สองสถานะแบบนี้จะเป็นฝ่ายค้านที่น่าเชื่อถือได้อย่างไร

ไม่รับรู้แล้วเขียนนโยบายอย่างไร 4 เดือนนี้อาจเกิดอะไรไม่ร็ ท่านก็บอกท่านเป็นฝ่ายค้าน แต่พรรคปนระชาชนจะอิหลักอิเหลื่อมาก ตั้งแต่วันนี้แล้ว วันนี้พอคิดว่านายอนุทินจะได้เป็นนายกฯ ท่านกลับเรียกร้องให้สมาชิกในสภาอยู่ในที่ประชุม เพื่อพิจารณากฎหมาย เมื่อวานซืนนี้ พรรคท่านยังพูดหยก ๆ ว่าองค์ประชุมเป็นเรื่องของรัฐบาล ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร

ถ้านายอนุทินได้เป็นนายกฯ องค์ประชุมไม่ครบสภาล่ม มีกฎหมายสำคัญเข้ามา สภาล่มทำอย่างไร พรรคประชาชนก็จะบอกว่าจะเป็นองค์ระชุมให้ เพื่อให้สภาเดินไปได้ ให้รัฐบาลอยู่ได้ ให้กฎหมายสำคัญได้พิจารณาและได้ผ่านไป พฤติกรรมนั้นคือพฤติกรรมของการเป้นฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน

ทีนี้การทำหน้าที่ฝ่ายค้านจะมีประสิทธฺภาพได้อย่างไร ถ้าต้องประคับประคองรัฐบาล ซึ่งจะเกิดขึ้นแน่นอน จะเชื่อได้อย่างไรว่า พรรคประชาชนจะทำหน้าที่เป้นฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพ ถ้าต่อไปมีอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะแบ่งเวลาอย่างไรในฝ่ายค้าน ใครจะสรุป เวลาสรุปถ้าพรรคประชาชนขอสรุป สมมติเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน แล้วจะยอมให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้สรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อย่างไร เมื่อท่านเลือกรัฐบาลนี้มา และประคับประคองรัฐบาลภูมิใจไทยตลอดเวลา

พรรคประชาชนจึงไม่สามารถทำหน้าที่ถ่วงดุลรัฐบาลได้ จะมีอะไรเกิดขึ้น พรรคประชาชนจะไม่อยู๋ในสถานะทัดทานได้ รัฐบาลภูมิใจไทยที่นายอนุทินเป้นนายกฯ จะออกนโยบายอะไรมา พรรคประชาชนจะไม่สามารถคัดค้านทัดทานได้

ทีนี้มาเกี่ยวเรื่องสำคัญที่ประชาชนสนใจ 2 เหตุการณ์มาเกี่ยวกับนายอุนทิน และจะไปเกี่ยวกับข้อตกลง เกี่ยวกับรัฐบาลที่พรรคประชาชนสนับสนุนจะได้ทำอะไรที่พรรคประชาชนคาดหวังและบอกประชาชนทั้งประเทศได้จริงหรือไม่ ว่าจะทำประชามตินำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมี สสร. มันจะเป็นจริงหรือเปล่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าพูดโดยสั้น ๆ คือนายอนุทินขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นผู้มีบารมีมากเกินไป เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอานุภาพมาก

ขนาดยังไม่ได้เป็นนายกฯ คนคาดว่าอาจได้เป็น การรถไฟแหงประเทศไทยแจ้ง DSI ไม่มีกำหนด ตามข่าวคือรอรัฐมนตรีคนใหม่เสียก่อน ภาพพจน์พรรคการเมืองที่เสียหายอยู่แล้ว ตกต่ำอยู๋แล้ว มันจะยิ่งตกต่ำต่อไป เป็นปัญหาของประเทศ เป้นปัญหาของประชาธิปไตย

นายอนุทินไม่ได้มีบารมีแค่ตัวเอง ใครอยู่ในพรรคท่านเป็นรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีจะมีบารมีมาก มีบารมีย้อนหลัง เคยแต่งตั้งใครเป็นข้าราชการระดับ 10 ไว้ คนนั้นไปสมัครองค์กรอิสระหรือศาลรัฐธรรมนูญ เอาชนะนักกฎหมายชั้นนำ นักรัฐศาสตร์ชั้นนำ ทั้งที่บางคนที่เข้าไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระมีความเชี่ยวชาญในการก่อสร้าง บารมีแบบนี้น่าเป็นห่วง ถ้าใช้มาก ๆ ก็จะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พรรคของท่านไปพัวพันกับกรณีที่เรียกว่า ฮั้ว สว.

กรณีฮั้ สว. ซึ่งมี สว. จำนรวนมากกำลังถูกพพิจารณาคดีทั้งในทางการแจ้งความดำเนินคดีและในทาง กกต. เราจะรู้ได้อย่างไรว่า บารมีของท่านจะไม่มากไปถึงขนาดทำให้คนผิดลอยนวลจากกรณีฮั้ว สว.

ถ้าโยงกันอย่างนี้ แล้วเกิดมีบารมีขึ้นมาจนกระทั่งถึงกับมคร ๆ ก็ต้องการให้ สว. พ้นมา เพื่อมาแต่งตั้งคนที่รัฐมนตรีของพรรท่านตั้งเป้นข้าราชการระดับ 10 ได้เป้น สว. แล้ก็ทยอยตั้งกรรมการองค์กรอิสระ

อีก 1 ปี กรรมการองค์กรอิสระจะเป็นสายเดียวกันหมด หรือสีเดียวกันหมด จะให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้หรือ

ถ้านายอนุทินเป็นนายกฯ มีความเสี่ยงอย่างมาก ที่บ้านเมืองจะพํฒนาไปอย่างนี้ ทีนี้มาเกี่ยวกับข้อตกลง 5 ข้อ เดิมพรรคประชาชนยืนยันเสียงแข็งบอกว่า ให้นายกฯ ยุบสภาทันที รักษาการนายกฯ ยุบสภาเลย ปรากฏต่อมาเปลี่ยนเป็นให้เวลา 4 เดือน

4 เดือนเพื่อจะได้ทำประชามติ เพื่อนำไปสู๋การแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดย สสร. มาดำเนินการ

มีการพิจารณากฎหมายประชามติในสภานี้ พรรคที่เห็นไม่ตรง ต้องการให้กฎหมายประชามติมีผลขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงกับ สว. คือพรรคนายอนุทิน แล้ว สว. ถ้าหากว่าได้อำนาจมาเต็มที่ ซึ่งอาจเกิดจากบารมีของวิเศษอะไรก็ตาม จะเดินไปสู๋การแก้รัฐธรรมนูญได้อย่างไร นสดงมาตลอดว่าไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ

ประชามติที่ท่านจะลงกัน ก็ไม่แน่เลยว่าจะมีผลทางกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญ ขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร ลงประชามติแล้วสมมติว่าผ่าน ลงมติในรัฐสภา สว. ไม่โหวตให้ ที่ลอยนวลมาได้ไม่โหวตให้ การแก้รัฐธรรมนูญก็จไม่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาคือระบบ ที่ต่อไปนี้องค์กรอิสระข้างหน้าจะถูกครอบงำโดยอำนาจพิเศษ โดยอำนาจของผู้มีบารมี เป็นเรื่องตรงข้ามกับสิ่งที่พรรคประชาชนเสนอต่อประชาชน

ตอนที่เพื่อไทยข้ามขั้ว เคยวิจารณ์ไว้ว่า การข้ามขั้วจะนำไปสู๋ความอ่อนแอของประชาธิปไตยก็เกิดขึ้นจริง ๆ แต่ตอนนี้เพื่อไทยอย่าว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์เลย ขอเป็นอนุรักษ์เขาก็ไม่รับแล้ว

พรรคเพื่อไทยก็กลับมาบอกว่า จะเข้ามาในสภาถ้าเกิดเป็นฝ่ายค้าน จะเจอพรรคประชาชน จะได้ร่วมมือกับพรรคปรชาชนในฐานะพรรคฝ่ายค้านด้วยกัน แต่มาพบว่า พรรคประชาชนข้ามขั้วไปอีก อันนี้เรื่องใหญ่มาก พรรคประชาชนที่พูดกับประชาชนมาว่ามีลุงไม่มีเรา ต้องประชาธิปไตย จะแก้เกณฑ์ทหาร ต้องเตรียมตอนนี้แล้ว พอถึงเวลาได้รัฐบาลมา จะแก้เกณฑ์ทหารกับท่านมั้ยไม่รู้

เรื่องใหญ่คือ ถ้าอย่างนี้ 4 เดือนต่อไปนี้ การตรวจสอบรัฐบาลจะไม่เข้มแข็ง นโยบายจะออกมาผิดทิศทางยังไงไม่ร็ ต้องมาติดตาม ด้วยพรรคฝ่ายค้านที่มีพรรคประชาชนที่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ และทำให้การตรวจสอบรัฐบาลอ่อนแอ จะเกิดการไม่เป็นไปตามข้อตกลง 5 ข้อของท่าน

ผลที่ตามมา อาจจะเกิดการแทรกแซงจนกระทั่งทำให้ระบบนี้เป็นระบบที่ถูกครอบงำ ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างมั่นคงต่อไป

การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่เกิดขึ้น 4 เดือนต่อไปนี้ จึงเป็นระยะเวลาที่พรรคปรชาชนจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับฝ่ายอนุรักษ์ พูดไปไม่ได้ต้องการให้ท่านทั้งหลายเปลี่ยนใจอะไร ใครคิดอะไรก็คงคิดอย่างนั้น แต่พรรคประชาชน มวลชนของพรรคประชาชนจะรู้สึกอย่าง หากพรรคท่านได้กลายเป็นพรรคที่ข้ามขั้วมาสนับสนุนพรรคที่เป็นการนำของฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างเต็มตัว

กลับมาถึงนายชัยเกษม ทำไมเลือกจึงดีกว่า 4 เดือนข้างหน้าจะไม่เกิดเรื่องที่พูดไปทั้งหมด ถ้าให้นายชัยเกษมเป็นนายกฯ ปัญหาทั้งไม่เกิดขึ้น เพราะถ้าเลือกนายชัยเกษม ท่านจะตั้งคณะรัฐมนตรี แถลงนโยบาย ในนโยบายนั้นที่จะแถลง จะคล้ายกันกับที่ท่านอานันท์ ปันยารชุน ขึ้นต้นมาบอกว่าเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ แถลงนโยบาย สุดท้ายยุบสภาเร็วที่สุดในตอนนั้น 20 วัน ท่านอานันท์ยุบภายใน 20 วัน ท่านชัยเกษมจะยุบสภาได้เร็วกว่านั้น และความเสียหายที่จะเกิดกับระบอบประชาธิปไตยจะไม่เกิดขึ้น เหมือนกับที่จะเกิดขึ้นหากนายอนุทินเป็นนายกฯ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ