ถ่ายทอดสด ประชุมสภาผู้แทนราษฎรโหวตนายกรัฐมนตรี หลังเลือกตั้ง 2569

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เกาะติดบรรยากาศ ถ่ายทอดสดประชุมสภาผู้แทนราษฎร "โหวตนายกฯ" หลังเลือกตั้ง 2569 ติดตามผลคะแนนเลือก "อนุทิน ชาญวีรกูล - ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" นั่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

เกาะติดบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

โดยมีระเบียบวาระการประชุม เริ่มจากเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม เพื่อรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

จากนั้นจะเข้าสู่ระเบียบวาระเรื่องด่วน คือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พีพีทีวี
เปิดขั้นตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ที่ประชุมสภาฯ มีมติเสียงเกินกึ่งหนึ่งเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนน 293 คะแนน ต่อ 119 คะแนน งดออกเสียง 86 คะแนน เห็นชอบให้แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

"อนุทิน" ไม่ทราบจริง ๆ "งูเห่าส้ม" โผล่โหวตนายกฯ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส. อุดรธานีเขต 7 พรรคประชาชน ที่ลงคะแนนโหวตให้นายอนุทิน ยกมือโหวตหนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีว่า ตนไม่ทราบ และก็ไม่ทราบด้วยว่าทำไมถึงมาโหวตถนนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตนไม่ทราบเลยจริง ๆ ตนได้ขอบคุณทุกเสียงทั้งที่เลือกแล้วไม่เลือก อย่างไรก็ตามถือว่าเราทำงานเพื่อประชาชนด้วยกัน

เมื่อถามว่าเป็นนายกรัฐมนตรีเต็มตัววันแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง ๆ รอการโปรดเกล้าฯ

เมื่อถามต่อว่าจะคุยนโยบายกับพรรคเพื่อไทยเมื่อใดนั้น นายอนุทิน ระบุว่า คุยกันตลอดเวลา เมื่อถามถึงความรู้สึกว่าวันนี้เป็นนายกฯ เต็มตัวแล้วรู้สึกอย่างไร นายอนุทินตอบกลับทันทีว่า ยัง ๆ รอขั้นตอน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ

“ยศชนัน” มั่นใจจับมือ “ภูมิใจไทย” ครบเทอม 4 ปี ชี้นโยบายสอดคล้องไร้ปัญหา

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมนโยบายที่จะไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย ว่ามีการเตรียมทีมเรียบร้อยแล้ว และภายในต้นสัปดาห์หน้าจะมีการเข้าไปพูดคุยกัน 

โดยนโยบายที่ต้องการผลักดันที่เป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยร่วมไปกับรัฐบาลภูมิใจไทย  เป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยพูดมาโดยตลอด เช่น นโยบายการแก้ไขปัญหาปากท้อง นโยบายที่สามารถทำการแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนให้ดีขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายหลายส่วนคล้ายคลึงกัน น่าจะต้องมีการพูดคุย รวมถึงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค่อนข้างที่จะชัดเจนว่าไม่ทำไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็เห็นตรงกันจึงมองว่าไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร 

ส่วนมั่นใจหรือไม่ จะจับมือกันไปตลอดรอดฝั่งให้ครบ 4 ปี นายยศชนัน กล่าวว่า แน่นอนว่าความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกัน 

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือหารือพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังจากการโหวตนายกรัฐมนตรีว่า ได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว คงไม่มีการพูดคุยอะไรกันเพิ่มเติมแล้ว เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคพท. ให้กับนายอนุทิน นายจุลพันธ์ พยักหน้าพร้อมกล่าว่า ครับ เมื่อถามว่า รวมถึงในสัดส่วนของรัฐมนตรีช่วยด้วยหรือไม่ ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ลงตัว นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ได้ส่งไปแล้ว เรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ 

"ณัฐพงษ์" ตอบปมงูเห่า เตรียมดำเนินการตามวินัย ตั้งคำถามคนซื้อ อยากเห็นระบบการเมืองไทยเป็นแบบนี้หรือ?

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน กล่าวหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ภายหลังการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี กรณี นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส. อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน โหวตสวนมติพรรค เลือก นายอนุทินนั่งนายกฯ ว่า

เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นการลงมติที่สวนมติพรรค เป็นสิ่งที่ต้องถามกลับไปยังคนที่ซื้อ การโหวตสวนครั้งนี้ตนพูดได้ชัดเจนว่าคงไม่ได้เป็นการตัดสินใจของนายสุริยาเองโดยที่ไม่มีผลประโยชน์อื่น ๆ มีผลประโยชน์อื่น ๆ แน่นอน

ซึ่งบุคคลที่กระทำการแบบนี้ ต้องตั้งคำถามกับเขาว่าอยากเห็นระบบการเมืองเป็นแบบนี้จริงหรือ ทำไปเพื่ออะไร ตนมองไม่เห็นความจำเป็นอื่นใด ณ ตอนนี้ ซึ่งสถานการณ์การเมืองก็มีประสิทธิภาพทางด้านจำนวนเสียงอยู่แล้ว นอกเหนือจากเป้าหมายที่ต้องการทำลายล้างความเชื่อมั่นของพรรคประชาชน

ทั้งนี้ พรรคประชาชนไม่เสียสมาธิ และพร้อมดำเนินการภายในกับเรื่องดังกล่าว ตามการดำเนินการตามวินัยเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในอดีต อย่างไรถ้ายังไม่ปรากฏข้อเท็จจริง ตนในฐานะหัวหน้าพรรคก็ไม่สามารถบอกได้ จะเป็นการกล่าวหาเพื่อนร่วมพรรค พร้อมเผยว่า ได้ทราบมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนการสืบสวนรายละเอียดข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรจะดำเนินการภายในและจะแจ้งให้ทราบภายหลัง

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่มีโอกาสพูดคุยกับนายสุริยาเป็นการส่วนตัว แต่การโหวตสวนมติพรรคก็แสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น

ในส่วนของตนและเพื่อนร่วมพรรค มองว่าไม่ได้กระทบสมาธิการทำงานของพรรค สามารถเดินหน้าทำงานต่อได้ สิ่งที่สำคัญมากกว่า คือการตั้งคำถามว่า คนที่ซื้องูเห่าแบบนี้ถูกดต้องหรือไม่ เราอยากเห็น สส. ย้ายค่ายได้ง่าย ๆ ผ่านการซื้อเสียงในสภาฯ แบบนี้หรือไม่ ซึ่งต้องแก้ปัญหาผ่านการผลักดันรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ต่อไป

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการสรรหาที่ผ่านมาพยายามตรวจสอบ Background ทุกอย่างรอบด้าน ยังตอบตอนนี้ไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุปัจจัยใด ต้องรอกระบวนการสอบสวนต่อไป

นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ถ้าระบบการเมืองดี ไม่เปิดช่องให้ทำแบบนี้ การเมืองก็ดีขึ้น อีกส่วนหนึ่งที่เราต้องช่วยกันตั้งคำถามคือคนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เป็นสิ่งหนึ่งที่กำลังทำลายศรัทธาความเชื่อมั่นของประชาชน วันนี้เพิ่งโหวตนายกฯ เสร็จ รัฐบาลชุดใหม่กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่ แต่กลายเป็นว่ารัฐบาลเองที่ทำสิ่งนี้ ก็ขอให้ทุกคนช่วยเรียกร้องระบบการเมืองที่ดีขึ้น

ส่วนกรณีไม่มีวาระหารือเรื่องวิกฤตการณ์น้ำมัน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นที่น่าเสียดายที่ตั้งแต่หารือในช่วงเช้า ผ่านทั้งกลไกหน้าบ้านและหลังบ้าน พบว่าหลายภาคส่วนมีการตอบรับอยากให้เสนอญัติหารือแก้ไขปัญหาน้ำมัน ก่อนที่ประธานสภาฯ จะปิดประชุม มีเพื่อนสมาชิกลุกหารือ ซึ่งประธานสภาฯ ก็รับปากว่าอยากให้จบวาระโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน ก่อนเปิดหารือในเรื่องดังกล่าว

แต่ผลปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีหลังขานผลการนับคะแนนเสร็จ ประธานสภาฯ ปิดประชุมหนีทันที ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เราควรใช้เวลาในสภาฯ ให้คุ้มค่ามากที่สุด

วันนี้นอกเหนือจากการโหวตนายกฯ สิ่งที่เป็นปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชน เช่นเรื่องน้ำมัน ก็สามารถใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ได้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝั่งรัฐบาลต้องปิดสภาฯ หนี หรือต้องการหนีการตรวจสอบอย่างที่ได้ตั้งคำถามกันไว้หรือไม่ และตอนนี้อาจมีส่วนพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชัน

ทั้งนี้ เนื้อหาที่วันนี้เตรียมมานำเสนอในสภาฯ ก็มีทีมงานทำงานอยู่แล้ว ซึ่งตนขอให้ รองศาสตราจารย์ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร มานำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายที่เตรียมเสนอในสภาฯ เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลรักษาการต่อไป

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า พื้นที่ที่ดีที่สุดในการพูดคุยคือที่ประชุมสภาฯ เพราะเป็นพื้นที่ที่ประชาชนทั้งประเทศสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ สมาชิกมีเอกสิทธิ์ในการคุ้มครองในการอภิปรายอยู่แล้ว จึงไม่เห็นเหตุผลที่รัฐบาลให้เหตุผลว่า มีคณะกรรมการในส่วนนั้นอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปิดประชุมสภาฯ ในญัตตินี้หรือไม่

ทั้งนี้ ตนยังคงมองว่าพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดคือ การพูดคุยในที่ประชุมสภาฯ รวมถึงมีเพื่อนสมาชิกยกมือขึ้นหารือ และประธานสภาฯ เองก็รับปากด้วยซ้ำว่า รอจบวาระเลือกนายกฯ ก่อน จึงจะเปิดให้มีโอกาสหารือกัน

แต่ทันทีที่ประกาศผลโหวตนายกฯ เสร็จ ก็ปิดประชุมสภาฯ ทันที คิดว่าเป็นบรรยากาศที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ในวันนี้ อยากให้ฝั่งรัฐบาลเปิดพื้นที่ในการพูดคุยมากยิ่งขึ้น

"เท้ง ณัฐพงษ์" ย้ำไม่มีเจตนาตั้งรัฐบาลแข่ง ชี้อย่าเพิ่งหมดหวัง

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

โดยนายณัฐพงษ์ ลุกอภิปรายว่า พวกเราไม่ได้ต้องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งแต่อย่างใด เพราะประชาชนทั่วทั้งประเทศต่างรู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้วันนี้ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่ 8 ก.พ. จนถึงวันก่อนโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนก็ยืนยันว่า ที่ผ่านมา ช่วงเวลาดังกล่าว พรรคประชาชนไม่เคยดำเนินการหรือมีความพยายามใดๆ ที่จะดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง อยากให้ทุกคนยึดถือหลักการนี้ไว้ร่วมกัน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พวกเราควรจะต้องทำในระบบการเมืองรัฐสภา ที่ไม่ว่าการเลือกตั้งกี่ครั้ง พรรคใดจะชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง ควรจะต้องได้รับสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน

นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า เวทีนี้จึงเป็นเวทีที่ไม่ใช่การแสดงวิสัยทัศน์ แต่มาแสดงความห่วงใยต่อประเทศชาติของเรา ข้อห่วงใยนี้จะสำเร็จได้ ต้องมีรัฐบาลที่มีความชอบธรรม ประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าตาที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ ประเด็นแรก ระยะใกล้ตัวที่สุดคือเรื่องความชอบธรรมของรัฐบาล พร้อมย้ำถึงการโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยที่มีส่วนในการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็อาจจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับท่านโดยตรง เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. หรือแม้แต่การวินิจฉัยแล้วว่าบาร์โค้ดวันเลือกตั้งจะถูกหรือผิดนั้นเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่พรรคภูมิใจไทยจะสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมาได้บางส่วน คือการกำกับดูแลการจัดการกับคนของท่านเอง สิ่งที่ตนเห็นไม่ได้เป็นการกล่าวหา อย่างกรณีที่สุพรรณบุรี เขตสอง กกต. เองก็มีการสอบภายในแล้วว่าการนับคะแนนใหม่นั้นมีเหตุผิดปกติอย่างยิ่ง ทำให้ประชาชนซักถามเป็นจำนวนมาก

“สิ่งหนึ่งที่ว่าที่นายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยดำเนินการได้ คือตรวจสอบคนของท่านเองอย่างเข้มงวด และถ้ามีส่วนผูกพันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สังคมคาดหวังคือการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ในการจัดการคนของตัวเอง พอที่จะกอบกู้ศรัทธาความเชื่อมั่นในบางส่วน ถ้าท่านดำเนินการแบบนี้” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ประการต่อไป คือเรื่องวิกฤตที่แวดล้อมประเทศไทยในปัจจุบัน เรามีทั้งภัยจากภายนอกและภัยจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสุดท้ายคือเรื่องธรรมาภิบาลของภาครัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปากท้องของประชาชน

สิ่งที่พวกตนเชื่อจริงๆ คือเรื่องการทำงานการเมืองเพื่อประชาชน ที่บอกว่ารัฐบาลต้องมีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหา รัฐบาลที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่ตนหมายถึง คือเข้าไปแล้วกล้าที่จะชนกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ตรวจสอบคนของตัวเอง ไม่ได้เข้าไปเพื่อที่จะทำธุรกิจการเมือง หรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทน มีบุคคลสำคัญที่อาจมีส่วนพัวพันกับธุรกิจพลังงานและเกี่ยวข้องกับปัญหาวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้นหรือไม่ และมีบุคคลในรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจรับเหมางานก่อสร้างภาครัฐหลายส่วนหรือไม่ ปัญหาที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่สะสมมาอยู่เรื่อยๆ และกำลังทำลายความหวังของประชาชน

“วันนี้สิ่งที่พวกผมพร้อมที่จะน้อมรับคือยอมรับเรื่องผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา อยากจะฝากประธานสภาไปยังว่าที่รัฐบาล ไปยังว่าที่นายกรัฐมนตรีคนถัดไป อยากให้ท่านทำหน้าที่ของท่านได้อย่างเต็มที่มากที่สุด สำหรับพวกผมเอง ผมทราบว่าวิถีทางการทำงานการเมืองของพวกเราอาจจะแตกต่างกัน ท่านอาจจะคิดว่าการเมืองก็เป็นแบบนี้แหละ มันต้องทำแบบนี้แหละ ไม่เช่นนั้นคงเข้าสู่อำนาจไม่ได้ พวกผมก็เป็นแบบนี้แหละ ทำวิถีทางการเมืองแบบนี้ วันนี้ก็เลยยังเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่

แต่ผมเชื่อว่าวิถีทางในการทำงานการเมืองของพวกเราที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยพาสังคมไทยไปข้างหน้า และผมก็เชื่อเช่นเดียวกันว่าเพื่อนสมาชิกจากอีกฟากฝั่งหนึ่งก็น่าจะเห็นไม่ต่างกัน ว่าพวกเราไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็ทำประโยชน์ให้กับประเทศได้ สิ่งที่ผมอยากจะฝากไปยังสมาชิกของพรรคประชาชนและประชาชน ขอให้ทุกคนอย่าหมดความหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่านักการเมืองในประเทศนี้จะเลือกวิถีทางใด ขออย่างเดียว ถ้าประชาชนร่วมกันสอดส่อง ตรวจสอบ ตัดสินใจในการเข้าคูหาเลือกตั้งอย่างดีที่สุด ในวันนั้นผมเชื่อว่าประเทศเราจะเปลี่ยนได้ สำหรับพวกผมในวันนี้ก็คงจะขอเดินหน้าทำหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่ต่อไป” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนอยากจะฝากฝังไปยังเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชน จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทุกท่านทำอยู่ ตนเชื่อว่าสิ่งที่ทุกท่านทำมีความหมาย ปัจจุบันวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ จะโดนสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่ตนก็คงเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้ เคียงข้างกับทุกท่านต่อไป จนกว่าอำนาจจะส่งต่อประชาชน

"อนุทิน" ยันเสียงทุกคนดังเท่ากัน ลั่นจากหัวใจ สส. ทุกคนคือผู้แทนชาวไทย พร้อมบริหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด - เร็วสุด - มีประสิทธิภาพสุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ว่า ขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่กรุณาเสนอชื่อให้ได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และขอบคุณสำหรับการรับรองเสียงในการเสนอชื่อในสภาฯ อันทรงเกียรติแห่งนี้

สำหรับตัวตน ไม่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคใด จะลงคะแนนเสียงสนับสนุนให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ในหัวใจของตน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านคือผู้แทนของปวงชนชาวไทย เสียงของทุกท่านดังเท่ากัน และตนพร้อมรับคำแนะนำคำวิพากษ์วิจารณ์ ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปปฏิบัติ หากได้มีโอกาสทำหน้าที่บริหารประเทศ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอให้คำยืนยันต่อพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่า จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำงานร่วมกันอย่างสุดกำลังความสามารถกับผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกคน เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขสูงสุดต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชน

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อครั้งเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อ 14 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ขอให้ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใด ๆ ที่จะมีขึ้นในสภาฯ แห่งนี้ จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และสำเร็จผล เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ทุกท่านคงทราบดีว่า ตั้งแต่เราพบกันในสภาฯ แห่งนี้ เชื่อว่าทุกท่านคงเห็นว่าตนถือว่าทุกคนเป็นมิตรของตน เป็นเพื่อนที่ดี และยิ่งไปกว่านั้น เรามีเป้าหมายร่วมกันคือ ประโยชน์ของประเทสและประชาชน

ดังนั้น ถ้าตนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนและรัฐบาลของผลจะให้การสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติร่วมกับรัฐสภาแห่งนี้อย่างเต็มที่ ด้วยความเคารพต่อการตัดสินใจของผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกท่าน ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ตนขอน้อมรับการตัดสินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน และขอขอบพระคุณทุกเสียงที่เคยมอบให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ขอบคุณข้าราชการและพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่ทำให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ ถึงแม้ว่าจะมีเสียงข้างน้อยเป็นครั้งแรกในรัฐสภา แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายหลาย ๆ อย่าง

และแม้ว่าขณะนี้จะมีปัญหาที่จะต้องแก้ไขต่อไป ตนก็มั่นใจว่าด้วยนความร่วมมือของทุกท่าน รัฐบาลของตนจะทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ด้วยประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

“อภิสิทธิ์” งดโหวตนายกฯ ชี้ปมจริยธรรม-คดีค้าง เหตุไม่หนุนทั้ง 2 แคนดิเดต 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี โดยขอหารือกับประธานสภาฯ ว่า ภายหลังเสร็จสิ้นวาระการพิจารณาดังกล่าว ควรเปิดโอกาสให้สภาฯ ได้หยิบยกประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะสถานการณ์วิกฤตในปัจจุบัน เพื่อให้ฝ่ายบริหารชี้แจงต่อสาธารณะอย่างชัดเจน แยกจากวาระการพิจารณาที่กำลังดำเนินอยู่

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้เข้าสู่เนื้อหาการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดยอ้างอิงข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำหนดให้การพิจารณาต้องคำนึงถึงทั้งความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้น

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า แม้จะไม่ใช้เวลามากในประเด็นด้านความสามารถ แต่เห็นว่าคุณสมบัติด้านจริยธรรมเป็นเรื่องสำคัญ โดยย้ำว่ามาตรฐานทางการเมืองควรสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย และเป็นเหตุผลหลักที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถให้ความเห็นชอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้

ทั้งนี้ ได้หยิบยกประเด็นข้อกล่าวหาคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่อาจกระทบต่อระบบประชาธิปไตย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นอิสระของวุฒิสภา และอาจส่งผลต่อการตรวจสอบอำนาจรัฐ โดยระบุว่า ปัจจุบันนายอนุทินยังอยู่ในสถานะผู้ถูกกล่าวหาในกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

นายอภิสิทธิ์ เห็นว่า แม้ข้อกล่าวหาจะยังไม่สิ้นสุดในทางกฎหมาย แต่สถานะดังกล่าวอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และการบริหารราชการแผ่นดิน จึงไม่สามารถสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้

ขณะเดียวกัน ยังระบุว่า ไม่สามารถสนับสนุนอีกผู้ถูกเสนอชื่ออย่าง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้เช่นกัน เนื่องจากมีประเด็นทางกฎหมายอยู่ในกระบวนการพิจารณา โดยยืนยันว่าการงดออกเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เกี่ยวข้องกับการรอเข้าร่วมรัฐบาล แต่เป็นการยึดหลักตรวจสอบตามบทบาทฝ่ายค้าน

อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ แสดงความเห็นว่า ทั้งสองพรรคการเมืองยังมีบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและไม่มีข้อกังขา ซึ่งน่าจะสามารถเสนอเป็นทางเลือกได้ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ พรรคประชาธิปัตย์จึงตัดสินใจงดออกเสียงในการลงมติครั้งนี้ 

“อรรถกร” ลั่น ลืม “ร.อ.ธรรมนัส” ไม่ว่า แต่อย่าลืมความเดือดร้อน ปชช.

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงความไม่สบายใจภายหลังวันที่ 18 มี.ค. 2569 ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องกรณีบัตรเลือกตั้ง โดยระบุว่ายังไม่แน่ใจว่าผลการพิจารณาในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การเมืองไทยหรือไม่ และหากมีความเห็นออกมาในเชิงลบ อาจกระทบต่อความชอบธรรมของการลงประชามติในครั้งนี้

แต่อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์โลกปัจจุบันทำให้ทุกคนมาอยู่ในวาระที่ประชุมแห่งนี้ ตนต้องเรียนประธานสภาฯ ว่า หากไม่มีวาระเร่งด่วนเช่นนี้อาจมีการตีรวน แต่ในวันนี้เมื่อความจำเป็นเกิดขึ้นจึงไม่คิดที่จะขัดขวาง ช่วงหนึ่ง นายอรรถกร กล่าวว่า “กลัวว่าท่านนายกฯ จะลืมคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน ที่จะทำให้คนไทยรวยทุกคน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พี่น้องฉะเชิงเทราของผมจะได้มีรายได้เข้ามาเยอะๆ”

อีกประเด็นสำคัญที่ นายอรรถกร กังวลคือ "กลัวว่านายกฯ จะลืมพี่ ลืมน้อง ลืมเพื่อน เดือนที่แล้วกูรูทุกสำนักบอกว่าไม่น่าจะพลิกขั้ว แต่วันนี้ท่านลืมเพื่อนแล้ว เพื่อนที่ชื่อว่าผู้กองธรรมนัส ไม่ว่ากันครับ วันนี้นายกรัฐมนตรีได้เกือบ 200 เสียง ท่านอย่าลืมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน"

"จุลพันธ์" ย้ำโหวตเลือก "อนุทิน" นั่งนายกฯ เพราะเพิ่งผ่านเลือกตั้ง - รับฟังเสียงพี่น้องประชาชน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อญัตติการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่า พรรคเพื่อไทยอยู่ในระบบรัฐสภามายาวนาน ยึดมั่นในหลักการและกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด

สิ่งที่ตนเป็นห่วงต่อบรรยากาศของการประชุมสภา คือการอภิปราย ซึ่งต้องอยู่ในกรอบข้อบังคับการประชุมตามข้อ 69 ที่ไม่อนุญาตให้มีการใส่ร้ายป้ายสี หรือพูดเท็จ สิ่งที่เกิดขึ้นในสภาจะยึดตามกรอบอย่างเคร่งครัด ไม่พูดถึงบุคคลในทางเสียหายโดยยังไม่มีการพิสูจน์ทราบ

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ ตนอาจไม่พูดถึงคุณสมบัติของทั้ง นายอนุทิน และนายณัฐพงษ์ เพราะตนไม่ใช่โสดาบัน ที่จะไปชี้กล่าวโทษว่าใครดีใครเลว แต่กลไกตามระบอบประชาธิปไตยมีกลไกอยู่แล้ว กระบวนการเข้าสู่การเป็นแคนดิเดตนายกฯ ก็ได้ผ่านกระบวนการพิสูจน์ตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชื่อที่ได้ปรากฏทั้ง 2 ท่านก็ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบอย่างเพียงพอ

เพราะฉะนั้น ทุกคนที่ปรากฏชื่อ มีประวัติ มีการทำงานที่ผ่านมา หากมีประเด็นสงสัย สภาผู้แทนราษฎรมีกระบวนการต่อเนื่อง ไม่จบเพียงวันนี้วันเดียว ทั้งการตั้งกระทู้ถาม สร้างญัตติ และกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งหากดำเนินการตามกระบวนการเหล่านั้น จะเป็นการตรวจสอบที่เข้มข้น และพิสูจน์ชัดว่าบุคคลที่ทุกท่านสงสัย ประพฤติปฏิบัติตามครรลองหรือไม่ อย่างไร

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับญัตติในวันนี้ เป็นการเลือกบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ 18 มีนาคมที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยมีมติเอกฉันท์โดยไม่มีการครอบงำใด ๆ ที่จะมีมติเห็นชอบวันนี้ที่จะให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายจุลพันธ์ เผยว่า สาเหตุหลักที่พรรคเพื่อไทยมีมติเช่นนั้น อันเนื่องมาจากเราผ่านการเลือกตั้งมาหมาด ๆ และเรารับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน พรรคภูมิใจไทยผ่านการคัดเลือกคัดสรรเข้ามาจำนวนถึง 191 เสียง มากกกว่าอันดับ 2 และอันดับ 3 อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเสียงเหล่านี้คือเสียงของประชาชนในการตัดสินให้ประเทศเดินหน้า และให้ความไว้วางใจต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล

แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยผ่านการต่อสู้ในช่วงหาเสียงอย่างจริงจัง แต่เมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว เสียงของประชาชนคือเสียงที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องรับฟัง และขอบพระคุณพรรคภูมิใจไทย ที่เทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล สำหรับพรรคเพื่อไทยการนำนโยบาย แนวความคิดอุดมการณ์ของพรรค ไปสู่การเป็นรัฐบาล เพื่อนำนโยบายเหล่านั้นไปสร้างให้เกิดประโยชน์กับประชาชน

วันนี้เมื่อได้มีการพูดคุยกัน ได้หารือกันในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล สิ่งที่เราให้ความสำคัญและได้รับการตอบรับอย่างดีจากพรรคภูมิใจไทย คือการนำนโยบายพรรคเพื่อไทยรวม ผสม เพื่อนำออกมาเป็นนโยบายแห่งรัฐ วันนี้นโยบายของพรรคหลายนโยบาย จะได้รับการขับเคลื่อนเพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

นอกจากนั้น วันนี้เราผ่านการเลือกตั้งหลังมีการยุบสภาฯ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ รัฐบาลที่อยู่ในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นรัฐบาลรักษาการณ์ ไม่สามารถดำเนินภารกิจบางประเภท ยังมีข้อจำกัดบางประการในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้น วันนี้เป็นหน้าที่ของทุกคนที่อยู่ที่นี่ ในการรีบดำเนินการจัดตั้งเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้มีการโปรดเกล้าฯ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา และมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาที่ถาโถมใส่พี่น้องประชาชนทุกวันนี้ แน่นอนว่าคือปัญหาเรื่องหนี้ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เศรษฐกิจปากท้อง ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านก็ยังไม่แล้วเสร็จ ไปจนถึงสถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่กระทบมาถึงวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น

พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรียนต่อท่านประธานว่าเราห่วงไม่แพ้กัน พรรคเพื่อไทยนอกจากจะมีมติเรื่องโหวตนายกรัฐมนตีแล้ว ยังใช้เวลาส่วนใหญ่ถกกันเรื่องภาวะขาดแคลนและหาน้ำมันไม่ได้ เพราะพวกเรามาจากประชาชน ความเดือดร้อนของประชาชนคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญลำดับ 1

ดังนั้น วันนี้จึงเป็นภาระหน้าที่ของพวกเราทุกคนในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ได้รัฐบาลชุดใหม่ที่มีอำนาจเต็มในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกมิติ ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า หากกระบวนการครบถ้วน และมีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาล สามารถดำเนินการตำแหน่งในฐานะคณะรัฐมนตรี ขอยืนยันว่าจะนำปัญหาของประชาชนมาแก้ไข และขอฝากสภาฯ แห่งนี้ในการนำเสนอและสะท้อนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนเป็นรูปธรรม

นายจุลพันธ์ ย้ำว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าฝากฝั่งใด ภาระหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบการทำงานของภาครัฐที่จะเกิดขึ้น ไม่ได้แตกต่างกัน หากมีเรื่องใดที่ผิดพลาด

เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน แน่นอนว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้ง 74 ท่านไม่อยู่นิ่งเฉย หากมีเรื่องปัญหา ชีวิตความเป็นอยู่ ความปลอดภัยของประชาชน สมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้ง 74 คน พร้อมเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องประชาชน นำเสนอปัญหาในสภาฯ แห่งนี้ และสะท้อนความเดือดร้อนไปยังรัฐบาล เพื่อให้เกิดการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม

นายจุลพันธ์ ทิ้งท้ายว่า ขอเป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้ง 74 ท่าน ว่าวันนี้เราสนับสนุนญัตติในการเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ประธานสภาฯ วินิจฉัย อภิปรายคุณสมบัติผู้จะดำรงตำแหน่งนายกได้ แต่ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายภายหลังการเสนอ 2 รายชื่อ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สำหรับพรรคประชาชนยืนยันว่า การอภิปรายครั้งนี้ต้องดูพฤติกรรมของผู้ที่มีความเหมาะสม และคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

จากนั้น สส. เพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วง ด้านนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฏร ได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวว่าสามารถอภิปรายคุณสมบัติผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ แต่ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายรังสิมันต์ ได้อภิปรายต่อถึงคุณสมบัติของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า หากเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป อาจจะไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในด้านความซื่อสัตย์สุจริตเป็นประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160

ประเด็นต่อมาการเลือกตั้ง 2569 นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย จากนั้น สส.พรรคภูมิใจไทยได้ยืนขึ้นปประท้วงประเด็นการเลือกตั้งดังกล่าว ชี้ว่าการกล่าวหาเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฏร วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวว่า การกล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด เป็นการไม่เหมาะสม และเตือนนายรังสิมันต์ โรม ว่าไม่ให้กล่าวคำนี้อีก

"ธรรมนัส" เผย "กล้าธรรม" มีมติงดออกเสียงโหวตนายกฯ ย้ำ! ห้ามแตกแถวเด็ดขาด หากเห็นแย้งให้จบในห้องประชุม

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว. เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวในที่ประชุม สส.พรรค เพื่อพิจารณาถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่า พรรคเราอยู่กันแบบพี่แบบน้อง แบบคนในครอบครัว เวลาจะโหวตใด ๆ ก็ตาม เราขอให้เป็นเอกฉันท์ว่ามาจาก มติ สส. ของพรรค ทั้ง 58 ชีวิตตัดสินใจร่วมกันว่าจะเป็นในทิศทางใด แล้วยืนยันว่าต้องไปทิศทางเดียวกันห้ามแตกแถวเด็ดขาด

ถ้าจะแตกแถว ให้แตกแถวในห้องประชุมนี้ เถียงกันในห้องประชุม และเมื่อได้มติฟังเสียงคนส่วนใหญ่แล้ว ด้วยเหตุผล ก็จะต้องไปโหวตในทิศทางเดียวกัน นี่คือหลักการของพรรคเรา

ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวต่อว่า แต่ ณ เวลานี้ เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภา ขอให้เป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์จริง ๆ  ปัญหาอะไรก็ตาม ที่จะพูดในสภาพูดแล้วให้มันเกิดประโยชน์ ต่อประชาชนในพื้นที่ของท่าน เกิดประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง พูดได้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ แต่ถ้าพูดเรื่องส่วนตัว พยายามอย่าไปพูด เพราะไม่เกิดประโยชน์ ไม่อยากให้บรรยากาศทางการเมืองเป็นการเมืองน้ำเน่า เราต้องมีหลักการ

ดังนั้น ขอย้ำว่าในแต่ละสัปดาห์ ที่มีการประชุมสภา ก็ต้องมีสส.ของคนเราทำหน้าที่ ที่เป็นตัวแทนประชาชน คอนเทนท์ต่างๆวาระที่เราจะต้องยื่นญัตติ เราจะมีแบ็คอัพให้เพื่อพูดตามหลักการข้อมูล เพื่อข้อมูลที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่พูด โดยไม่มีหลักการไม่มีข้อมูล ไม่ได้เด็ดขาด

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป็นเพื่อนกันจะโหวตให้เพื่อนหรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัส ตอบว่าขอประชุมก่อน และต้องฟังอีก 57 เสียง ทุกคนมีเสียงเท่ากันหมด

ภายหลังการประชุมร้อยเอก ธรรมนัส เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าที่ประชุมมีมติเอกสารงดออกเสียงโหวตนายกนายรัฐมนตรี พร้อมบอกว่าพรรคนี้ไม่มีเถียงกัน

“รังสิมันต์ โรม” เสนอชื่อ “เท้ง ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

เวลา 10.17 น. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เสนอชื่อ “เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แข่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล

"ปกรณ์วุฒิ" คาดโหวตนายกฯ เสร็จ 15.00 น. บอกเดี๋ยวรอดูหลังมีกระแส "ประชาชน" มีงูเห่า

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นตัวแทนพรรค เข้าร่วมประชุมกับประธานสภา ในการวางกรอบการอภิปรายก่อนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ที่จะเสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญหาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ว่า ไม่ใช่การแสดงวิสัยทัศน์ แต่การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ถือเป็นอีกญัตติหนึ่ง สมาชิกมีสิทธิ์อภิปรายอยู่แล้ว

เพียงแต่การมาคุยในวันนี้ คือคุยเรื่องกรอบเวลา ซึ่งคุยกันลงตัวไม่ได้มีปัญหาอะไร โดยได้เวลาฝ่ายละ 70 นาที รวมการเสนอชื่อด้วย และเท่าที่ทราบผู้ที่ถูกเสนอชื่อทั้งสองคน น่าจะร่วมอภิปรายด้วย โดยคาดว่าการประชุมน่าจะแล้วเสร็จในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น.

ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคประชาชนมีงูเห่านั้น ยังยืนยันว่าพรรคประชาชนจะยังโหวตไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า “เดี๋ยวรอดูก็ได้ ไม่มีอะไร”

“ไชยชนก ชิดชอบ” ประเดิมเสนอชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

เวลา 10.10 น. นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

สส.เพื่อไทย แอดมิตด่วน! ยืนยันถึงโรงหมอ ก็ต้องไปโหวต “อนุทิน” 

นายพนม โพธิ์แก้ว สส.จังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จนต้องเข้ารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม แม้อยู่ระหว่างการรักษา นายพนมได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า ยังคงตั้งใจจะเดินทางไปเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเช้า ซึ่งมีวาระสำคัญในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่าจะสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตามมติของพรรคเพื่อไทย

เจ้าตัวยังระบุด้วยว่า ได้แจ้งแพทย์แล้วว่ามีความจำเป็นต้องเข้าร่วมประชุมให้ได้ แม้ต้องใช้รถพยาบาลส่งตัวไปยังรัฐสภาก็ตาม เพื่อให้ทันการลงมติในเวลา 10.00 น.

สำหรับนายพนม หรือ “ไก่” เป็น สส.กาญจนบุรี เขต 5 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเขตเลือกตั้งที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ครอบคลุมหลายอำเภอ อาทิ ศรีสวัสดิ์ สังขละบุรี ทองผาภูมิ และไทรโยค รวมพื้นที่กว่า 14,000 ตารางกิโลเมตร หรือราว 8.75 ล้านไร่ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายเท่า 

“ณัฐพงษ์” เผยได้ยินข่าว เสนอชื่ออื่นชิงนายกฯ ย้ำรอชัดเจนในสภาฯ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ฐานะฝ่ายค้านจริงๆ  ยังไม่ได้เริ่มขึ้นเพราะยังไม่ได้มีการโหวตนายกฯ อย่างไรก็ตามในฐานะ สส. มีการหารือว่าอาจจะมีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ในการหารือในที่ประชุมสภาฯ วันนี้ หาทางออกในการขาดแคลนน้ำมัน เชื่อว่าฝั่งรัฐบาลหรือเสียงข้างมากจะให้โอกาสได้อภิปรายข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลรักษาการในปัจจุบัน

สิ่งที่มีความสำคัญในตอนนี้ มีความสำคัญพอๆ กันหรือมากกว่าราคาน้ำมัน คือสถานการณ์การขาดแคลนน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป โดยรัฐบาลก็ยังให้คำตอบได้ไม่ชัดเจนว่า น้ำมันหายไปไหน ใครที่เป็นคนกักตุน แต่ได้ข่าวมาว่าวันนี้รัฐบาลจะเชิญผู้ประกอบการต่างๆ และ Supply chain เข้ามาหารือ สิ่งที่ทำได้ง่านที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อกอบกู้ความไว้ใจจากประชาชน คือการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส

ส่วนประเด็นที่สังคมมองว่า พรรคประชาชนออมมือให้พรรคภูมิใจไทยมากเกินไปหรือไม่ เพราะถ้าเป็นรัฐบาลเพื่อไทยน่าจะออกมาตีแผ่มากกว่านี้ นายณัฐพงษ์ ตอบว่า ไม่ได้มีการออมมือใดๆ วันนี้จะมีการอภิปรายคุณสมบัตินายกฯ เชื่อว่า สส. จากพรรคประชาชน และ สส.หลายๆ ส่วนจะมีการอภิปรายถึงส่วนนี้ อย่างไรก็ตามเวทีแห่งนี้ไม่ใช่ศึกซักฟอก หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องรักษาบรรยากาศการพูดอยู่ในกรอบอภิปรายวันนี้ด้วย ยืนยันว่าการตรวจสอบตรวจสอบทุกเวทีอย่างเต็มที่อยู่แล้ว รวมถึงข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเช่นเดียวกัน

ส่วนประเด็นที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีการเสนอชื่ออื่น นอกจากชื่อของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ชิงเก้าอี้นายกฯ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้ข่าวมาบ้าง แต่รอการประชุมสภาฯ เพื่อความแน่ชัด ตนตอบแทนพรรคอื่นๆ ไม่ได้

"ชัยชนะ" ย้ำพรรคประชาธิปัตย์ "งดออกเสียง" โหวตนายกรัฐมนตรี

นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ในส่วนของสมาชิกพรรคทุกคนต้องดำเนินการตามมติพรรคที่ออกมา ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์โหวตในทิศทางเดียวกัน คือ งดออกเสียง ส่วนคำชี้แจงหัวหน้าพรรคจะตอบคำถามทั้งหมดผ่านการอภิปรายในสภา

ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์มีมติว่าหากมีการอภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีจะมอบเวลาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค เป็นผู้อภิปรายเพียงผู้เดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องการให้มีการอภิปรายคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี นายชัยชนะ ระบุว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติในการเลือกนายกรัฐมนตรี ในสภาฯ ครั้งที่แล้ว มีการเปิดให้อภิปรายทุกครั้ง ทุกรอบ และให้แต่ละพรรคส่งตัวแทนอภิปรายพรรคละ 1 ถึง 2 คน เพื่อบอกเหตุผล

และฝากเรื่องในการแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาลใหม่ ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน จะเริ่มต้นภายหลังจากการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการประชุมและขับเคลื่อนมากขึ้น

ส่วนที่สื่อมวลชนระบุว่าพรรคฝ่ายค้านไม่มีเอกภาพ ตนเองคิดว่าการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล หาข้อมูลมานำเสนอในสภาฯ และตอบคำถามกับประชาชนอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงไม่ชัดเจนเท่ากับการตรวจสอบรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ตนขอเรียกร้องรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ช่วยตอบคำถามให้ชัดเจน ว่าพลังงานสำรองที่มีอยู่ ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า เพียงพอได้กี่วัน ที่บอกใช้ได้ 90 ถึง 95 วัน เป็นจริงได้แค่ไหน และการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน การขึ้นราคาน้ำมัน มาตรการทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเมื่อราคาน้ำมันขึ้นทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น รัฐบาลจะมีมาตรการออกมาอย่างไร

และสุดท้าย อยากฝากรัฐบาล ว่าการเริ่มต้นลดใช้พลังงาน ควรเริ่มต้นจากรัฐบาลก่อน เช่น รถยนต์ในหน่วยงาน

"อรรถกร" แย้มแนวทางโหวตนายกฯ "กล้าธรรม" บอกเพื่อนกันไม่จำเป็นต้องไว้วางใจเสมอไป

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะ สส. ฉะเชิงเทรา นายทะเบียนพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดถึง ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม

นายอรรถกร กล่าวว่า “เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ” ส่วน ร.อ.ธรรมนัส ระบุไม่ฆ่านายขายเพื่อน นายอรรถกร กล่าวว่า “บางทีเพื่อนกันก็ไม่จำเป็นต้องไว้วางใจให้เสมอไปนะ เราต้องดูเรื่องความเหมาะสม เรื่องส่วนตัวเอาไว้ก่อน”

“เพื่อไทย” มติเอกฉันท์ หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ย้ำปราศจากการครอบงำใดๆ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒ์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ประชุม สส. พรรค และลงประชามติโดยปราศจากการครอบงำใดๆ ลงประชามติโดยสมาชิกเอง เพราะเรื่องของการเข้าร่วมรัฐบาลมีความชัดเจนมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้มีความเหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไป

และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเรามีจำนวนเพียงพอที่จะมีความเข้มแข็ง และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ ขณะนี้สถานการณ์ไทย-กัมพูชา และปัญหาสถานการณ์ Geopolitics เช่น สถานการณ์ตะวันออกกลาง มีความจำเป็นเร่งด่วนที่การจัดตั้งรัฐบาลจะต้องเกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการนำพาประเทศ และแก้ไขปัญหาให้ ปชช. วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมนำนโยบายให้กับประชาชน มอบให้ประชาชน ทั้งนี้ขอบคุณนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เชิญเข้าร่วมรัฐบาล ยืนยันพรรคเพื่อไทยมาเต็มร้อย เลือกนายอนุทิน ดำรงตำแหน่งต่อ

พรรคพลังประชารัฐ มีมติเอกฉันท์หนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในนามของพรรคพลังประชารัฐ ขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่ให้มีโอกาสร่วมกระบวนการขับเคลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ประเทศชาติมีปัญหาค่อนข้างหลายเรื่อง ต้องร่วมแรงร่วมใจกันจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว

โดยพรรคพลังประชารัฐมีมติเอกฉันท์สนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ในการร่วมทำงานแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติ พร้อมระบุว่าพรรคพลังประชารัฐพร้อมร่วมมือกับทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาของประเทศ

“อนุทิน” แถลง 16 พรรคหนุน นั่งนายกฯ ลั่นบริหารราบรื่น ไร้ขัดแย้ง 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังได้รับการสนับสนุนจาก 16 พรรคการเมือง ให้โหวตนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า มั่นใจว่าการทำงานทางการเมืองต่อจากนี้ ทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร จะเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยประสบการณ์และความตั้งใจของทุกฝ่าย ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมกันนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

นายอนุทิน กล่าวขอบคุณทุกพรรคการเมืองที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้ประสานงานของแต่ละพรรคที่ร่วมมือกันอย่างมุ่งมั่นและสามัคคี

พร้อมยืนยันว่า จากนี้ทุกฝ่ายจะทำงานร่วมกันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างสะดวกและราบรื่น โดยเชื่อมั่นในความสัมพันธ์อันดีที่มีมาอย่างยาวนาน และจะทำงานด้วยความมุ่งมั่นในการรับใช้ประชาชน โดยจะไม่เกิดความขัดแย้ง และจะร่วมกันขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

“เราจะร่วมกันทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ และประชาชน พร้อมหวังว่าทุกฝ่ายจะให้ความร่วมมือ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและดีที่สุด” นายอนุทิน กล่าว 

“รวมไทยสร้างชาติ” ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ต่อสมัยที่ 2

สส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย  เปิดเผยว่า วันนี้ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ถือโอกาสแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่พรรครวมไทยสร้างชาติ มาสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการโหวตในสภาฯ วันนี้

ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมรัฐบาล และโหวตนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องสมัยที่ 2 นโยบายของพรรคภูมิใจไทยเอง และพรรครวมไทยสร้างชาติมีหลายเรื่องที่สอดคล้องกัน ยินดีที่ได้ทำงานร่วมกันเพื่อชาติบ้านเมือง โดยพรรครวมไทยสร้างชาติมีร่างกฎหมายสำคัญของพรรค จำนวน 2 ฉบับที่จะผลักดัน  คือ

  • ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการรใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ ร่างกฎหมายเสรีโซลาร์
  • ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต หรือ กฎหมายปลดล็อกเครดิตบูโร

เพื่อไทยไม่แตกแถว! “จุลพันธ์” ลั่นชัด หนุน “อนุทิน” ตามเสียงข้างมาก  

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำถึงแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ว่า แนวทางนั้นชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งที่ประชุมพรรคเมื่อวานนี้ ได้มีมติร่วมกันแล้วว่า จะเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะกระบวนการเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ชัดเจนมานานแล้วและพร้อมจะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน 

เมื่อถามย้ำว่า จะไม่มีเสียงแตกใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ บอกว่าไม่มี เพราะความชัดเจนเกิดจากประชาชน ที่ได้เลือกเสียงข้างมาก มาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งห่างจากพรรคอันดับ2 ค่อนข้างมาก วันนี้คงมีความชัดเจน ตั้งแต่ก่อนเข้าประชุม ถึงกระบวนการในการเลือก ต้องเอาความประสงค์ของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งไม่ได้มีความใกล้เคียงอยู่แล้วระหว่างพรรคอันดับหนึ่ง อันดับสองหรืออันดับสาม เราพร้อมที่จะเดินหน้า 

ส่วนผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น และมีการส่งตรวจสอบคุณสมบัติแล้วหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่าคงจะดำเนินการในเร็ววันนี้ ซึ่งต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งวันนี้มีโอกาสที่จะพบนายกรัฐมนตรี คงได้พูดคุยกัน 

เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยถึงเรื่องนโยบายด้วยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แน่นอน อย่างแรกคือเรื่องการจัดสรรกระทรวง ซึ่งได้พูดคุยกันในเบื้องต้นแล้ว และในส่วนของนโยบาย ที่เกี่ยวเนื่องกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เราก็พร้อมที่จะผลักดัน จะมีการนัดหมายพูดคุย ในระดับทีมทำงาน เกี่ยวกับเรื่องของการแถลงนโยบาย การบรรจุนโยบายของพรรครวมรัฐบาลเข้าไปซึ่งได้มีการพูดคุยเบื้องต้นในกรอบใหญ่แล้ว ส่วนเรื่องรายละเอียดต้องให้ทีมงานทำงานดำเนินการ ก็จะเกิดความชัดเจน ในวันแถลงนโยบาย 

"หมอวรงค์" ตั้งใจงดออกเสียงโหวตนายกฯ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี กล่าวภายหลังเดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ว่า ตนเองมีความตั้งใจงดออกเสียง แต่หากมีสถานการณ์ที่น่าสนใจหรือถูกใจ อาจเปลี่ยนใจได้ ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ก็มีคนมาถาม ตนจึงบอกไปว่าตั้งใจจะงดออกเสียง ยกเว้นอะไรที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองก็จะสนับสนุน ซึ่งเมื่อวันเดียวกัน วิปฝ่ายค้านได้ประสานตนมาว่า ทราบว่าจะได้เวลาหารือฝ่ายละ 1 ชั่วโมง และตนเองจะได้เวลา 5 นาที

ทั้งนี้ขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ประกอบด้วย

ขั้นตอนก่อนเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พรรคการเมืองที่มี สส. ในสภา ไม่น้อยกว่า 5% (25 คน) สามารถเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเคยแจ้งไว้ในการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 88 กำหนดให้พรรคการเมืองส่งบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ไม่เกินสามชื่อ

โดยการเสนอชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องเสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160

ขั้นตอนการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ในการเสนอชื่อแคนดิดเดตนายกรัฐมนตรีเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกนั้น จะต้องมี สส. รับรองด้วยจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งใน 10 ของ สส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในสภา หรือคิดเห็นจำนวน 50 คน เมื่อเทียบกับจำนวน สส.ในสภาที่เหลืออยู่ ณ ปัจจุบันจำนวน 499 คน

ขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

สภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีจากผู้ได้รับการเสนอชื่อ โดยขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีจะทำโดยเปิดเผย โดยจะใช้วิธีการเรียกชื่อ สส. แต่ละคน และให้ สส. ลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือต้องได้คะแนนเสียงตั้งแต่ 250 เสียงขึ้นไป เมื่อเทียบกับจำนวน สส.ในสภาที่เหลืออยู่ ณ ปัจจุบันจำนวน 499 คน

อย่างไรก็ตามหากในขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถสรรหานายกรัฐมนตรีได้ ไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด ก็จะต้องกลับไปเริ่มต้นกระบวนการเสรอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกันใหม่ และเริ่มโหวตอีกรอบจนกว่าจะได้บุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

หลังจากสภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วเสร็จ รัฐธรรมนูญกำหนดให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ และเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ