พันตำรวจโท เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีการคุมขัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี ว่า ช่วง 5 วันแรกต้องอยู่ห้องกักโรคก่อน หลังจากนั้นจะเข้าสู่การจำแนกผู้ต้องขัง โดยผ่านคณะกรรมการจำแนก ซึ่งจะดูจากความถนัดส่วนตัว เช่น นักโทษที่ถนัดด้านพยาบาลก็จะจัดให้อยู่ห้องรักษาพยาบาล ช่วยจ่ายยา
นักโทษถนัดด้านวิศวะก็ให้ไปอยู่ฝ่ายช่างซ่อมบำรุง ซึ่งกรณีของนายทักษิณมีความรู้ทางด้านภาษา อาจจะให้เป็นอาจารย์สอนภาษา เนื่องจากต้องสร้างกิจกรรมให้ผู้ต้องขังทุกคนมีความรู้ และพัฒนาลักษณะนิสัย โดยใช้ประโยชน์จากผู้ต้องขังทุกคนให้เกิดประโยชน์กับภาพรวมกับเรือนจำ
โดยตลอด 2 คืนที่ผ่านมา ระหว่างที่ นายทักษิณ ชินวัตร อยู่ในเรือนจำ สามารถทานอาหารได้ “เช้ามาก็กินไข่ต้ม 2 ฟอง กินกาแฟ” และนอนหลับได้ตามปกติ โดยไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ และไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเชื่อว่าการตั้งใจบินกลับมาที่ประเทศไทยเพื่อมารับโทษ ตนมองว่าคงทำใจมาไว้อยู่แล้ว และสภาพจิตใจก็โอเค ทั้งนี้ช่วงที่อยู่ในแดนกักโรค 5วัน ราชทัณฑ์ได้ให้นายทักษิณ อยู่ห้องที่มีคนสูงอายุอยู่ เพราะนายทักษิณอายุมากแล้ว จะให้ไปอยู่รวมกับวัยรุ่นคดีฆ่าก็คงไม่ได้
และขณะนี้ยังไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้าเยี่ยม รวมถึงทนายความด้วย ส่วนบุคคลที่จะสามารถเข้าเยี่ยมได้ หลังจากครบ 5 วัน จะเป็นบุคคลที่นายทักษิณระบุไว้ 10 คน มีทั้ง ภรรยา ลูก และคนในครอบครัวตามระเบียบ พร้อมยืนยันว่า กรมราชทัณฑ์จะปฏิบัติตามระเบียบทุกอย่าง
ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนเองยังไม่ได้เข้าเยี่ยมนายทักทิษเลย เนื่องจากยังอยู่ในช่วงกักโรค 5 วัน และตนเองยังไม่ได้พูดคุยกับท่าน มีเพียงการถามผ่านเจ้าหน้าที่ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งนายทักษิณก็โอเคดี และในวันจันทร์นี้ตนเองจะเดินทางมาพบกับนายทักษิณ เมื่อถามว่าทราบหรือไม่ว่าทางเรือนจำ จะให้นายทักษิณเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ นายวิญญัติ บอกตนเองไม่ทราบ เรื่องนี้ต้องไปถามทางเรือนจำเอง