11 ก.ย. 2568 เวลา 11.30 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่เรือนจำกลางคลองเปรม คุมขังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งศาลฎีกาฯ บังคับโทษ 1 ปี เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าวันนี้ทางกลุ่ม คปท.,กองทัพธรรม,ศปปส. ได้เดินทางไปร้องที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ เพื่อขอให้เร่งดำเนินการกับข้าราชการที่ช่วยนายทักษิณ ชินวัตร ให้ไม่ต้องติดคุก รวมถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในขณะนั้น ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ระบุว่า เป็นสิทธิ์ที่จะร้อง เราก็ทำตามกฎหมายและยินดีให้มีการตรวจสอบ ส่วนรายละเอียดเราก็ต้องเคารพในองค์การที่เขาตรวจสอบ เรายินดีให้ความร่วมมือ
ส่วนเมื่อถามว่ามีการเคยมายื่นเรื่องตรวจสอบหลายครั้ง ก็ยังมีการยืนยันว่ายังป่วยวิกฤติ และเพิกเฉยต่อการร้องเรียนของกลุ่มดังกล่าวนั้น ตนมองว่ารายละเอียดต่าง ๆ ก็ตามที่ปรากฏไปแล้ว เนื่องจากว่าหากดูในคำพิพากษาก็ยังไม่ได้ไปพาดพิงใคร แต่เราก็จะขอเอาคำพิพากษามาดู ยินดีให้ตรวจสอบ
เมื่อถามว่ากรณีการคุมขังนายทักษิณ ชินวัตร เห็นว่าจะมีการใช้ช่องทางคุมขังนอกเรือนจำ ซึ่งเป็นความเป็นห่วงของภาคประชาชน พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า อันนี้มันอยู่ในอำนาจและระเบียบของกรมราชทัณฑ์ แต่ส่วนใหญ่ตนก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะตนก็ฟังและติดตามข่าวจากสื่อมวลชนเช่นเดียวกัน อีกทั้ง ผบ.เรือนจำฯ ก็บอกว่า แม้แต่ญาติก็ยังเยี่ยมไม่ได้เพราะยังอยู่ระหว่างการกักโรคโควิด-19 จำนวน 5 วัน ส่วนว่านายทักษิณ อยู่ข้างในเป็นอย่างไรบ้าง มีอาการเจ็บป่วย สภาพจิตใจ หรือคุมขังในแดนใดนั้น ตนก็ฟังจากข่าว แต่ต้องบอกว่าราชทัณฑ์ก็ต้องดูแลทุกคนในเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว รวมถึงราชทัณฑ์ก็มีระบบการดูแลอยู่
ระเบียบขั้นตอนเป็นไปตามกฎของราชทัณฑ์เลยหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ยืนยัน เป็นไปตามกฎเกณฑ์ เพราะกรมราชทัณฑ์เป็นหน่วยงานที่มีกฎหมายเฉพาะ และตั้งแต่ก่อตั้งมาก็ไม่เคยมีลักษณะนี้ เมื่อมีเรื่องลักษณะนี้ก็ต้องถอดบทเรียน ตนก็อยากให้กรมราชทัณฑ์ได้ถอดบทเรียน
เมื่อถามว่าในตอนนี้นายทักษิณ ปรากฏมีอาการป่วยขึ้นมาบ้างหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ในตอนนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าอาจเข้าสู่ขั้นตอนที่จะเข้าสู่การพักการลงโทษได้ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการคุมขังมากน้อยแค่ไหนอย่างไรนั้น พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า มันเป็นกฎหมายของกรมราชทัณฑ์ และมีเกณฑ์ว่าลักษณะอย่างไรบ้าง ซึ่งทุกอย่างมันจะอยู่ในกฎหมายราชทัณฑ์หมด เมื่อเกิดลักษณะอย่างนี้ กรมราชทัณฑ์ก็จะคงต้องดูอะไรให้รอบคอบ เพราะว่าตอนที่ตนเข้ามาก็ไม่ได้เข้ามาพร้อมกับที่นายทักษิณเข้ามา และรัฐบาลก็ยังไม่ได้เข้ามา โดยเป็นการเข้ามาทีหลัง แต่ก็เชื่อมั่นว่ามีการปฏิบัติตามกฏหมายระเบียบ อย่างไรก็ต้องขอนำเอาคำพิพากษาศาลฎีกาฯ มาอ่านดู
เมื่อถามว่าเกรงว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลในลักษณะเช่นนี้ ที่ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกลายเป็นตัวการขึ้นมา เช่นนี้แล้ว นายทักษิณ ยังขอรับการพักโทษได้หรือไม่? พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ต้องไปถามราชทัณฑ์ เพราะอำนาจพวกนี้มันเป็นอำนาจของเรือนจำ และในเรือนจำเรามีลักษณะที่ต้องดูแลตามสิทธิ์ มันจะมีกฎหมายเขียนเรื่องสิทธิ์ของผู้ต้องหาราชทัณฑ์ โดยเป็นหน้าที่ของการดูแล และเจตนารมณ์ของเรือนจำทุกแห่งนั้น มีความแออัดอย่างที่ปรากฏ เรือนจำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะบริเวณคลองเปรม ก็มีทั้งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำกลางคลองเปรม ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง รวมแล้วก็มีคนประมาณ 20,000 ราย ซึ่งมองว่ามันเป็นความหนาแน่น และเราก็ต้องมองว่ามนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเรือนจำก็ต้องดูตรงนั้น
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้สั่งบังคับโทษนายทักษิณระยะเวลา 1 ปี หากจะเข้าโครงการพักการลงโทษ จะต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนใช่หรือไม่ จึงจะเข้าเกณฑ์ได้รับการพักโทษ?
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า อันนี้ต้องไปดูระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ส่วนประเด็นโครงการพักการลงโทษ กรณีมีเหตุพิเศษเจ็บป่วยร้ายแรง หรือมีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไปนั้น หากเป็นเช่นนั้นเขาก็จะต้องได้รับการรักษา
เมื่อถามว่าในตอนนี้ทางกรมราชทัณฑ์ไม่มีใครออกมาให้ข้อมูล คล้ายจะเป็นการปกปิดข้อมูลของนายทักษิณหรือไม่ ?
เพราะผู้ต้องหาทั่วไปก่อนหน้านี้ก็มีการให้ข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ พ.ต.อ.ทวี รีบปฏิเสธว่า เขาไม่มีหน้าที่ต้องให้ข้อมูล เหตุใดเขาต้องเอาหน้าที่ไปประจานคนโน้นคนนี้ แต่ทางกรมราชทัณฑ์มีโฆษกอยู่แล้ว อย่างไรคงต้องบอกโฆษกให้ดำเนินการ และเมื่อถามว่าตอนนี้นายทักษิณ มีคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ หรือต้องมีโทษอื่นที่ยังไม่ได้จำคุกมาเพิ่มหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี เผยว่า ต้องเป็นเรื่องเก่า ยังไม่มีเรื่องใหม่ หากจะมีเรื่องใหม่ก็ต้องผ่านกระบวนการสอบสวนก่อน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อ พ.ต.อ.ทวี ขอยุติการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน สื่อมวลชนได้พยายามสอบถามว่า กรณีระเบียบการคุมขังนอกเรือนจำนั้น ผู้ต้องขังหรือครอบครัวของผู้ต้องขัง สามารถยื่นคำร้องขอได้หรือไม่ หรือเป็นหน้าที่เฉพาะของเรือนจำที่จะดำเนินการเท่านั้น ปรากฏว่า พ.ต.อ.ทวี ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวแต่ได้ส่งยิ้มให้สื่อแทน ก่อนลงลิฟต์ออกจากอาคารเดินทางกลับ