กรณีที่เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 68 นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว เขต 3 เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เปิดเผยมติพรรคเพื่อไทยประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาชนนั้น ส่งผลให้ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.พรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาเคลื่อนไหวว่ายังพร้อมเปิดรับหากเปลี่ยนใจ
ล่าสุดเช้าวันที่ 21 ก.ย. 68 นายสรวงศ์ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ท่านปกรณ์วุฒิได้เสนอมาว่า โควตาพรรคเพื่อไทย 9 ที่ ตนก็ได้นำข้อมูลเข้าที่ประชุมพรรค ซึ่งไม่ใช่ความเห็นของตนเองคนเดียว แต่เป็นมติของพรรคเพื่อไทย
เมื่อมติเป็นแบบนี้ ตนจึงต้องออกมาสื่อสารให้กับประชาชนได้รับทราบว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ร่วมวิปฝ่ายค้าน
เมื่อถามอีกว่า ดังนั้นสรุปได้ว่า ไม่เปลี่ยนใจแล้วใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ย้ำว่า “มันไม่มีอะไรต้องเปลี่ยนใจ” เพราะเป็นมติพรรคที่จะไม่เข้าร่วมวิปฝ่ายค้าน แต่ทำงานในฐานะฝ่ายค้าน ส่วนการทำงาน การพูดคุยกับพรรคประชาชนในสภามีการพูดคุยอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าไม่ได้เป็นรูปแบบอย่างเป็นทางการในการเข้าไปร่วมเป็นวิปฝ่ายค้าน
ส่วนกรณีที่ นายปกรณ์วุฒิชี้แนะถึงผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยว่า ให้วางอัตตาลงสักนิด การทำงานในสภาในเวลาที่เหลือจะเป็นประโยชน์กว่านี้ นั้น นายสรวงศ์กล่าวว่า อาจเป็นความเห็นของคุณปกรณ์วุฒิ แต่ก็เคารพความเห็นของทุกท่าน แต่ขอบอกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความเห็นของผู้ใหญ่แต่เป็นความเห็นของสมาชิกพรรค สส.ในพรรคก็ต้องยืนตามมติ
ขณะเดียวกัน ในแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยระบุทำนองว่า ไม่ไว้วางใจการทำงานฝ่ายค้านของพรรคประชาชน ประเด็นนี้นายสรวงศ์สื่อสารเพิ่มเติมว่า จุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีร่วมกันมาตั้งแต่แรก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะการโหวตนายกรัฐมนตรีต่าง ๆ ที่ผ่านมา แต่ในเมื่อมันไม่สำเร็จ ในฐานะพรรคเพื่อไทยมีความตั้งใจและมีจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับกันตรงข้ามด้วยซ้ำ ในสิ่งที่พรรคประชาชนไปยกมือให้กับพรรคที่ทุกคนก็รู้ว่ามีการขัดขวางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันผ่านมาแล้ว ตอนนี้พวกตนจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่
ขณะเดียวกัน มีกระแสทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเรื่องนี้ นายสรวงศ์กล่าวว่า ตนได้เข้าไปอ่านคอมเมนต์เช่นกัน บางคนก็ไปกันใหญ่เลย ก่อนจะบอกว่า การทำงานแน่นอนอยู่แล้วว่าเป็นฝ่ายค้านต้องทำงานอย่างเข้มข้นในการตรวจสอบ ต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่การจะเข้าไปร่วมเป็นวิป มันก็เหมือนกับการที่เราเข้าไปอยู่ในกระบวนการที่ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ขอเป็นฝ่ายค้านและทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มรูปแบบ
ส่วนกระแสบางส่วนที่แซวว่า “ฝ่ายแค้น” หรือ “งอแง” นายสรวงศ์กล่าวว่า ตอนนี้โซเชียลเปิดกว้างเรื่องการแสดงความคิดเห็น คนที่ต่อว่า คนที่ไม่ชอบ ก็สามารถจะพูดได้เต็มที่ ตนเองก็โดนเหมือนกัน ยืนยันว่าไม่ได้งอแงอะไร เพราะไม่รู้จะไปงอแงเรื่องอะไร อีกทั้งมีฐานเสียงของพี่น้องประชาชนและ สส.ต้องรับฟัง
นายสรวงศ์ยังฝากให้จับตาการทำงานของพรรคเพื่อไทยจากนี้ ที่จะมีการอภิปรายเรื่องนโยบาย รวมถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย