จากกรณีทีมข่าวพีพีทีวี ได้นำเสนอข้อมูลจาก นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล เรื่องบ่อนคาสิโน ในพื้นที่บ้านท่าเส้น ต.แหลมกัด อ.เมือง จ.ตราด ที่รุกล้ำพื้นที่ดินแดนไทย ที่อ้างว่ามีนักการเมืองไทยระดับประเทศเข้าไปเกี่ยวข้อง และยังให้ข้อมูลว่าอีกว่า ผลประโยชน์ชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องถึง 4 คน ล่าสุดวันนี้นายสันธนะ ได้นำหลักฐานมายื่นให้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถึงที่ทำการพรรคภูมิใจไทย
โดยนายสันธนะ ได้นำแฟ้มเอกสารหลักฐานจำนวนรวม 50 หน้า ที่เกี่ยวกับข้อมูลนักการเมืองระดับผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยรวม 4 คน โดยอ้างว่ารายชื่อทั้งหมดนี้มีส่วนรู้เห็น และได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจบริเวณพื้นที่ชายแดนประเทศไทย-กัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้นายสันธนะได้ส่งหนังสือนัดหมายเข้ายื่นข้อมูลดังกล่าวให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการตอบกลับ จึงทำหนังสือนัดหมายฉบับที่ 2 เพื่อนัดหมายส่งข้อมูลเอกสารบางส่วนให้กับเจ้าหน้าที่พรรคภูมิใจไทยด้วยตัวเองในวันนี้แทน
ทั้งนี้นายสันธนะ บอกว่า ก่อนหน้านี้นัดหมายไว้ว่าถ้าหากได้พบกับนายอนุทิน จะส่งมอบหลักฐานเอกสารสำคัญทั้งหมดให้ แต่เนื่องจากนายอนุทินไม่ได้รับนัดหมาย ตัวเองทราบว่าติดภารกิจลงพื้นที่ ซึ่งส่วนนี้ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ส่วนที่ต้องเดินทางมายื่นหลักฐานในวันนี้เพราะ ถ้าเกิดไม่มา คนอาจจะมองว่าเป็นคนดีแต่พูด วันนี้จึงส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ของพรรคภูมิใจไทยไว้ก่อน ถือว่าเป็นออร์เดิร์ฟ
ขณะที่รายชื่อนักการเมืองระดับประเทศ 4 คนนั้น นายสันธะไม่ได้พูดชื่อออกมาตรงๆ แต่ใบ้ว่า เป็นคนที่เกี่ยวกับพรรคทั้งหมด และเป็นรัฐมนตรีมีชื่อใน ครม.ถึง 2 คน
โดยคนแรก นายสันธนะ ให้ข้อมูลว่า เป็นบุคคลสำคัญที่คุ้นเคยกับพรรคภูมิใจไทย พี่ชายของบุคคลนี้มีเหตุต้องคดีถึงขั้นหลบหนี จนกระทั่งท้ายที่สุดคดีหมดอายุความ
ส่วนอีกคน นายสันธนะ บอกว่า คนนี้ชอบออกมาให้สัมภาษณ์ว่าหลายคนเกาะกระแสตัวเขา ซึ่งส่วนตัวมองว่าบุคคลนี้ใช้การเมืองเพื่อฟอกตัวเอง
ส่วนรัฐมนตรี 2 คน มองว่า เป็นรัฐมนตรีที่เหมือนผ้าพับไว้เรียบร้อย แต่เป็นผ้าที่รีดไม่เรียบ เหมือนเป็นรัฐมนตรีที่โลกลืม แต่เมื่อไหร่ที่มีการตั้ง ครม. ก็จะมีชื่อของบุคคลนี้อยู่ด้วยตลอด
นายสันธนะ บอกว่า การที่นายอนุทินปราศรัย บอกว่า จะปิดด่าน ก็ควรขยายความให้ชัดเจนว่าจะปิดไปถึง4เดือน จนกว่าจะจบหน้าที่รัฐมนตรีไปเลย ส่วนที่มีการพูดว่า “หนูยังไม่กล้าเปิดแล้วสุนัขที่ไหนจะกล้าเปิดด่าน” ตัวเองก็อยากให้ไล่จับสุนัขด้วย เพราะตัวเองมีข้อมูลมาว่า มีสุนัขที่ไปเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการเปิดด่าน
นายสันธนะ ยังบอกอีกว่า ตัวเองไม่ได้มาโต้แย้ง เรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี เพราะจริงๆ แล้วหลายคนก็มีแผล แต่สิ่งสำคัญคืออยากให้นายกฯรัฐมนตรีมองปัญหาเรื่องชายแดนความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติเพราะนักการเมืองเหล่านี้อาจมีผลประโยชน์โดยตรงหรือโดยอ้อมโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการหาผลประโยชน์ แต่ถ้านายอนุทินรับข้อมูลของตัวเองไปแล้วไม่เข้าใจก็สามารถมาสอบถามเพิ่มเติมได้ โดยส่วนตัวอาจจะนำเรื่องนี้ไปร้องต่อ ป.ป.ช. เพิ่มเติม และเชื่อว่าหลักฐาน คงไม่ได้มีเพียง 50 หน้าเหมือนที่ยื่นให้กับนายอนุทินแต่อาจจะมากถึง 5,000 หน้าเลยก็ได้
นายสันธนะ ยังเปิดเผยว่า หลังออกมาเปิดเผยข้อมูล มีสายโทรศัพท์ พยายามโทรมาเคลียร์แต่ตัวเองก็ปัดให้คนอื่นรับสายแทนเพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศชาติมากกว่า
ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ โพสต์ถึงพรรคภูมิใจไทยช่วงเวลาเดียวกันกับที่ตัวเองออกมาเคลื่อนไหวจะมีนัยยะอะไรหรือไม่นั้น นายสันธนะ บอกว่า นายชูวิทย์เป็นปรปักษ์กับพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้วซึ่งแตกต่างกับตัวเองที่ไม่อยู่ฝ่ายใดเลย และประเด็นในการออกมาเคลื่อนไหวก็แตกต่างกันจึงไม่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ขณะที่ความขัดแย้งส่วนตัวอีกสองวันข้างหน้าก็ยังต้องไปต่อสู้กันในศาลอีก