วันที่ 2 ต.ค.2568 ที่ห้องแถลงข่าว กระทรวงกลาโหม พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสำหรับกระแสข่าวที่ว่ากัมพูชาได้รับอาวุธสนับสนุนจากจีน พลเอก ณัฐพล ยืนยันว่าเป็น ข่าวเก่าเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนจะมีความขัดแย้งและการปะทะในพื้นที่ชายแดน โดยในห้วงเวลาดังกล่าวเป็นเพียงการสนับสนุนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากสถานการณ์ในขณะนั้นตึงเครียดเหมือนปัจจุบัน เชื่อว่าจีนคงพิจารณาอย่างรอบคอบมากกว่านี้
พลเอก ณัฐพล ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังไม่พบข้อมูลว่ากัมพูชาได้รับการสนับสนุนอาวุธใหม่ อาวุธบางส่วนที่ปรากฏอาจเป็นยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการซ้อมรบร่วมแล้วไม่ได้ถูกนำกลับไป ซึ่งเป็นความแตกต่างด้านการเผยแพร่ข้อมูล เพราะฝ่ายไทยมักเปิดเผยข้อเท็จจริง ขณะที่กัมพูชาไม่แถลงข่าวหรือชี้แจงต่อสาธารณะ
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะ พลเอก ณัฐพล วิเคราะห์ว่า สถานการณ์สามารถมองได้สองด้าน ฝ่ายไทยยึดมั่นแนวทางสันติวิธีและพยายามใช้การเจรจาทวิภาคีเป็นหลัก แต่ในอีกด้านกัมพูชายังคงมีท่าทีทั้งการเจรจาและการเตรียมพร้อมรบ ดังนั้นไทยจำเป็นต้องวางกำลังอย่างรัดกุม
ความคืบหน้าการได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลที่แล้วในการเสริมกำลังอาวุธ จนถึงถุงล่าสุดที่มติการประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลาง 864 ล้านบาท ให้กับกองทัพ นั้น พลเอก ณัฐพล ระบุว่า โดยกรมบัญชีกลางผ่อนผันเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการจัดซื้อ คาดว่าจะทยอยได้รับยุทโธปกรณ์ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งถือเป็นการตอบสนองตามนโยบายเร่งด่วนที่มอบหมายให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมดำเนินการ
พลเอก ณัฐพล ย้ำว่า ไทยยังคงยึดหลักสันติวิธี แต่หากมีการยั่วยุหรือลุกล้ำอธิปไตย ไม่ว่าจะด้วยอาวุธหรือเทคโนโลยี เช่น โดรน กองทัพไทยก็จะตอบโต้ด้วยมาตรการที่เด็ดขาด พร้อมย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลและกองทัพจะไม่อ่อนข้อในทุกกรณีที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ