“สว.อังคณา” ห่วงรัฐบาลงานเข้า! หลังอินฟลูฯ เปิดเสียงผีอัดกัมพูชา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“สว.อังคณา” ห่วงรัฐบาล กรณีอินฟลูฯ ดังเปิดเสียงผีใส่ชาวบ้านกัมพูชา ว่าอาจผิดอนุสัญญา CAT ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งรัฐบาลต้องชี้แจงในเวทีโลก

จากกรณีที่ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวช หรือ “กัน จอมพลัง” นำรถเครื่องเสียงเข้าไปเปิดเสียงเฮลิคอปเตอร์ เสียงเครื่องบิน F-16 และเสียงผี ที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว เพื่อกดดันและข่มขวัญชาวกัมพูชาที่ไม่ยอมออกจากพื้นที่นั้น

ล่าสุดวันที่ 12 ต.ค. 68 นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ออกมาแสดงความเห็นว่า การที่รัฐบาลปล่อยให้บุคคลทั่วไปเข้าไปกดดันฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ได้ อาจทำให้งานเข้ารัฐบาลเอง

“สว.อังคณา” เตือนรัฐบาลงานเข้า! หลังอินฟลูฯ เปิดเสียงผีอัดกัมพูชา FB/Angkhana Neelapaijit
โพสต์ของ สว.อังคณา

นางอังคณาบอกว่า “ในช่วงความขัดแย้ง/สงคราม การปล่อยให้อินฟลูฯ หรือกลุ่มบุคคลเข้าไปกระทำการเพื่อสร้างความกดดันหรือความหวาดกลัว ถือเป็นความท้าทายอย่างมากต่อรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีต่างประเทศ ถึงแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกร่วมกัน”

สว.เสริมว่า “รัฐบาลไทยควรตระหนักว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นถูกรายงานไปยังองค์การสหประชาชาติ วันที่ 11 ต.ค. 68 แก้ว เรมี ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (Cambodia Human Rights Committee) ได้มีหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ”

โดยจดหมายดังกล่าวมีเนื้อความระบุว่า “คณะกรรมาธิการ ได้รับรายงานที่เชื่อถือได้จากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและพลเรือนที่ได้รับผลกระทบในหมู่บ้านเปรยจัน และโจกเจย จังหวัดบันเตียเมียนเจย ระบุว่า หน่วยทหารแห่งราชอาณาจักรไทยได้กระจายเสียงที่มีลักษณะคล้ายเสียงโหยหวนของภูตผีผ่านลำโพงขนาดใหญ่ ตั้งแต่เวลา 22.44 น. จนถึงเวลา 00.04 น. จากนั้นได้เปิดเสียงเครื่องยนต์อากาศยานต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 03.22 น. ถึงเวลา 03.53 น. โดยจงใจส่งเสียงไปยังชาวบ้านกัมพูชาในพื้นที่ใกล้เคียง มีเจตนาเพื่อรบกวนและข่มขวัญ”

“เสียงเหล่านี้ ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นเสียงดังแหลมสูงและต่อเนื่องเป็นเวลานาน ได้ #สร้างความเดือดร้อนในการนอนหลับก่อให้เกิดความวิตกกังวลและสร้างความไม่สบายทางร่างกายในหมู่ชาวบ้าน รวมถึงสตรี เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และคนพิการ”

“การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์และยั่วยุในลักษณะเช่นนี้ไม่เพียงเป็นอันตรายต่อสุขภาพกายและใจของพลเรือนกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่การยกระดับความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน การกระทำดังกล่าวไม่มีในสังคมอารยะใด ๆ และขัดแย้งโดยตรงกับหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งยึดมั่นในสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกันระหว่างประเทศ”

“การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อเจตนารมณ์ของ ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 68 และ บันทึกข้อตกลง 13 ข้อของการประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วม (GBC) สมัยวิสามัญระหว่างกัมพูชาและไทย เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 68”

สว.อังคณาบอกว่า “รัฐบาลควรตระหนักว่า การทำใด ๆ ที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือส่งผลกระทบต่อจิตใจของพลเรือนแม้จะเป็นคู่ขัดแย้งในสงคราม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาจเข้าข่ายการทรมานทางจิตวิทยา (Psychological Torture) ตามอนุสัญญา CAT ที่ประเทศไทยเป็นภาคี อยากฟังว่ารัฐบาลจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรในเวทีระดับโลก”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ