ไทยทำสำเร็จ! สมัชชาสหภาพรัฐสภาเห็นชอบ บรรจุปัญหาสแกมเมอร์เป็น “วาระเร่งด่วน”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา รับร่างข้อเสนอปัญหาสแกมเมอร์-อาชญากรรมไซเบอร์ ที่ไทยและพันธมิตรเป็นผู้เสนอ ให้เป็น “วาระเร่งด่วน” ด้านกัมพูชาไม่เข้าโหวต

วันที่ 22 ต.ค. 68 เมื่อเวลา 00.30 น. ตามเวลาประเทศไทย นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความว่า ที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา (IPU) สมัยที่ 151 ได้มีมติเห็นชอบ ให้ข้อเสนอปัญหาสแกมเมอร์ที่ไทยและพันธมิตรเป็นผู้เสนอ เป็น “วาระเร่งด่วน” แล้ว

นายรังสิมันต์ระบุว่า “สำเร็จในชั้นแรก IPU ลงมติสนับสนุน 2 ใน 3 ของทั้งหมด ต่อข้อเสนอวาระเร่งด่วนเรื่องสแกมเมอร์ของประเทศไทย วาระที่ประเทศไทยเสนอกำลังเป็นที่จับตามองระดับโลกครับ”

ไทยทำสำเร็จ! สมัชชาสหภาพรัฐสภาเห็นชอบ บรรจุปัญหาสแกมเมอร์เป็น “วาระเร่งด่วน” FB/Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม
โพสต์ของ รังสิมันต์ โรม

โดยที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา สมัยที่ 151 ณ นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์มีมติ 850 เสียง และคัดค้าน 200 เสียง รับญัตติ “ร่างข้อมติว่าด้วยอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติและอาชญากรรมไซเบอร์และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์”

ญัตติดังกล่าวเสนอโดยประเทศไทยร่วมกับอาร์เจนตินา ชิลี โปแลนด์ และสวีเดน และได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มละตินอเมริกา และแคริบเบียน รวมถึงกลุ่ม “ทเวลฟ์พลัส” โดยมุ่งให้รัฐสภาทั่วโลกมีบทบาทร่วมกันในการรับมือปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และภัยไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อมนุษยชาติ เนื่องจากเห็นว่า เป็นปัญหาเร่งด่วน ซึ่งส่งผลกระทบต่อด้านต่าง ๆ ในวงกว้าง จึงต้องการให้รัฐสภาทั่วโลกรับทราบ และแสดงบทบาทร่วมกัน ในการจัดการปัญหาภายใต้กลไกนิติบัญญัติ

ขณะที่รัสเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่คัดค้าน โดยอ้างว่าไทยเสนอญัตติผิดขั้นตอน แต่คณะกรรมการของ IPU ยืนยันว่าการดำเนินการของไทยถูกต้องตามระเบียบ ขณะที่มีรายงานว่า ผู้แทนจากรัฐสภากัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมประชุม และไม่ได้โหวตลงคะแนนเสียงร่างข้อมติดังกล่าว

ก่อนหน้าการลงคะแนนเสียง นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขึ้นเสนอร่างข้อมติของไทยและชาติพันธมิตร โดยระบุว่า ร่างข้อมตินี้ครอบคลุมถึงอาชญากรรมองค์กร อาชญากรรมดิจิทัล การฉ้อโกงและอาชญากรรมไซเบอร์ โลกกำลังเผชิญกับอาณาจักรเงา” ที่สร้างขึ้นจากความหวาดกลัวและการหลอกลวง อาณาจักรที่ไร้พรมแดนแต่ทรงอำนาจพอที่จะบ่อนทำลายเศรษฐกิจ แทรกซึมการเมือง และกักขังชีวิตผู้คนไว้ในพันธนาการ

นายรังสิมันต์ในช่วงหนึ่งว่า “ถ้าเรานิ่งเฉย องค์กรอาชญากรรมนี้จะขยายตัวต่อไป ขอให้เราสร้างความร่วมมือที่ราบรื่นร่วมกัน”

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าอาณาจักรเงาที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการเพิ่มขึ้นของศูนย์หลอกลวงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้คนนับแสนต้องตกอยู่ในวังวนนี้ มีคนถูกกักขัง ถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างประเทศล่าสุดสามารถสกัดการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินมูลค่า 15,000 ดอลลาร์ของ "เฉิน จื้อ" ซึ่งเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจดังกล่าว

ทั้งนี้ ร่างมติดังกล่าวมีการปรับแก้จากร่างข้อมติเดิมที่เสนอในการประชุมกลุ่มภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APG meeting) ก่อนหน้านี้ โดยปรับให้ครอบคลุมประเด็นองค์กรอาชญากรรมที่บ่อนทำลายประชาธิปไตยและความมั่นคงมากขึ้น

นี่นับเป็นความสำเร็จของรัฐสภาไทยในการผลักดันวาระจนได้รับการบรรจุเข้าสู่เวทีการแก้ไขปัญหาระดับโลก

“โรม” ขอบคุณนานาชาติ

ต่อมา นายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาไทยที่เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU สมัยที่ 151 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดใจถึงกรณีที่ร่างข้อมติของไทยว่าด้วยการปราบปรามสแกมเมอร์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ชนะโหวตในวงประชุมใหญ่ IPU ได้รับการบรรจุเป็น “วาระเร่งด่วน ” หรือ Emergency item ครั้งประวัติศาสตร์

โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า แม้จะได้รับความร่วมมือที่ดีมาก ๆ โดยเฉพาะจากประเทศในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน แต่การจะชนะโหวตด้วยคะแนน 2 ใน 3 นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายจริง ๆ เนื่องจากความยากเป็นเพราะคะแนนจากกลุ่มประเทศที่แบ่งกันตามภูมิภาค เช่น แอฟริกา ละตินอเมริกา และยุโรป แต่ละกลุ่มมีคะแนนรวมกันสูงมาก โดยเฉพาะยุโรปที่มีคะแนนมากที่สุด ไทยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องพูดคุยเจรจากับประเทศต่างๆ เหล่านั้น เพื่อขอการสนับสนุน

“ต้องขอขอบคุณประเทศออสเตรเลียที่สนับสนุนไทยอย่างแข็งขัน ช่วยเป็นตัวเชื่อมให้ไทยได้คุยกับกลุ่มประเทศในยุโรป โดยเฉพาะโปแลนด์ที่ทำหน้าที่เชื่อมไทยกับประเทศในยุโรปชาติอื่น ๆ อีก เช่น สวีเดน และยังรวมถึงละตินอเมริกาด้วย” นายรังสิมันต์กล่าว 

นายรังสิมันต์ยังเล่าถึงจุดพลิกเกมที่ทำให้ร่างข้อมติของไทยกลายเป็นร่างที่ได้เปรียบ และชนะโหวตในที่สุด ซึ่งเบื้องต้นไทยโฟกัสเฉพาะเรื่องศูนย์กลางสแกมเมอร์ และอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดนเท่านั้น แต่เราก็ต้องยอมรับว่าการจะได้รับเสียงสนับสนุนมากพอ ต้องมีการเจรจาและสอบถามความต้องการของเพื่อนสมาชิกกลุ่มอื่น ๆ ด้วย และเราพบว่ากลุ่มประเทศละตินอเมริกาและยุโรปต้องการผลักดันเรื่อง “อาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ” และ “ขบวนการค้ายาเสพติด”

ซึ่งเมื่อทีมรัฐสภาไทยนำมาพิจารณาแล้ว ก็พบว่าเรื่องยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ของไทยด้วยเช่นกัน จึงนำประเด็นความต้องการเหล่านี้มารวมกันกับของไทย และประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ทีมเลขาฯของรัฐสภาก็ร่วมทำงานด้วยกันจนดึกดื่นทุกคืน ต้องพูดคุยเจรจา เพราะการจะนำ 3 เรื่องจาก 3 ทวีปมารวมกันเป็นข้อมติเดียว ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถึงแม้จะมีหัวข้อใหญ่เดียวกัน แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันมาก 

“แต่ข้อดีก็คือ เมื่อร่างข้อมตินี้ผ่านเกณฑ์ 2 ใน 3 และได้รับการบรรจุเป็นระเบียบวาระเร่งด่วน เมื่อถึงในชั้นของกรรมาธิการยกร่าง คงจะทำงานกันง่ายขึ้น เพราะเหมือนกับได้ทำงานร่วมกันมาก่อนแล้ว” นายรังสิมันต์กล่าว 

นายรังสิมันต์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของกัมพูชา ว่า “หายไปไหน ทำไมไม่มาโหวต” ทั้งๆ ที่ตอนแรกก็พูดทำนองว่าจะไม่คัดค้าน แต่ท้ายที่สุดก็หายไป ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะการทำงานเรื่องสแกมเมอร์ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกประเทศ                   

นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ เพราะเป็นร่างข้อมติเพื่อเสนอเป็น “วาระเร่งด่วน” หรือ Emergency item ร่างแรกที่เสนอโดยประเทศไทย แล้วผ่านเข้าสู่เวทีใหญ่ IPU ได้สำเร็จ และยังถือว่าได้คะแนนโหวตสูงมาก เพราะตั้งเป้าไว้ว่าได้ประมาณ 700 คะแนนก็หรูแล้ว แต่คะแนนออกมาได้ไปมากกว่า 800 คะแนน

โอกาสนี้ นายรังสิมันต์  ยังได้กล่าวขอบคุณ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และทีมสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่รัฐสภาทุกคน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ