Top-ยุบสภา Top-ยุบสภา

“โรม” เผย เส้นเงิน “ชนนพัฒฐ์” ซ่อนปมลึก ชี้ตัวเลข 159 ล้านของ ปปง. ต่ำกว่าความจริง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“โรม” เผย เส้นเงิน “ชนนพัฒฐ์” ซ่อนปมลึก ชี้ตัวเลข 159 ล้านของ ปปง. ต่ำกว่าความจริง - เร่งไล่คริปโทฯ รถหรู อสังหาฯ พร้อมจี้นายกฯ ใช้อำนาจปลด “ธรรมนัส” สร้างความเชื่อมั่นประเทศ

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการเชิญนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว มาชี้แจงกรณีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับกระบวนการเว็บพนันและสแกมเมอร์ หลังคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และตำรวจอีกกว่า 200 นาย โดยชี้ว่าประเด็นนี้กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างรอบด้าน

 

รัฐสภา ช่างภาพพีพีทีวี
“โรม” เผย เส้นเงิน “ชนนพัฒฐ์” ซ่อนปมลึก ชี้ตัวเลข 159 ล้านของ ปปง. ต่ำกว่าความจริง

นายรังสิมันต์ เผยว่า เส้นเงินที่ปรากฏโยงไปถึงหลายฝ่าย ทั้งนักการเมืองและนายตำรวจระดับสูง ตั้งแต่อดีต ผบ.ตร. ไปจนถึงตำรวจชุด PCT 4 แม้ กมธ. จะยังไม่สรุปข้อเท็จจริง แต่ต้องให้ทุกฝ่ายมีโอกาสชี้แจงอย่างเป็นธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการยึดอายัดทรัพย์ที่ ป.ป.ง. รายงานมูลค่ารวม 159 ล้านบาท อาจยังไม่ครอบคลุม โดยยังไม่เห็นรายละเอียดทรัพย์สินประเภทคริปโตฯ รถยนต์หรู หรืออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งโดยปกติควรเป็นทรัพย์ที่พบมากในคดีเว็บพนัน พร้อมย้ำว่าการตรวจสอบต้องตามให้ครบทุกบัญชีและทุกผู้เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เฉพาะผู้ร้องหรือผู้ถูกกล่าวหาเพียงรายเดียว

นายรังสิมันต์ อธิบายว่า กมธ. แบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 วาระ วาระแรกเน้นฟังข้อมูลจากผู้ร้องและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ส่วนวาระที่สองเป็นการให้พื้นที่ผู้ถูกกล่าวหา โดยยืนยันว่านายชนนพัฒฐ์ตอบรับเข้าชี้แจง พร้อมเลขาธิการพรรคกล้าทำ ขณะที่นายสมยศ พายด้วง สส. อีกหนึ่งรายที่ถูกเชิญติดภารกิจต่างประเทศและไม่สามารถเข้าร่วมได้

เมื่อถามว่าความเชื่อมโยงของเส้นเงินระหว่างนายชนนพัฒฐ์และนักการเมืองรายอื่นเป็นกลุ่มเดียวกันหรือมีเส้นเงินเชื่อมโยงกันหรือไม่ นายรังสิมันต์ เผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปแรงจูงใจหรือที่มาของการโอนเงินได้ แต่ข้อมูลเบื้องต้นยืนยันว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันจริง ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งจากบัญชีทรัพย์สินและข้อมูลด้านภาษี โดยเชิญกรมสรรพากรเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย เนื่องจากรายได้ผิดกฎหมายที่ไม่ยื่นภาษีถือเป็นอีกปัจจัยที่สะท้อนความโปร่งใสของบุคคล

เมื่อถามถึงนักการเมืองที่อาจเกี่ยวข้องมากกว่า 3 คน นายรังสิมันต์ เผยว่า คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายราย แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะหากตำรวจเป็นผู้รับเงินจากเว็บพนันหรือสแกมเมอร์ ก็เท่ากับปล่อยให้ทุนสีเทาแทรกซึมระบบรัฐอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นภัยต่อประเทศมากกว่าตัวนักการเมืองเสียอีก

ส่วนรูปแบบการโอนเงินว่าเป็นรายเดือนหรือเป็นก้อนใหญ่ นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ข้อมูลยังอยู่ระหว่างตรวจสอบโดยทีม ส.ส.ปิยรัฐ ซึ่งต้องฟังคำชี้แจงจากทั้งผู้ร้องคือนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่เป็นผู้นำข้อมูลเข้ามา พร้อมย้ำว่าข้อมูลมีจำนวนมากและมีผู้เกี่ยวข้องหลายราย จึงต้องประมวลผลอย่างรอบคอบ

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ว่าหากเส้นเงินของนายชนนพัฒฐ์มีมูลจริง จะนำไปสู่การซัดทอดหรือขยายผลไปยังรายอื่นด้วยหรือไม่ นายรังสิมันต์ มองว่า แม้คำซัดทอดจะไม่สามารถยืนยันความผิดได้ทั้งหมด แต่เส้นทางการเงินคือหลักฐานสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมโยง โดยเชื่อว่าข้อมูลที่มีในขณะนี้ยังไม่ครบ และอาจยังมีบัญชีที่เคลื่อนไหวอยู่ ซึ่งอาจชี้ถึงบทบาทในฐานะหัวหน้ามุ้งหรือลูกมุ้งของผู้เกี่ยวข้องได้ในอนาคต

เมื่อถามว่าต้องการเรียกร้องให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แสดงความรับผิดชอบหรือไม่ นายรังสิมันต์ เผยชัดว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องลูกพรรค แต่เป็นภัยคุกคามระดับประเทศจากทุนสีเทา พร้อมตั้งคำถามกลับถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าเหตุใดจึงยอมแบก ร.อ.ธรรมนัส ไว้ ทั้งที่การปลดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีจะไม่ทำให้ประเทศเสียหาย กลับสร้างความเชื่อมั่นและเป็นสัญญาณสำคัญว่ารัฐบาลจริงใจต่อการทำสงครามกับทุนสีเทาและสแกมเมอร์ตามที่ประกาศไว้

นายรังสิมันต์ เตือนว่า หากนายอนุทินเลือกปกป้อง ร.อ.ธรรมนัส ต่อไป จะยิ่งส่งผลเสียต่อรัฐบาลและประเทศ พร้อมยืนยันว่า กมธ. จะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่องแบบ “กัดไม่ปล่อย” โดยเห็นว่าการยึดอายัดทรัพย์นายชนนพัฒฐ์อาจกลายเป็นการเบี่ยงประเด็น หากไม่มีการดำเนินการกับผู้มีอำนาจทางการเมืองที่อยู่เหนือกว่า โดยชี้ว่าตัวชี้วัดความจริงใจของรัฐบาลคือการจัดการกับ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ใช่เฉพาะผู้ถูกกล่าวหารายใดรายหนึ่ง

แม้สภาจะยังปิดสมัยประชุม แต่นายกรัฐมนตรีสามารถปลด ร.อ.ธรรมนัส ได้ทันที และเชื่อว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะมีแต่ทำให้ประเทศได้กับได้ ทั้งด้านความเชื่อมั่นและการจัดการทุนสีเทา พร้อมย้ำว่าคดีนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กหรือเรื่องตลก แต่เป็นประเด็นที่ต้องจริงจัง เพราะเกี่ยวพันกับโครงสร้างอำนาจที่กำลังคุกคามความมั่นคงของประเทศในระยะยาว

ส่วนสิ่งที่คาดหวังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการแก้ปัญหาเครือข่ายเว็บพนันและทุนสีเทา นายรังสิมันต์ เผยว่า ที่ผ่านมาได้ย้ำชัดหลายครั้งถึงสามเงื่อนไขหลักที่รัฐบาลต้องทำ หากต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมและพิสูจน์ความจริงใจในการทำสงครามกับทุนสีเทา

เงื่อนไขแรก คือ การปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเห็นว่านี่คือสัญญาณสำคัญระดับภาพใหญ่ว่ารัฐบาลพร้อมจัดการปัญหาสแกมเมอร์อย่างจริงจัง เนื่องจากบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส ยังสร้างคำถามต่อความโปร่งใสของระบบราชการไทย

เงื่อนไขที่สอง คือ การยึดทรัพย์เครือข่ายเว็บพนันและทุนสีเทาอย่างถึงรากถึงโคน ไม่ใช่เพียงหลักร้อยล้านตามที่รายงานในปัจจุบัน โดยชี้ว่าในหลายเคส เช่น เครือข่ายฮุ่ยวันจากปฏิบัติการ Sky Force แม้เจ้าหน้าที่จะยึดเงินสดได้เพียง 40 ล้านบาท แต่ก่อนหน้านั้นเครือข่ายได้ถอนเงินออกไปกว่า 4,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มทุนรายใหญ่ระดับ “ปริ๊นซ์กรุ๊ป” มีความเคลื่อนไหวของเงินสูงถึง 500,000 ล้านบาท ดังนั้น หากรัฐจะประกาศว่ามีความคืบหน้าจริง การยึดทรัพย์ต้องอยู่ในระดับหลักหมื่นล้านปลาย ๆ ถึงระดับแสนล้าน จึงจะถือว่าสมเหตุสมผลกับขนาดเครือข่าย

เงื่อนไขที่สาม คือ การจับกุมผู้เกี่ยวข้องตัวจริงในเครือข่ายให้ครบทุกระดับ โดยยกตัวอย่างกรณี “ก๊กอาน” และ “ปียมพัค” ที่ถือว่ามีความคืบหน้า แม้บางรายจะล่าช้าไปบ้าง แต่ยังมีผู้ต้องสงสัยรายสำคัญอย่าง “ฮุนโต เบนสมิธ” และ “ยิมเลียก” ที่ยังไม่ถูกดำเนินการ พร้อมตั้งคำถามว่าหากรัฐบาลต้องการทลายเครือข่ายจริง เหตุใดผู้มีบทบาทสำคัญเหล่านี้ยังไม่ถูกจับกุม

นายรังสิมันต์ ย้ำว่า หากรัฐบาลไม่เดินหน้าให้ครบทั้งสามข้อ ทั้งการปลด ร.อ.ธรรมนัส การยึดทรัพย์ในระดับที่สะท้อนขนาดเครือข่าย และการจับกุมตัวละครสำคัญทั้งหมด สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่จะไม่ต่างจาก “ลมปาก” และไม่อาจสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้เลย

ส่วนรายชื่อ 7 นักการเมือง ที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์นั้น นายรังสิมันต์ ตั้งคำถามกลับไปยังนายอนุทิน ว่าเหตุใดจึงเลือกเล่นเกมเช่นนี้ ทั้งที่บุคคลระดับผู้นำประเทศ ทั้งนายกฯ ปัจจุบันและอดีตนายกฯ หลายคนย่อมรู้ข้อเท็จจริงอยู่แล้ว พร้อมระบุว่า หากต้องการตรวจสอบจริง สามารถย้อนดูข้อมูลที่เคยอภิปรายในสภาหลายครั้ง ซึ่งมีชื่อบุคคลจำนวนมากปรากฏอยู่ พร้อมทิ้งท้ายให้ลองถามนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี “ว่ารู้จักเสี่ยตือหรือไม่” ซึ่งสะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่และเป็นที่รับรู้ในระดับผู้นำมานานแล้ว

สำหรับขนาดของทุนสีเทา นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่า มีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินได้ โดยยกตัวอย่างเพียงเครือข่ายที่เคยปรากฏตามข่าวก่อนหน้านี้ก็มีเงินหมุนเวียนกว่า 500,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันยังมีอีกหลายเครือข่ายที่ไม่สามารถระบุจำนวนได้ชัดเจน เชื่อว่าเป็นทุนไม่อั้นและมีศักยภาพขยายตัวได้ไม่จำกัด

เมื่อถามถึงความเสี่ยงหากทุนสีเทาถูกนำมาใช้ในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า นายรังสิมันต์ เตือนว่า อาจนำไปสู่การยึดอำนาจรัฐโดยทุนสีเทา เพราะเมื่อทุนสีเทาเข้าไปอยู่ในอำนาจ ทั้งรัฐและระบบราชการจะถูกใช้เป็นเกราะปกป้องเครือข่ายเหล่านี้ พร้อมอธิบายว่าทุนสีเทาอาจเข้ามากว้านซื้อกิจการของคนไทย ตั้งแต่ธุรกิจรายย่อยไปจนถึงบริษัทพลังงานหรือกิจการยุทธศาสตร์ ทำให้เศรษฐกิจไทยค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยระบบฟอกเงิน

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ เตือนว่า ผลกระทบจะรุนแรงทั้งต่อเศรษฐกิจฐานรากและต่อภาพรวมประเทศ ภาคท่องเที่ยวอาจถูกทำลาย ไทยอาจกลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินในภูมิภาค และวงจรการเงินการคลังจะถูกบิดเบือนอย่างหนัก โดยชี้ว่าความเสียหายที่เกิดจากเงินผิดกฎหมายที่ไหลเข้าออกจากระบบของคนไทยมีตัวเลขแล้วกว่า 1.15 แสนล้านบาท แต่ความเสียหายจริงทั้งหมดอาจสูงกว่านั้นมาก และอาจแตะระดับล้านล้านบาท ซึ่งไม่มีใครสามารถประเมินได้ในขณะนี้

Bottom-PL-HLW Bottom-PL-HLW

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ