ที่ท่าอากาศยานตรัง จ.ตรัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคณะรวมกว่า 30 คน เดินทางมาลงที่ท่าอากาศยานตรัง ก่อนขึ้นรถตู้มุ่งหน้าไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อร่วมติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมีนายรัตน์ ภู่กลาง ตัวแทนพรรคเพื่อไทยจังหวัดตรัง และนายอาณัฐชัย ภู่กลาง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 ตรัง ให้การต้อนรับ
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การเดินทางลงภาคใต้ครั้งนี้สะท้อนปัญหาการเดินทางของประชาชน เนื่องจากเที่ยวบินเข้า–ออกหาดใหญ่ไม่เพียงพอและตั๋วโดยสารเต็มเกือบทุกไฟลต์ จึงจำเป็นต้องลงเครื่องที่ตรังก่อนเดินทางต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงคมนาคมต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากกระทบทั้งผู้ที่ต้องเดินทางกลับบ้านไปช่วยครอบครัว และผู้ที่จะเข้าร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือในพื้นที่
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคได้ส่งคณะลงพื้นที่หาดใหญ่หลายรอบแล้ว ขณะเดียวกันบุคลากรในพื้นที่ เช่น นายรัตน์ ภู่กลาง ได้เปิดโรงแรมให้ผู้ประสบภัยเข้าพักฟรีจนเต็มทั้งหมด ขณะที่สิ่งของบรรเทาทุกข์จากประชาชน สมาชิกพรรค และผู้สมัคร สส. จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ถูกส่งลงมาสนับสนุนพื้นที่แล้วไม่ต่ำกว่า 4–5 รอบ
เขายังกล่าวถึงความร่วมมือจากเครือข่ายชาวประมงที่เคยร่วมผลักดันกฎหมายประมงในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งได้ส่งเรือท้องแบนลงช่วยพื้นที่ รวมทั้งคณะนักจิตวิทยาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนิสิตอาสา ที่ร่วมเดินทางมาเพื่อให้การดูแลด้านสภาพจิตใจแก่ผู้ประสบภัย โดยจะลงพื้นที่ศูนย์พักพิงที่ ม.อ. หาดใหญ่
นายจุลพันธ์ย้ำว่า แม้สถานการณ์ที่อำเภอหาดใหญ่จะเริ่มคลี่คลาย แต่พื้นที่น้ำท่วมในภาคใต้ยังครอบคลุมหลายจังหวัด รวมถึง 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่น้ำยังไม่ลด จึงไม่ใช่เวลาที่รัฐบาลจะ “ผ่อนคลาย” มาตรการช่วยเหลือ พร้อมฝากรัฐบาลเร่งขับเคลื่อนการช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา และซ่อมแซมความเสียหายจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ด้านการตรวจสอบรัฐบาล นายจุลพันธ์ระบุว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้านเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนในสภา แต่ในช่วงเวลานี้จะไม่ใช้โอกาสโจมตีรัฐบาล เพราะสิ่งสำคัญคือการเร่งช่วยเหลือประชาชนให้ทันเวลา โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับชีวิตและความเป็นอยู่โดยตรง
สำหรับกรณีคำสั่งโยกย้ายข้าราชการนอกฤดูกาล นายจุลพันธ์กล่าวว่า เป็นข้อสังเกตของสังคมที่ฝ่ายค้านกำลังติดตาม เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันเพิ่งเข้ามาทำหน้าที่ได้ไม่นาน แต่มีการโยกย้ายมากกว่ารัฐบาลปกติ และส่งผลกระทบต่อหน่วยงานสำคัญต่อประชาชน เช่น ปภ., ผู้ว่าราชการจังหวัด, นายอำเภอ และสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ซึ่งอาจสะท้อนปัญหาการบริหารจัดการที่ต้องหยิบยกขึ้นมาหารือกับรัฐบาลตามช่องทางในรัฐธรรมนูญ
ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะตั้งใจจะลงพื้นที่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่เกรงจะเป็นภาระต่อพื้นที่ที่กำลังเผชิญสถานการณ์รุนแรง จึงเลือกเดินทางในช่วงนี้ พร้อมทั้งนำอุปกรณ์ทำความสะอาดจากนครศรีธรรมราช พัทลุง และกรุงเทพฯ รวมถึงยาแก้คันและยารักษาแผลที่จำเป็น เนื่องจากมีผู้ประสบภัยจำนวนหนึ่งเกิดการติดเชื้อทางผิวหนัง
นายก่อแก้ว กล่าวว่า แม้น้ำในอำเภอหาดใหญ่จะเริ่มลดลง แต่ยังมีความต้องการสิ่งของจำเป็นอีกจำนวนมาก เช่น อุปกรณ์ฟื้นฟูบ้านเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหาย พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฝากรัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยาก้อนแรกเพื่อให้ประชาชนสามารถเริ่มซ่อมแซมบ้านเรือนได้ทันที
รวมถึงออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กับธุรกิจท้องถิ่น เช่น โรงแรม ร้านค้า ที่เสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาวเพื่อช่วยให้สามารถเริ่มต้นกิจการใหม่ได้
ทั้งนี้ ในพื้นที่ท่าอากาศยานตรังยังพบว่ามีหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งเดินทางมารอรับอธิบดีกรมต่าง ๆ ที่จะเดินทางต่อไปยังอำเภอหาดใหญ่ เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมเช่นกัน