นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนสัดส่วนโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย 5 รัฐมนตรีว่าการ,3 รัฐมนตรีช่วยว่าการและ 1 รองประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ยังไม่มีความชัดเจน แต่แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในลำดับที่ 2 ก็คาดการณ์ได้ว่า ก็ต้องมีการจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรีตามความเหมาะสม ส่วนจะเป็นตำแหน่งใดคงจะต้องมีการพูดคุยกันอีกที
เมื่อถามถึง กรณีที่มีรายงานข่าวว่า สส.ภายในพรรคเพื่อไทย ไม่พอใจถึงการวางตัวบุคคลที่คาดว่าจะมาเป็นรัฐมนตรี ว่า หลังจากที่เห็นรายงานข่าวตนในฐานะหัวหน้าพรรคได้มีการตรวจสอบ มีการพูดคุยกับ สส.หลายคน ยืนยันว่าไม่มีความไม่พอใจ และไม่มีความขัดแย้ง หรือไม่สบายใจใดๆ เราเพิ่งผ่านการเลือกตั้งกันมา การคัดกรองบุคคลที่ยังเหลืออยู่แน่นอนว่าเป็นคนที่มีอุดมการณ์ และมีความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน วันนี้กระแสต่างๆ ตามข่าวที่เกิดขึ้นตามสื่อ ก็พบว่าใช้คำว่าแหล่งข่าว แหล่งข่าวก็หาตัวตนไม่ได้ และไม่สามารถยืนยันอะไรได้
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า สส.ที่อยู่ในพรรคแล้วเห็นรายชื่อตามที่ปรากฏเป็นข่าวออกมา จึงเกิดความไม่พอใจ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต่างคนต่างคิดได้ แต่ย้ำว่าเป็นเพียงกระแสข่าว ซึ่งตนได้พยายามตรวจสอบอาจจะยังโทรถามไม่ครบทุกคน แต่เท่าที่คุยมาก็ไม่มีความเข้าใจผิด หรือไม่สบายใจใดๆ ในกลุ่ม สส.ที่มีอยู่
นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ระบุว่า ในวันที่ 14 มี.ค. ที่จะถึงนี้ พรรคเพื่อไทยจะมีการเรียกประชุม สส. ก่อนจะมีการประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 15 มี.ค. นี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและหาข้อสรุปร่วมกัน โดยในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรีก็คงจะมีการเปิดให้แสดงความคิดเห็น และสุดท้ายก็จะเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรคตัดสินใจ ซึ่งเป็นไปตามกลไกของพรรค
เมื่อถามว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีกับจำนวน สส.มีไม่เพียงพอ หลักเกณฑ์การพิจารณาในการคัดเลือกบุคคลที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีจะมีความเป็นธรรมไม่ให้ สส. ที่ไม่สมหวังน้อยใจหรือเสียใจอย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามกลไกที่ทุกฝ่ายรับได้และที่สำคัญคือพรรคเพื่อไทยไม่มีมุ้งไม่มีกลุ่ม เป้าหมายหลักคือการเดินหน้าทำประโยชน์ให้ประชาชน การที่จะมีตำแหน่งใดๆ ก็ต้องบุคคลที่เหมาะสม สามารถขับเคลื่อนนโยบายของพรรคและขับเคลื่อนรัฐบาล นำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง นี่คือเกณฑ์สำคัญ
ส่วนกรณีของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ที่มีรายงานจากพรรคภูมิใจไทย ว่าอาจจะติดปัญหาเรื่องคดี นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายประเสริฐ สิ่งที่ออกมาตามหน้าสื่ออาจจะเป็นเพราะกระบวนการการทำงานที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกระทรวง แต่ยังไม่มีกระบวนการในการเอาผิดใดๆ จึงต้องยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของนายประเสริฐ และความตั้งใจในการทำงาน ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า นายประเสริฐขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งหลังจากนี้พรรคก็จะมีการดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึก และพิจารณาอีกครั้ง