Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

เลือกตั้ง 2569 : อุดมการณ์ตรงกัน! "เอกนัฏ" เปิดใจซบ "ภูมิใจไทย"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"เอกนัฏ" เปิดใจซบภูมิใจไทยด้วยเหตุผลอุดมการณ์ตรงกัน ชี้ กทม. เป็นสนามปราบเซียน ชี้ ต้องชัดทั้งแคนดิเดตฯ - นโยบาย รับเป็นนักการเมืองสายอนุรักษ์นิยม มุ่งทำงานให้เกิดผลสำเร็จ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว PPTV ถึงภาพรวมสถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้  ว่า ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งอย่างชัดเจน หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคมนี้ และกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ท่ามกลางสถานการณ์เปลี่ยนผ่านของประเทศ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ช่างภาพพีพีทีวี
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

นายเอกนัฏ มองว่า ปัจจัยสำคัญที่ประชาชนจะนำมาประกอบการตัดสินใจเลือกผู้นำและพรรคการเมือง ได้แก่ ปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดน ปัญหาการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเจรจาอัตราภาษีกับประเทศมหาอำนาจ ปัญหาปากท้องของประชาชน รวมถึงปัญหาอุทกภัย ซึ่งล้วนเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลชุดต่อไปต้องเผชิญควบคู่กับประเด็นทางการเมือง

ในมุมของการแข่งขันทางการเมือง นายเอกนัฏชี้ว่า พรรคภูมิใจไทย ซึ่งตนตัดสินใจเข้าร่วมงานด้วยนั้น ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหลักของประเทศ โดยเฉพาะการดูแลความมั่นคงชายแดน การปกป้องอธิปไตย และการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกา การไม่ให้ประเทศไทยเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้าน และการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการคนละครึ่ง

นายเอกนัฏ ยังสะท้อนภาพการเมืองผ่านผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยยอมรับว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยราว 30–40 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคหรือผู้นำ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่ใจและการรอพิจารณาทางเลือกทางการเมืองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศ

เมื่อถูกถามว่าประเทศไทยมีความพร้อมต่อการเลือกตั้งแล้วหรือไม่ นายเอกนัฏ ระบุว่า การเลือกตั้งเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีกำหนดการแล้ว ทุกฝ่ายต้องเดินหน้าไปตามนั้น แต่ในขณะเดียวกัน การรณรงค์หาเสียงต้องแยกออกจากการบริหารจัดการปัญหาหลักของประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดน ซึ่งรัฐบาลยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่

นายเอกนัฏ ย้ำว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้การสนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ ไม่ว่าประเทศจะอยู่ในช่วงเลือกตั้งหรือไม่ การปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนจะต้องไม่ถูกกระทบ

สำหรับเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ หลังจากใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ แม้ที่ผ่านมาเคยทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงเคยมีข้อเสนอจากภาคเอกชนให้ไปทำงาน แต่สุดท้ายตัดสินใจเดินหน้าทำงานการเมืองต่อ เพราะเป็นสิ่งที่ตั้งใจทำมาตลอดชีวิต

นายเอกนัฏ ยอมรับว่า ตนเองถูกมองว่าเป็นนักการเมืองสายอนุรักษ์นิยม แต่ยืนยันว่าเป็นอนุรักษ์นิยมในเชิงปฏิบัติ คือมุ่งทำงานให้เกิดผลสำเร็จ ซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรมการทำงานของพรรคภูมิใจไทย ที่แม้บางครั้งภาพลักษณ์อาจไม่สวยงาม แต่เน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการจัดการปัญหาชายแดน การสนับสนุนกองทัพ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชน

เมื่อถามว่าได้ปรึกษา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก่อนตัดสินใจร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ นายเอกนัฏ เผยว่า โดยปกติไม่ค่อยนำเรื่องการเมืองมาพูดคุยกันภายในครอบครัว เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และย้ำว่าการตัดสินใจทางการเมืองที่ผ่านมาเป็นการตัดสินใจด้วยตนเองมาโดยตลอด ตั้งแต่การเลือกเส้นทางการเมืองหลังปี 2562 จนถึงการตัดสินใจล่าสุดในการเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งล้วนเป็นการพิจารณาและตัดสินใจด้วยตนเองทั้งหมด

นายเอกนัฏ ยังกล่าวถึง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนสีเทา ยืนยันว่าตนเองยืนหยัดในหลักความสุจริต และมีจุดยืนชัดเจนในการจัดการกับธุรกิจผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ซึ่งที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นจากการทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งการปิดโรงงานเถื่อน การจัดการขบวนการอุตสาหกรรมสีเทา และการดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด แม้ต้องเผชิญแรงกดดันและคดีความจำนวนมาก

นายเอกนัฏ มองว่า พรรคภูมิใจไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อยกระดับตัวเองเป็นพรรคการเมืองหลักของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ทันสมัย เปิดกว้างให้มืออาชีพเข้ามาทำงาน และพร้อมพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ช่างภาพพีพีทีวี
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

สำหรับภารกิจทางการเมืองในอนาคต นายเอกนัฏยืนยัน ว่า ภารกิจปราบทุนเทาในภาคอุตสาหกรรมยังไม่เสร็จสิ้น และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจทำงานการเมืองต่อ เพื่อสานต่อการปฏิรูประบบอุตสาหกรรม การแก้ไขกฎหมายโรงงาน การจัดการปัญหามลพิษ และการคุ้มครองผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริต

ในประเด็นปัญหาชายแดน นายเอกนัฏ มองว่า เป็นโจทย์สำคัญของทุกรัฐบาล และขึ้นอยู่กับความเด็ดขาดในการตัดสินใจ พร้อมสนับสนุนการทำหน้าที่ของกองทัพอย่างเต็มที่ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ไม่ใช่เพียงการสู้รบทางทหาร แต่เชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายเงินทุนผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งต้องจัดการอย่างครบวงจร ทั้งในมิติความมั่นคงและการทูต

ส่วนบทบาทในการดูแลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายเอกนัฏระบุว่า การทำงานทางการเมืองต้องอาศัยความร่วมมือกันเป็นหลัก ตนเองมีเพื่อนสมาชิกจำนวนมากจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงอดีต สส.จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเคยทำงานร่วมกันมาแล้ว อีกทั้งตนเองเคยเป็น ส.ส.กรุงเทพมหานครมาก่อน จึงพอเข้าใจบริบทและลักษณะของสนามเลือกตั้งในพื้นที่เมืองหลวง

นายเอกนัฏ มองว่า ผู้ที่สมัครลงสมัคร สส.กรุงเทพในขณะนี้หลายคนมีความตั้งใจจริงและเตรียมตัวมาอย่างดี บทบาทของตนจึงเปรียบเสมือนโค้ชคอยให้คำแนะนำ สนับสนุน และช่วยประสานงานหรือบริหารจัดการให้การทำงานมีความลงตัว มากกว่าการเข้าไปกำกับดูแลโดยตรง เพราะเชื่อว่าผู้สมัครแต่ละคนสามารถยืนบนขาของตนเองได้อยู่แล้ว

สำหรับการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร นายเอกนัฏชี้ว่า เป็นสนามที่ท้าทายและมีความซับซ้อน เนื่องจากเป็นเมืองหลวง การขับเคลื่อนทางการเมืองจึงต้องสอดคล้องกับภาพรวมระดับประเทศ ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของประชาชนยังคงอยู่ที่ตัวผู้นำ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จุดยืนทางการเมือง และแนวนโยบายของพรรค ซึ่งพรรคภูมิใจไทยต้องช่วยกันกำหนดทิศทางการต่อสู้ให้ชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคคู่แข่งสามารถกวาดที่นั่งไปได้เกือบทั้งหมด สะท้อนแนวโน้มความต้องการของคนเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป

นายเอกนัฏ ยอมรับว่า สนามกรุงเทพถือเป็น สนามปราบเซียน แต่ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับความเพียรพยายามและความอดทน พร้อมให้กำลังใจผู้สมัครทุกคน แม้บางคนจะเคยลงสมัครแล้วไม่ประสบความสำเร็จหลายครั้ง แต่ก็ยังสามารถกลับมาชนะได้ในที่สุด โดยมองว่าการเมืองเป็นการแข่งขันที่ไม่มีอะไรได้มาง่าย และไม่มีใครการันตีความสำเร็จได้ล่วงหน้า

นายเอกนัฏ ยังสะท้อนแนวคิดการทำงานของพรรคภูมิใจไทยว่า ผู้ที่เข้ามาร่วมงานต้องเป็นนักสู้และเป็นสายปฏิบัติ เน้นการลงมือทำจริง พูดแล้วต้องทำ และไม่ควรพูดในสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ ซึ่งเป็นหลักคิดเดียวกับที่ตนเองยึดถือมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจสุดท้ายยังคงอยู่ที่ประชาชน ไม่สามารถบีบบังคับได้ หน้าที่ของนักการเมืองคือทำงานให้ดีที่สุดและพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงาน

ทั้งนี้ นายเอกนัฏ ย้ำว่า การเมืองเป็นการแข่งขันที่ต้องอาศัยความอดทนและความมุ่งมั่น แม้เคยประสบความพ่ายแพ้ แต่สามารถลุกขึ้นสู้ใหม่ได้เสมอ พร้อมยืนยันจุดยืนในการยืนเคียงข้างประชาชนและผู้ประกอบการไทยที่สุจริต และเดินหน้าต่อสู้กับอิทธิพลและทุนสีเทาอย่างไม่ถอย

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ