จากกรณี ครม.เห็นชอบให้กำหนดวันออกเสียงประชามติ เป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป คือวันที่ 8 ก.พ.2569 โดยกำหนดคำถามในการออกเสียงประชามติว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
ขณะเดียวกันมีการเผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการกำหนดให้การใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียงได้
โดยข้อ 106 ระบุว่า การลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียงให้ผู้มีสิทธิออกเสียงซึ่งอยู่นอกเขตจังหวัดที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตออกเสียงเป็นเวลาน้อยกว่า 90 วันนับถึงวันออกเสียง ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) ยื่นคำขอเป็นรายบุคคลตามแบบ อ.ส. 5/1 หรือทำเป็นหนังสือซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการ ชื่อตัว ชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน สถานที่และเขต ออกเสียงที่จะใช้สิทธิ ลงคะแนนออกเสียง โดยผู้มีสิทธิออกเสียงอาจยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือทำหนังสือมอบหมายให้ผู้มีผู้มีสิทธิออกเสียงอื่นดำเนินการแทน
(2) ยื่นคำขอเป็นคณะบุคคลตามแบบ อ.ส. 5/1 โดยผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถมอบหมายให้ผู้มีสิทธิออกเสียงผู้ใดเป็นผู้แทน
(3) การยื่นคำขอตาม (1) หรือ (2) อาจยื่นทางไปรษณีย์ก็ได้ โดยให้ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ
(4) ยื่นคำขอทางเครือข่ายอินทอร์เน็ตที่คณะกรรมการหรือผู้ที่ให้รับมอบหมายได้รัตทำขึ้นสำหรับการแจ้งความประสงค์ลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง
ในกรณีการยื่นคำขอลงทะเบียนโดยมอบหมายให้ผู้มีสิทธิออกเสียงอื่นเป็นผู้แทน หรือยื่นคำขอเป็นคณะบุคคล หรือยื่นคำขอทางไปรษณีย์ ให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้และมีเลขประจำตัวประชาชนของผู้ขอใช้สิทธิออกเสียง โดยให้รับรองสำเนาเอกสารดังกล่าว
ข้อ 107 ระบุว่า การยื่นคำขอลงทะเบียนทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตามข้อ 106(4)นั้น ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงดำเนินการยื่นคำขอลงทะเบียนเอนเองทางเว็บไซต์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดหรือทางดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันที่กรมการปกครองกำหนด โดยมีวิธีการลงทะเบียน ดังนี้
1. เข้าสู่ระบบ บันทึกเลขประจำตัวประชาชน ชื่อตัว ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด หมายเลขหลังบัตรประจำตัวประชาชน เลขประจำบ้าน (11 หลัก) และสถานที่ที่ประสงค์ไปใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง เมื่อกรอกข้อมูลดังกล่าวถูกต้องครบถ้วนแล้วให้เลือกรายการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียง
2. เมื่อเลือกลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจสอบข้อมูลที่ปรากฏว่าถูกต้องหรือไม่ กรณีผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้วถ้ามีความประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ลงคะแนนให้ระบุ สถานที่ประสงค์จะไปใช้สิทธิออกเสียง หรือถ้าประสงค์จะขอยกเลิกการลงทะเบียนให้เลือกรายการขอยกเลิกการลงทะเบียนแล้วจึงเลือกบันทึกข้อมูล
3. เข้าสู่หน้าการยืนยันการบันทึกข้อมูล ให้ตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฎอยู่นั้นถูกต้องหรือไม่ หากถูกต้องครบถ้วนแล้วให้เลือกรายการยืนยันการบันทึกข้อมูล หรือถ้าประสงค์จะกลับไปแก้ไขข้อมูลให้เลือกรายการกลับไปแก้ไขข้อมูล
4. เมื่อผู้อื่นคำขอยืนยันการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ระบบบจะแสดงแบบตอบรับ เป็นหลักฐานประกอบการลงทะเบียนเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง
ข้อ 108 ระบุว่า ทั้งนี้ผู้มีสิทธิออกเสียงที่ยื่นคำขอและนายทะเบียนตอบรับการลงทะเบียน หรือได้ลงทะเบียนไว้ตามข้อ 106(4) แล้วแต่กรณี ให้หมดสิทธิลงคะแนนออกเสียงในหน่วยออกเสียงเดิมที่ตนมีสิทธิออกเสียง จนกว่าจะได้ยื่นคำขอลงทะเบียนยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ โดยวิธีการเดียวกับที่ได้ยื่นลงทะเบียนไว้ตามการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ การลงทะเบียนยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงต้องดำเนินการก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่า 30 วัน
เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นตอบรับการลงทะเบียนหรือแจ้งการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้บันทึกลงในฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงของสำนักทะเบียนกลางแล้วแจ้งให้ผู้ลงทะเบียนนั้นทราบภายใน 3 วัน ตามแบบ อ.ส. 5/1
ข้อ 109 ระบุว่า เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้รับคำขอลงทะเบียน ตามข้อ 106 แล้ว ให้ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอนั้นเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงหรือไม่ หากเป็นผู้มีสิทธิออกเสียง ให้ดำเนินการดังนี้
(1) ถ้าเห็นว่ามีสิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง ให้แจ้งผู้อำนวยการทะเบียนกลางหรือผู้ที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางมอบหมาย เพื่อให้หมายเหตุในช่องหมายเหตุของบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง ว่า "ใช้สิทธิที่เขตออกเสียงที่ .. จังหวัด ... ..." หรือ "นอกเขตออกเสียง" และปรับปรุงฐานข้อมูลในการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง
(2) หากเห็นว่าไม่มีสิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอลงทะเบียนทราบ ภายใน 3 วันตามแบบ อ.ส. 5/1
ข้อ 110 ให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางหรือผู้ที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางมอบหมายจัดพิมพ์บัญชีรายชื่อผู้มีมีสิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง (อ.ส. 2/4) จำนวนสองชุด ส่งให้คณะกรรมการประจำเขตหรือผู้ที่คณะกรรมการประจำเขตมอบหมายก่อนวันวันออกเสียงไม่น้อยกว่าสิบวัน เพื่อใช้ปิดประกาศหน้าที่ออกเสียงนอกเขตออกเสียงในวันออกเสียงหนึ่งชุด ไม่ต้องระบุเลขประจำตัวประชาชน และใช้ตรวจจสอบการใช้สิทธิออกเสียงหนึ่งชุด
ข้อ 111 ให้คณะกรรมการประจำเขตหรือผู้ที่คณะกรรมการประจำเขตมอบหมายเป็นผู้ดำเนินการจัดและควบคุมการลงคะแน่นออกเสียงนอกเขตออกเสียงให้นำความไมหมวด 4 การดำเนินการออกเสียง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
อย่างไรก็ตามสำหรับการเปิดลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียงนั้น นายสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ. กกต. กทม.) เปิดเผยว่า ในส่วนของการออกเสียงทำประชามติจะไม่มีการใช้สิทธิ์ออกเสียงล่วงหน้า โดยจะสามารถไปใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 8 ก.พ. วันเดียวเท่านั้น แต่สามารถลงทะเบียนใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามตินอกเขตได้ โดยทาง กกต. จะเปิดให้ลงทะเบียนเร็ว ๆ นี้