วันที่ 27 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต สำหรับ "เลือกตั้ง 2569" เป็นวันแรก โดยที่กรุงเทพมหานครบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในฐานะแกนนำเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย นำคณะผู้สมัครมาลงทะเบียนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำพลัส ไม่ใช่แค่บอกว่าจะทำอะไร แต่บอกด้วยว่าจะเอาใครเข้ามาทำ
เราประกาศก่อนหน้าเลย ถ้าชนะจะเอาใครมาทำงาน ก่อนนี้พูดกันว่าภูมิใจไทยบ้านใหญ่ ถามว่า คุณเอกนิติ คุณศุภจี คุณสีหศักดิ์ บ้านใหญ่ตรงไหน เราเอาคนมีฝีมือมีความสามารถมาทำงาน
นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า วันนี้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม มีปัญหาชายแดน ปัญหาเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้เคยโต 3-4% แต่ล่าสุดเกือบ 0% ชี้ถ้านายอนุทินไม่เข้ามาพร้อมนายเอกนิติ เศรษฐกิจอาจติดศูนย์ ซึ่งตอนนี้เอาออกจากหล่มมาเป็น 1% กว่า อานิสงส์จากนโยบายคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่ง่าย เพราะหลายรัฐบาลบอกจะแจก บอกมาเป็นปี แต่ก็ไม่สำเร็จ แต่เรา 73 วัน ทำเฟสแรกกระตุ้นเศรษกิจได้ทันท่วงที มั่นใจว่าถ้าได้ทำต่อ เศรษฐกิจโต 3% เห็นแน่
นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า คนไทยเก่งแต่แข่งลำบาก เพราะมีทุนเทาเอาเปรียบคนไทย ปัญหาชายแดน จะตกลงกันได้ ต้องอยู่บนเงื่อนไขของไทย ไม่มีอะไรสำคัญกว่าอธิปไตย แต่นโยบายภูมิใจไทยไม่ใช่แค่สู้รบ จะสร้างกำแพงรั้ว เราเอาจริง ไม่ใช่รั้วป้องกันสงครามเท่านั้น แต่ป้องกันภัยสังคมด้วย ป้องกันยาเสพติด สินค้าเกษตรเถื่อน หรือของเถื่อนที่เข้ามา
เรากล้าอยู่ในบ้านแบบไม่มีกำแพงรั้วหรือ? บ้านคนยังต้องมีกำแพง ระบบจัดการสิ่งผิดกฎหมายเมื่อคุมไม่ได้ก็ต้องมีรั้ว
นายเอกนัฏ กล่าวต่ออีกว่า นโยบายต่าง ๆ พูดเกือบเหมือนกันทุกพรรค แต่ทำได้หรือไม่ ที่พูดมามีเงินก็ทำได้หมด ถ้าธุรกิจไทยเข้มแข็งก็ทำได้ รถจะกี่สายกี่บาทถ้ามีเงินก็ทำได้หมด อยากสร้างประตูกั้นน้ำไม่ให้น้ำท่วม ทำได้หมดถ้ามีเงิน ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีวิธีหาเงิน มีคนหาเงิน ถ้าอนาคตประเทศอยู่ในมือจะเชื่อมือใคร ทุกคนได้เห็นการทำงานของนายอนุทินแล้ว เอาคนเก่งมาทำงาน เด็ดขาดชายแดน มืออาชีพ เอาคุณเอกนิติ คุณสีหศักดิ์ คุณศุภจี มาร่วมงาน ประกาศล่วงหน้าโควตาเดิมทิ้งเลย ภูมิใจไทยใหม่
ถ้าบอกว่าภูมิใจไทยเป็นบ้านใหญ่ แล้ว 3 ท่านนี้มี สส. ในมือกี่คน บ้านใหญ่ไม่สนแล้ว เพราะประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต ไม่ต้องใช้โควตา เลือกรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถ 73 วันได้เห็นแล้ว ถ้า 3-4 ปีจะเป็นอย่างไร
นายเอกนัฏ บอกด้วยว่า 33 เขต กทม. ภูมิใจไทยทำเต็มที่ ถ้ายึดติดอดีตว่าไม่เคยได้ กทม. ก็ไม่ต้องมีอะไรใหม่ ไม่มีความหวัง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องเชื่อว่าถ้าทำแบบตั้งใจทำได้ รอบนี้ กทม. น่าสนใจ เป็นสนามเปิด ผลโพลบอกเกือบ 50% ยังไม่รู้เลือกใคร ดังนั้นนี่เป็นโอกาส