2 ม.ค. 69 ภายหลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขึ้นเยี่ยมชมบริเวณพื้นที่ปราสาทคนา นายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมาร่วมตรวจเยี่ยมทหาร เนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่ทหารไม่ได้กลับบ้าน ซึ่งตนมองว่าถึงเวลาที่เหมาะสมและไม่ได้ทำให้เกิดความเดือดร้อน จึงเดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ
จากการลงพื้นที่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ ตนชื่นชมกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ที่ได้บัญชาการทำให้ไทยสามารถควบคุมพื้นที่ได้โดยสมบูรณ์ และสามารถทำลายเครือข่ายสแกมเมอร์
ส่วนจะมีการเตรียมบูรณะปราสาทเลยหรือไม่ ตนขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยทั้งหมดก่อน เรื่องการบูรณะตนตรวจสอบกับกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเรามีการศึกษาประวัติศาสตร์และสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ต้องทำให้สถานการณ์คงที่
เมื่อถามถึงกรณีที่ตอนนี้มีกระแสข่าวว่าทางกัมพูชาเองมีการเสริมกองกำลังเข้ามาในพื้นที่บางจุด นายกฯ กล่าวว่า ขออย่าเพิ่งไปฟังตรงนั้นตรงนี้ ขอให้รอฟังจากฝ่ายความมั่นคง เพราะใครก็พูดได้ว่าเจอโดรนตรงนั้น เสียงปืนตรงนั้นตรงนี้ มีประปราย อาจจะเกิดขึ้นในฝั่งโน้น เรายังไม่ได้ถือว่าเป็นภัยต่อประเทศของเรา
ขณะเดียวกันในส่วนของทางทหารไทยเองก็มีความพร้อมในการตรึงกำลัง ทั้งนี้ ตนชอบคำว่าการสถาปนาความมั่นคง สถาปนาอธิปไตย ประกาศบูรณภาพของดินแดนด้วยความชัดเจน ไม่มีอะไรที่ประชาชนคนไทยจะต้องวิตกกังวล ทหารของเราเฝ้าประเทศ เฝ้าพรมแดนไว้แล้ว
ทุกอย่างผ่านมาด้วยดีเรามีการลงนามในเอกสาร ซึ่งทั้ง 2 ประเทศ ยังยึดมั่นอยู่ในเงื่อนไขที่ได้ลงนามกันไว้ ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี และหวังว่าทางฝ่ายกัมพูชาจะเคารพและปฏิบัติตามไม่มีปัญหาอะไรให้มันซับซ้อนต่อไป
ส่วนกรณีที่กัมพูชาเองมีการออกมาชี้แจงว่าจะไม่ยอมรับในส่วนของเส้นแบ่งเขตแนวแดนที่ใช้ความรุนแรง นายกฯ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าไม่เป็นไร เพราะตรงนั้นมีกระบวนการคณะกรรมาธิการเขตแดน หรือ JBC ให้ว่ากันไป แต่สิ่งที่เราได้ดำเนินการเรื่องการควบคุมพื้นที่ชัดเจนแล้วก็คือประเทศไทย อย่าไปคิดอะไรให้วุ่นวาย เพราะเราไม่เคยรุกล้ำอธิปไตยประเทศอื่นปกป้องอธิปไตยของเรา และเราก็ทําตามกติกาสากล
ยืนยันว่าชาวบ้านสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ แม้อาจจะมีบางครอบครัวที่กังวล แต่ตนมองว่าเป็นเรื่องที่อาจจะทำให้คนได้มีความระมัดระวัง ขณะที่ทางทหารไทยก็มีความสามารถว่าเป็นที่ประจักษ์ทั้งในและนอกประเทศ คงไม่ต้องมีความกังวลอะไร
ซึ่งทุกคนในประเทศไทยก็รู้สึกขอบคุณทหาร เจ้าหน้าที่ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปกป้องบ้านเมือง ซึ่งในช่วงหลังปีใหม่รัฐบาลพยายามทําให้มั่นใจว่ามีแต่สิ่งที่ดีเกิดขึ้น
เมื่อถามถึงความรู้สึกที่ได้ขึ้นไปเห็นธงชาติไทยปักอยู่บริเวณพื้นที่ปราสาทคนา นายกฯ กล่าวว่า อยากจะเอาใจช่วยกองทัพมากกว่า ไม่ได้คิดเรื่องความภาคภูมิใจอะไร ต้องคิดว่าอย่าให้มีอะไรเสียหาย สูญเสียมากไปกว่านี้ เราต้องรักษาชีวิตเจ้าหน้าที่ทหารให้มากที่สุดเท่าที่ทําได้ ความภาคภูมิใจไปปักธงตรงไหน มันต้องแลกด้วยชีวิตของพี่น้องทหารและเจ้าหน้าที่ชาวบ้านหลายคน ต้องทําให้มั่นใจว่าอย่าทำให้สถานการณ์กลับไปที่เดิมอีก
ต่อมาพลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้นำนายอนุทิน ลงตรวจสอบพื้นที่ชายแดนช่องจอมและปราสาทคนา หลังจากที่ทหารสามารถยึดคืนจากกัมพูชา และสถาปนาความมั่นคงได้สำเร็จ
โดยที่ปราสาทคนานั้น นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ 3 จุด จุดแรก คือ จุดตรวจการอัมรินทร์ ที่อยู่ก่อนถึงปราสาทคนา จุดนี้จะอยู่บนหน้าผาสูง มองเห็นจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา นายกรัฐมนตรี ได้ใช้กล้องส่องทางไกล ตรวจดูความเคลื่อนไหวตรงจุดนี้ พร้อมกับฟังบรรยาสถานการณ์ที่ผ่านมาจากทหารแนวหน้า
จุดที่ 2 ตัวปราสาทคนาและพื้นที่โดยรอบ นายกรัฐมนตรีได้เดินตรวจสอบความเสียหาย พร้อมกับตรวจการณ์ไปฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจะเห็นฐานปฏิบัติการของกัมพูชาถูกทำลาย
จุดที่ 3 บันไดไม้ 1,800 ขั้น ที่ทหารกัมพูชาสร้างขึ้นมาและใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงอาวุธ ซึ่งบันไดไม้ตรงจุดนี้ ทหารไทยได้ระเบิดและเผาทำลายทั้งหมด พร้อมกับวางลวดหนามอย่างแน่นหนา ก่อนสถาปนาพื้นที่ความมั่นคงบนปราสาทคนา
ระหว่างการลงพื้นที่ปราสาทคนา นายกรัฐมนตรี ได้ขอจับทหารเพื่อให้กำลังใจ พร้อมพูดแซวว่า “มือนิ่มกว่าผมอีก” นอกจากนี้ยังได้กล่าวชมเชยทหารแนวหน้า ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ สามารถสู้รบทวงคืนอธิปไตยไทยกลับมาได้