นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง สถานการณ์ที่ยูเครนได้มีการปฏิบัติการทางทหาร โดยส่งโดรนโจมตีไปยังกรุงมอสโก รวมถึงพื้นที่โดยรอบของรัสเซีย ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีอยู่ในการประชุมอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ที่กรุงคาซาน สหพันธรัฐรัสเซียว่า ทางการรัสเซียได้มีการแจ้งให้ทุกคน ที่อยู่ในการประชุมระมัดระวังไม่ให้เดินเพ่นพ่าน เพราะอาจจะมีข่าวเรื่องการโจมตีจากคู่กรณี
เมื่อถามว่า ตอนที่ทราบข่าวรู้สึกตกใจหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ตนไม่เคยปลื้มกับสถานการณ์ความรุนแรง และไม่ต้องการให้เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่า คนไทยที่อยู่ที่นั่นปลอดภัยดีและกำชับให้สถานทูตไทยประจำรัสเซียดูแลคนไทยอย่างเต็มที่ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนใดๆ โดยตนก็ได้หารือกับ เอกอัครราชทูตไทยในกรุงมอสโก ซึ่งมีความพร้อมอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศ ซึ่งไทยก็ยังมีสถานการณ์ความมั่นคงเรื่องชายแดนกับไทยกัมพูชา จะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างไรนั้น นายอนุทิน ระบุว่า เราเฝ้าระวังชายแดนตลอดเวลา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างการประชุมอาเซียนรัสเซียและอยู่ในห้องพักของตน ก็มีโอกาสได้พบและพูดคุยกับ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งก็ได้ยืนยันจุดยืนและสถานะของประเทศไทย และสิ่งที่ประเทศไทยจะดำเนินการทั้ง กลไก UNCLOS (อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล) และท่าทีของเราต่อการเจรจาในกรอบอื่นๆ ทั้ง JBC คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission) , GBC การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee) หาก UNCLOS ไปแนวทางการประนีประนอมภาคบังคับ และหากการประนอมมีคำว่า “บังคับ” เราก็คงต้องหยุดการเจรจาในกรอบเหล่านี้ก่อน เพราะมีแนวทางของรัฐบาลไทยที่ได้วางเอาไว้ พร้อมย้ำว่า เรามีการเตรียมความพร้อมและยังคงเฝ้าระวังชายแดนตลอดเวลา
เมื่อถามว่าการคุยกันสองคนระหว่างผู้นำ ได้พูดอะไรกับทางกัมพูชาบ้าง นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่ได้มีเวลาเยอะขนาดนั้น “เหมือนเป็นแค่การดึงข้อศอกมาคุยกัน” โดยมองว่าทั้งสองฝ่าย มีการเตรียมตัวมาอยู่แล้วว่ามารยาททางการทูต เวลาพบกันจะต้องมีการพูดคุยกันอย่างไร และไม่ได้เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายอะไร
เมื่อถามย้ำว่า ฮุน มาเนต ได้มีการชี้แจงอะไรเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวชายแดนฝั่งกัมพูชาหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เขาก็ไม่ได้ต้องการความขัดแย้ง เช่นเดียวกับตนที่ไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ถือว่าบั่นทอนความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคนไทย ซึ่งเขาก็บอกว่าบั่นทอนคนของเขาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องหาแนวทางเดินหน้ากันต่อไป แต่ปัจจุบันเราได้เสนอให้มีการพูดคุยในกรอบอื่น แต่เขาเลือกแนวทางประนอมภาคบังคับ เราก็ได้ตั้งตัวแทนของเรา ถ้าเราชอบ เราก็รับ ถ้าเราไม่ชอบเราก็ไม่รับ
ส่วนได้มีการพูดคุยเรื่องการเปิดด่านกันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี หัวเราะ พร้อมระบุว่า “เปิดด่านปิดด่านมันคำต้องห้ามอยู่แล้ว ผมไม่จั๊กจี้ไปพูดหรอก เดี๋ยวคนไทยโกรธตาย ไม่เอา”
ทั้งนี้ ภายหลังการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน นายเยฟกินี โทมิคิน ทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้มาพบนายกรัฐมนตรีคาดว่าจะเป็นการรายงานสถานการณ์ หลังยูเครนเปิดฉากยิงถล่ม กรุงมอสโก รัสเซีย ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับไทย