สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ นโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาพรรคกล้าธรรม ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ และ กกต.
พรรคกล้าธรรม ได้ประกาศยุทธศาสตร์นโยบายเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งภายใต้กรอบงบประมาณรวมทั้งสิ้น 2,272,230 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบดำเนินงานใน 4 ปี จำนวน 1,422,230 ล้านบาท และงบผูกพันต่อเนื่อง 10 ปี สำหรับโครงการ Mega Project (Bangkok Shield) อีก 850,000 ล้านบาท
โดยนโยบายทั้ง 38 นโยบาย มุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจากฐานรากสู่ระดับมหภาค ดังนี้
นโยบายการปฏิรูปเกษตรกรรมและทรัพยากรน้ำ
- เปลี่ยนที่ดินทำกินให้เป็นทุนชีวิต ใช้งบ 9,000-12,000 ล้านบาท/ปี จากงบประมาณและที่ดินรัฐ มุ่งสร้างความคุ้มค่าโดยเพิ่มรายได้เกษตรกรเฉลี่ย 15-30% ประโยชน์คือสร้างมูลค่าทรัพย์สิน 3-5 แสนล้านบาท ผลกระทบคือใช้ระบบ Single Digital Platform ความเสี่ยงคือการเก็งกำไรที่ดิน
- ด้านน้ำและระบบชลประทาน: "ที่ไหนมีที่ดินทำกิน ที่นั่นต้องมีน้ำ" ใช้งบ 4-5.5 แสนล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบรัฐและ PPP มุ่งสร้างรายได้เพิ่ม 3-5 หมื่นล้านบาท/ปี ประโยชน์คือเพิ่มรายได้ภาคเกษตร 1.5-2.5 แสนล้านบาท ผลกระทบคือบริหารแบบเฟสร่วมกับเอกชน ความเสี่ยงคืองบประมาณและสิ่งแวดล้อม
- การลดต้นทุนปัจจัยผลิต: "ปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์คนละครึ่ง" ใช้งบ 3.5-4 หมื่นล้านบาท/ปี จากงบอุดหนุนเดิม มุ่งลดงบอุดหนุนระยะยาว ประโยชน์คือรายได้ครัวเรือนเพิ่ม 5,000-15,000 บาท ผลกระทบคือใช้ทะเบียนเกษตรกรคุมปริมาณ ความเสี่ยงคือการรั่วไหล คุณภาพ และภาระงบประมาณ
- สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน-สหกรณ์ด้วยหลัก ASP ใช้งบ 1.5-2 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบพัฒนาเกษตร/SME มุ่งสร้าง ROI 4-6 เท่า ประโยชน์คือลดการพึ่งพางบเยียวยาถาวร ผลกระทบคือเชื่อมโยง ASP กับตลาดล่วงหน้า ความเสี่ยงคือการบริหารกลุ่ม
- สนับสนุนนิคมเกษตรอุตสาหกรรม ใช้งบ 8-12 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบบูรณาการ มุ่งเปลี่ยนโครงสร้างจากขายวัตถุดิบเป็นสร้างมูลค่าเพิ่ม ประโยชน์คือความมั่นคงอาหารระยะยาว ผลกระทบคือให้ BOI เชิงพื้นที่ ความเสี่ยงคือการกระจุกตัว สิ่งแวดล้อม และเป็นภาระการคลังระยะสั้น
- พลังงานราคาถูกเพื่อเกษตรและประมง ใช้งบ 9-13 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี จากกองทุนน้ำมันและ Green Finance มุ่งลดต้นทุนทันทีโดยไม่เบือนกลไกตลาด ประโยชน์คือลดเงินเฟ้อ ผลกระทบคือใช้ทะเบียนพลังงาน ความเสี่ยงคือการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล
- แก้หนี้เกษตรกร ใช้งบ 6-9 หมื่นล้านบาท/ปี จากงบรัฐและกองทุนฟื้นฟู มุ่งเพิ่มความสามารถชำระหนี้ ประโยชน์คือลดดอกเบี้ย 3-4.5 หมื่นล้านบาท ผลกระทบคือปรับเงื่อนไขเข้าถึงทุน ความเสี่ยงคือวินัยการเงิน
- "ปราบสินค้าเกษตรเถื่อน" ใช้งบ 8,000-12,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบประมาณปกติ มุ่งสร้าง ROI 8-10 บาท ประโยชน์คือมูลค่าสินค้าเกษตรเพิ่ม 1-1.5 แสนล้านบาท ผลกระทบคือยกระดับมาตรฐานสินค้า ความเสี่ยงคือขบวนการเถื่อน
- มิติเยียวยา Fast Track รวดเร็ว ทั่วถึง เป็นธรรม ใช้งบ 2.5-3.5 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบภัยพิบัติและดิจิทัล มุ่งลดความเสียหายเชิงเศรษฐกิจ 6-8 บาท ประโยชน์คือรายได้รวมไม่น้อยกว่า 6 หมื่นล้านบาท ผลกระทบคือใช้ระบบ AI/ดาวเทียม ความเสี่ยงคือข้อมูลไม่สมบูรณ์
- Agriculture Pillar มิติเพิ่มมูลค่าภาคการเกษตร ใช้งบ 3.5 แสนล้านบาท (8.75 หมื่นล้าน/ปี) จากงบบูรณาการ 4 กระทรวง มุ่งสร้างเกษตรมูลค่าสูง 4 มิติ ประโยชน์คือยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการ ผลกระทบคือพัฒนาเป็น Cluster ความเสี่ยงคือโครงสร้างพื้นฐานและราคา
- เกษตรคืนถิ่น ใช้งบ 1 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบบูรณาการและ ธ.ก.ส. มุ่งสร้างโอกาสคนรุ่นใหม่ ประโยชน์คือยกระดับเกษตรกรอัจฉริยะ ผลกระทบคือเพิ่มจำนวนแรงงานคืนถิ่น ความเสี่ยงคือความยุติธรรมในการคัดเลือก
- เศรษฐกิจประมงยั่งยืน ใช้งบ 2,500 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบบูรณาการ 5 กระทรวง มุ่งแก้ปัญหา IUU และลดต้นทุน ประโยชน์คือความยั่งยืนทางอาชีพ ผลกระทบคือพัฒนาห่วงโซ่มูลค่า ความเสี่ยงคือความไม่แน่นอนของกติกาสากล
นโยบายเศรษฐกิจชุมชนและธุรกิจ
- เศรษฐกิจชุมชน-SME เข้มแข็ง ใช้งบ 1.2-1.5 แสนล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบบูรณาการและ Leverage Fund มุ่งสร้างงาน 6-9 แสนตำแหน่ง ประโยชน์คือมูลค่าเพิ่ม SME 1.5-3 แสนล้านบาท ผลกระทบคือใช้เกณฑ์กระจายงบตามการจ้างงานจริง ความเสี่ยงคืองบกระจุกตัว
- "รัฐไว 30 วัน - ธุรกิจไทย ไปต่อ" ใช้งบ 1.5-2.5 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบดิจิทัลภาครัฐ มุ่งสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 1.5-2.3 แสนล้านบาท ประโยชน์คือลดต้นทุนแฝงผู้ประกอบการ ผลกระทบคือใช้ KPI เชื่อมผลประเมินกับงบประมาณ ความเสี่ยงคือการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
- Bangkok SME ใช้งบ 5,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบรัฐและธนาคารรัฐ มุ่งเสริมสภาพคล่อง SME ประโยชน์คือลดหนี้เรื้อรัง ผลกระทบคือสร้างวินัยการเงินเชิงบวก ความเสี่ยงคือการบริหารจัดการผิดพลาด
- เศรษฐกิจชุมชนฐานราก ใช้งบ 6 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบบูรณาการ 4 กระทรวง มุ่งสร้างงานใกล้บ้าน ประโยชน์คือลดการอพยพแรงงาน ผลกระทบคือชุมชนเข้มแข็ง ความเสี่ยงคือการสนับสนุนกระจุกตัว
- ประกันรายได้ประชาชน ใช้งบ 7 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบบูรณาการ 3 กระทรวง มุ่งสร้างระบบประกันตามศักยภาพพื้นที่ ประโยชน์คือความมั่นคงในรายได้ ผลกระทบคือใช้ Big Data คุมความเสี่ยง ความเสี่ยงคือการกำหนดรายได้อ้างอิง
นโยบายพัฒนาเมืองและกรุงเทพมหานคร (Bangkok Series)
- Bangkok Shield: East - West Thai Gulf Corridor ใช้งบ 4.5-8.5 แสนล้านบาท (ผูกพัน 10 ปี) จากงบ Mega Project และ PPP มุ่งป้องกันน้ำท่วมถาวร ประโยชน์คือสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ผลกระทบคือการเวนคืนที่ดิน ความเสี่ยงคือต้นทุนบานปลาย
- Bangkok Green ใช้งบ 2.3 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบพลังงานและทรัพยากร มุ่งสร้างรายได้จากขยะและโซลาร์เซลล์ ประโยชน์คือลดค่าไฟครัวเรือน ผลกระทบคือเพิ่มแหล่งผลิตไฟฟ้าสะอาด ความเสี่ยงคือคุณภาพขยะและการผลิตไฟฟ้า
- Bangkok Fix ใช้งบ 1,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบมหาดไทยและดิจิทัล มุ่งซ่อมจุดเล็กที่กระทบชีวิต ประโยชน์คือความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต ผลกระทบคือระบบ Vote-Fix-Track ความเสี่ยงคือโครงการย่อยซ้ำซ้อน
- Bangkok Gem ใช้งบ 5,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบท่องเที่ยวและมหาดไทย มุ่งดึงนักท่องเที่ยวอยู่ต่อนานขึ้น ประโยชน์คือรายได้เพิ่ม 1 แสนล้านบาท ผลกระทบคือยกระดับ Soft Power ความเสี่ยงคือโรคระบาดและเหตุความมั่นคง
- Bangkok Smart ใช้งบ 2,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบ อว. และศึกษาธิการ มุ่งลดต้นทุนการเรียนและสร้างทักษะ AI ประโยชน์คือคนรุ่นใหม่พร้อมรับเศรษฐกิจยุคใหม่ ผลกระทบคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความเสี่ยงคือความเหลื่อมล้ำดิจิทัล
- Bangkok Heart ใช้งบ 1,200 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบสาธารณสุขและวัฒนธรรม มุ่งสร้างโครงสร้างสุขภาพในชุมชน ประโยชน์คือลดความโดดเดี่ยวและส่งเสริมสุขภาพจิต ผลกระทบคือลดภาระโรงพยาบาลใหญ่ ความเสี่ยงคือคุณภาพบริการไม่สม่ำเสมอ
- Bangkok Care ใช้งบ 1,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบ พม. และมหาดไทย มุ่งสร้าง Safe Zone ให้กลุ่มเปราะบาง ประโยชน์คือผู้สูงอายุมีที่พึ่งและสวัสดิการ ผลกระทบคือเพิ่มการจ้างงานดูแล ความเสี่ยงคือขาดบุคลากรดูแล
- Bangkok Earn ใช้งบ 2 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบ พม. และแรงงาน มุ่งลดรายจ่ายคนทำงาน ประโยชน์คือสวัสดิการพื้นฐานนอกระบบ ผลกระทบคือดึงแรงงานเข้าสู่ระบบ ความเสี่ยงคือแพลตฟอร์มปรับต้นทุน
- Bangkok Work ใช้งบ 4,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบ พม. แรงงาน และมหาดไทย มุ่งสร้างระบบจับคู่แรงงานใกล้บ้าน ประโยชน์คือลดเวลาเดินทาง ผลกระทบคือชุมชนเข้มแข็ง ความเสี่ยงคือการจับคู่ไม่ตรงทักษะ
- Bangkok Fair ใช้งบ 2,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบยุติธรรม มหาดไทย และดิจิทัล มุ่งสร้างทนายชุมชน ประโยชน์คือลดการเอารัดเอาเปรียบ ผลกระทบคือสร้างนิติธรรมเข้มแข็ง ความเสี่ยงคือมาตรฐานที่ปรึกษา
- Bangkok Park ใช้งบ 4,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบคมนาคมและมหาดไทย มุ่งแก้รถจอดกีดขวาง ประโยชน์คือเพิ่มความคล่องตัวจราจร ผลกระทบคือลดมลพิษ ความเสี่ยงคือต้นทุนที่ดินและการจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า
นโยบายสวัสดิการ การศึกษา และสังคม
- Educational Pillar ใช้งบ 6 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี (1.5 หมื่นล้าน/ปี) จากงบศึกษาธิการและ อว. มุ่งลดภาระครูและสร้างแรงจูงใจ ประโยชน์คือคุณภาพผู้เรียนดีขึ้น ผลกระทบคือครูมีเวลาสอนมากขึ้น ความเสี่ยงคือภาระงบประมาณ
- Tourist Economic Pillar ใช้งบ 2 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี (5,000 ล้าน/ปี) จากงบท่องเที่ยวและมหาดไทย มุ่งกระจายรายได้สู่เมืองรอง ประโยชน์คือสร้างงานในพื้นที่ ผลกระทบคือลดการกระจุกตัว ความเสี่ยงคือความพร้อมของท้องถิ่น
- Social Welfare Pillar ใช้งบ 1.5 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี (3,750 ล้าน/ปี) จากงบ พม. มุ่งดูแลผู้สูงอายุอย่างมีศักดิ์ศรี ประโยชน์คือลดภาระสาธารณสุขระยะยาว ผลกระทบคือสร้างเครือข่ายดูแล ความเสี่ยงคือการคัดกรองที่ไม่ทั่วถึง
- Banking for Thais ใช้งบ 3 หมื่นล้านบาทต่อ 4 ปี (7,500 ล้าน/ปี) จากงบคลัง มุ่งสร้างธนาคารประชาชนเพื่อแก้หนี้ ประโยชน์คือเข้าถึงทุนดอกเบี้ยต่ำ ผลกระทบคือฟื้นฟูวินัยการเงิน ความเสี่ยงคือหนี้เสีย (NPL)
นโยบายธรรมาภิบาล ความมั่นคง และความยุติธรรม
- ปราบทุนเทา ทลาย Corruption ใช้งบ 4,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบบูรณาการ 3 กระทรวง มุ่งปฏิรูปกฎหมายให้โปร่งใส ประโยชน์คือสร้างความเชื่อมั่นรัฐ ผลกระทบคือใช้ AI ตรวจสอบทุจริต ความเสี่ยงคือความปลอดภัยไซเบอร์
- "มลายู" สะพานภาษาเชื่อม ASEAN ใช้งบ 1,800 ล้านบาท จากงบศึกษาธิการและแรงงาน มุ่งใช้ Soft Power ทางภาษา ประโยชน์คือสร้างโอกาสทำงานอาเซียน ผลกระทบคือยกระดับภาพลักษณ์พื้นที่ ความเสี่ยงคือมาตรฐานการวัดทักษะ
- ยุติธรรมใกล้บ้าน เคารพวัฒนธรรม ใช้งบ 400 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบยุติธรรม มุ่งใช้หลักนิติธรรมที่สอดคล้องวิถีชีวิต ประโยชน์คือลดความขัดแย้งสังคม ผลกระทบคือเพิ่มความเชื่อมั่นต่อรัฐ ความเสี่ยงคือกฎหมายล่าช้า
- 3 จังหวัดสันติสุข กฎหมายเข้มแข็ง ใช้งบ 4,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบสำนักนายกฯ และมหาดไทย มุ่งสร้างสันติภาพเชิงนโยบาย ประโยชน์คือความสงบและชีวิตปกติสุข ผลกระทบคือลดความเสียหายงบประมาณ ความเสี่ยงคือสถานการณ์ที่เปลี่ยนรวดเร็ว
- ยกระดับคุณภาพชีวิตครูสอนศาสนา ใช้งบ 1,330 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบวัฒนธรรมและแรงงาน มุ่งสร้างสวัสดิการที่มั่นคง ประโยชน์คือลดความเหลื่อมล้ำทางอาชีพ ผลกระทบคือเพิ่มคุณภาพการสอนศาสนา ความเสี่ยงคือความรู้สึกไม่เท่าเทียม
- กองทุนการศึกษา 3 จังหวัดชายแดนใต้: 1 โรงเรียน 1 อาชีพ ใช้งบ 2,000 ล้านบาทต่อ 4 ปี จากงบศึกษาธิการและ อว. มุ่งสร้างทักษะอาชีพให้นักเรียน ประโยชน์คือลดคนว่างงาน ผลกระทบคือสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น ความเสี่ยงคือความพร้อมครูและอุปกรณ์