ที่ศาลาประชาคม จังหวัดขอนแก่น สถานที่ออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด เขตที่ 1 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด เดินทางมาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอย่างต่อเนื่อง แต่ที่สร้างสีสันให้สถานที่ลงประชามติและรอยยิ้มให้กับประชาชน ก็คือ การเดินทางมาลงประชามติของนายจิรวัฒน์ มหาสาร ดีไซเนอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ชาว จ.มหาสารคาม ที่ได้สวมใส่ชุดผ้าไทยประยุกต์มาใช้สิทธิ์
โดยสวมเสื้อทรงสไบสีส้ม กางเกงที่ตัดเย็บด้วยผ้าไทย และที่โดดเด่นคือ มงกุฎที่ใช้สวมใส่ที่เป็นการนำเอาดอกจานสดสีส้มมาร้อยเป็นมงกุฎ โดยเดินเข้าหน่วยออกเสียงแบบสับๆ มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย และประชาชนที่เป็นแฟนคลับขอถ่ายภาพร่วมด้วย
นายจิรวัฒน์ มหาสาร ดีไซเนอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ชาว จ.มหาสารคาม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังใช้สิทธิ์ลงประชามติว่า การใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง การได้มาซึ่งรัฐบาล ซึ่งกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีหลายอย่างที่มองว่ายังไม่ถูกไม่ควร จึงอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง ให้ทุกอย่างเป็นไปตามทำนองคลองธรรมมากขึ้น การเดินทางมาอีกครั้งในวันนี้ หลังจากที่เดินทางไปเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา มองว่า ไม่เสียเวลา เพราะมันคือหน้าที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะไปใช้สิทธิ
นายจิรวัฒน์ กล่าวถึงชุดที่สวมใส่มาใช้สิทธิ์ลงประชามติว่า ยังคงเน้นผ้าไทยประยุกต์เช่นเดิม แต่ครั้งนี้ได้เพิ่มความเป็นอีสานเข้ามาด้วย นั้นคือ การนำเอาดอกจาน ซึ่งเป็นดอกของต้นไม้ที่เกิดในพื้นที่ภาคอีสาน ตามท้องไร่ท้องนา มาทำเป็นมงกุฎดอกจาน เพื่อบ่งบอกถึงตัวตนของตนเองที่เป็นคนอีสาน คนมหาสารคาม การแต่งตัวมาด้วยชุดนี้จึงเป็นหนึ่งในการแสดงจุดยืนในฐานะคนอีสานคนหนึ่ง อย่างไรก็ดี อยากเชิญชวนประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ออกมาใช้สิทธิ์ของตนเอง ทั้งการเลือก สส. และ ลงประชามติ ถ้าอยากให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงเราต้องออกมาใช้สิทธิ์ เพราะ 1 เสียงของเรามีค่า มาใช้ให้คุ้มค่า
สำหรับสถานที่ออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด ศาลาประชาคม จังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่ได้จัดสถานที่สำหรับออกเสียงประชามติเป็น 14 ชุด ครบทั้ง 77 จังหวัด มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์นอกเขต จำนวน 11,348 คน จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนลงประชามตินอกเขต มากที่สุดคือ จ.อุดรธานี จำนวน 767 คน น้อยที่สุด คือ จ.สมุทรสงคราม จำนวน 4 คน ขณะที่จังหวัดขอนแก่น พบว่า มีเพียง 44 คน และยังคงมีประชาชนเดินทางออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างต่อเนื่อง