นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการบริหารพรรค แถลงข่าวภายหลังปิดหีบและทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรคประชาชนมาเป็นพรรคอันดับสอง ว่า ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ อย่างแรกต้องขอขอบคุณประชาชนคนไทยที่ออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียง และออกเสียงประชามติ
แม้การเลือกตั้งอาจจะยังไม่ 100% และยังไม่เป็นข้อสรุปอย่างเป็นทางการ
แต่อย่างไรก็แล้วแต่ต้องแสดงความยินดีที่การทำประชามติมีแนวโน้มสูงมากที่จะผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่กว่า 60 เปอร์เซ็นต์
“สำหรับผลการเลือกตั้งของพรรคประชาชนเอง เราก็ยอมรับ ดูจากคะแนน ณ ตอนนี้ เราอาจจะไม่ใช่พรรคอันดับ 1 เพราะฉะนั้นก็เป็นไปตามที่ตัวผมเองและแกนนำของพรรคทุกคน ได้เคยแสดงจุดยืนและแสดงความคิดเห็นไว้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่าเราต้องเคารพในหลักการของกระบวนการเมืองในระบบรัฐสภา คือให้พรรคการเมืองอันดับ 1 ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน” นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจให้พ่อแม่พี่น้องทุกคน เชื่อว่าการเลือกตั้งทุกครั้งคือการหาทางออกให้กับประเทศ ตราบใดที่ทุกคนยังเชื่อในพลังของตัวเอง ยังออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียง มีส่วนร่วมกับการเมืองเยอะ ๆ ประเทศไทยมีทางออก ขณะเดียวกันตนพร้อมทีมผู้บริหารและ สส. ทุกคน พร้อมที่จะเดินหน้าต่อเพื่อทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องทุกคน
เมื่อถามว่าที่ยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้าน ยังรอโอกาสร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ อย่างไรก็ต้องทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว เพราะเคยประกาศไปแล้วว่าไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตของพรรคภูมิใจไทยได้ ตอนนี้เราไม่ใช่พรรคอันดับ 1 กระบวนการคือ ต้องให้พรรคอันดับ 1 ได้ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลก่อน
เมื่อถามว่ามีโอกาสจะจับกับอันดับ 2 และ 3 ตั้งรัฐบาลแข่งหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า คงไม่เป็นการตั้งรัฐบาลแข่ง เพราะเราเคารพในหลักการที่พรรคอันดับ 1 ต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน พรรคประชาชนคงไม่ไปตั้งแข่ง ให้สิทธิ์เขาเต็มที่ในการตั้งรัฐบาลก่อน
เมื่อถามว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนอะไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นการสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอยู่แล้วในทุกการเลือกตั้ง ตนยังมีความปรารถนาที่อยากเห็นจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากกว่าเดิม และไม่น้อยลงกว่าเดิม นั่นจะเป็นการสะท้อนเสียงของประชาชนที่ดีที่สุด
ทุกการเลือกตั้งเป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชน ตนไม่อยากวิเคราะห์การเมืองในวันนี้ เรายอมรับในผลการเลือกตั้งที่ออกมา ตราบใดที่ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียง เราเคารพเสียงของประชาชนมากที่สุด
เมื่อถามว่าเป็นเพราะพรรคประชาชนไปโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน พรรคประชาชนเอง แม้เหตุผลเบื้องหลังที่แต่ละคนออกไปใช้สิทธิ์จะเป็นอย่างไร เราพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป
ทำในแบบที่พวกเราเชื่อ คือการสถาปนาการเมืองของประชาชนขึ้นมาใหม่ เดินหน้าผลักดันนโยบายที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ส่วนจะมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ ไม่สามารถไปตอบแทนประชาชนทุกคนได้ สำหรับผลการเลือกตั้งที่ออกมา เราน้อมรับทุกเหตุผลเบื้องหลัง และพร้อมเดินหน้าทำงานต่อเพื่อดึงความเชื่อมั่นของพ่อแม่พี่น้องประชาชนกลับมา
เมื่อถามว่ามีการติดต่อทาบทามจากพรรคใดแล้วหรือไม่ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการทาบทามจากพรรคการเมืองใด กระบวนการทาบทามต้องเป็นสิทธิ์ของพรรคอันดับ 1 ก่อน ดูจากผลการเลือกตั้งล่าสุด เราประเมินว่าไม่สามารถชนะการเลือกตั้งได้ ยืนยันคำพูดเดิมว่าเราเคารพระบบการเมืองในระบบรัฐสภา และยังไม่มีการทาบทามกับพรรคการเมืองใด ๆ
“ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายทาบทามมาก่อน ผมคิดว่าได้ตอบไปชัดเจนแล้วว่า เราไม่สามารถไปร่วมรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน เพราะเราไม่สามารถยกมือโหวตแคนดิเดตพรรคภูมิใจไทยให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ยืนยันว่าไม่มีการทาบทามใด ๆ ทั้งสิ้น” นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่าต้องประเมินพลังของบ้านใหญ่อีกรอบหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการประเมินอยู่ตลอด และพร้อมทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งหน้าได้รับความไว้วางใจมากกว่านี้
เมื่อถามว่ามีรายงานข้อสงสัยหรือข้อพิรุธในการนับคะแนนในพื้นที่ต่าง ๆ หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้รับมาหลายเรื่อง แต่ไม่อยากนำมาเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไม่น้อมรับเสียงของประชาชน กรณีที่พบเป็นจุด ๆ ก็ให้เป็นรายกรณีไป ทีมงานพรรคได้ร้องเรียนและประสานงานไปยัง กกต. อย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังผลประชามติออกมาชัดเจนว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบ และพรรคประชาชนต้องการแก้รัฐธรรมนูญ เหตุใดจึงไม่ตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ ยืนยันหลักการเดิมว่าให้พรรคอันดับ 1 ตั้งรัฐบาลก่อน และเราไม่สามารถร่วมรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าหนทางการแก้รัฐธรรมนูญจะห่างไกลขึ้นหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องสมาชิกรัฐสภาในอนาคตทุกคน เมื่อเสียงประชามติออกมาแล้วว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ขอให้เดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนให้มากที่สุด การผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้อาศัยเพียงเสียงข้างมากในสภาล่าง แต่ต้องอาศัยเสียงของสมาชิกวุฒิสภาด้วย
เมื่อถามถึงท่าทีของสภาบน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ระหว่างการเลือกตั้งที่ผ่านมา แคนดิเดตของพรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายอนุทิน เคยแสดงความเห็นสนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ต้องติดตามหลังตั้งรัฐบาลแล้ว ว่า สส. ในรัฐบาลชุดใหม่จะลงมติอย่างไร
เมื่อถามว่ากระแสวาทกรรมด้อยค่าทหารส่งผลให้ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่อยากหยิบยกประเด็นใดประเด็นหนึ่งมาเป็นข้ออ้าง ทุกปัจจัยมีผลแตกต่างกันไป และน้อมรับผลการเลือกตั้งในภาพรวม
เมื่อถามว่ายังเชื่อว่าพรรคประชาชนจะแลนด์สไลด์ในกรุงเทพฯ หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากผลคะแนนขณะนี้ยังเชื่อมั่นว่า กทม. ทั้ง 33 เขต น่าจะเป็นของพรรคประชาชน แต่ขอติดตามจนถึงวินาทีสุดท้าย
เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากถึงพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากฝากถึงทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะเรื่องที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน เช่น การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และนโยบายต่าง ๆ ขอให้รักษาสัญญาที่ให้ไว้
ส่วนจะฝากถึงโหวตเตอร์หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า
“อยากให้ประชาชนทุกคนยังมีความหวังกับการเมือง โดยเฉพาะโหวตเตอร์ของพรรคประชาชน อย่าเพิ่งหยุดเชื่อ หยุดหวัง การเดินทางตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เราสร้างการเปลี่ยนแปลงมาได้ไกลมากแล้ว”
กฎหมายก้าวหน้า เช่น สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า และกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ล้วนเป็นผลงานที่ผลักดันผ่านสภามาด้วยกัน และเป็นประโยชน์ต่อคนไทยทุกคน
นายณัฐพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากสื่อสารถึงประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเคยเป็นโหวตเตอร์ของพรรคประชาชน หรือพรรคในอดีตตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล ทุกการเลือกตั้งขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ของตนเอง มีส่วนร่วมกับการเมือง และตรวจสอบนักการเมืองอย่างสม่ำเสมอ ดูว่ารัฐบาลทำตามคำมั่นสัญญาหรือไม่ ผู้ตัดสินนักการเมืองมีเพียงหนึ่งเดียว คือประชาชน
ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า พรรคการเมืองใดที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลก็จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกัน การทำงานตรวจสอบเป็นไปตามกลไกของรัฐสภา จึงไม่น่ามีอุปสรรค
เมื่อถามว่ายังเชื่อในแนวทางการเมืองของพรรคหรือไม่ เช่น นโยบายจำนวนมาก ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยชนะด้วยนโยบายจำนวนน้อย นายณัฐพงษ์ ชี้แจงว่า พรรคภูมิใจไทยยื่นนโยบายต่อ กกต. เพียง 8 นโยบาย ส่วนการทำงานในพื้นที่ พรรคประชาชนให้ความสำคัญมาโดยตลอด และจะพัฒนาให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าการทำงานในพื้นที่อย่างจริงจังจะนำไปสู่ชัยชนะในอนาคต
ในช่วงท้าย นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ใช่การยอมรับความพ่ายแพ้ แต่เป็นการยอมรับผลการเลือกตั้งที่พรรคประชาชนไม่ได้มาเป็นอันดับ 1
ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวเกี่ยวกับจุดยืนของพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงมาพบปะมวลชนที่มารอให้กำลังใจบริเวณด้านหน้าที่ทำการพรรค โดยมีผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งเดินทางมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก
นายณัฐพงษ์ ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจ พร้อมระบุว่า การรวมตัวในครั้งนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการสั่งการหรือการนัดหมายจากผู้ใด แต่เป็นการมารวมตัวกันด้วยความเชื่อเดียวกัน โดยย้ำว่า ทุกการเลือกตั้งคือความหวัง และเป็นทางออกของประเทศ พร้อมระบุว่าประชาชนที่มารวมตัวกันในวันนี้ต่างมีความเชื่อร่วมกันว่า พรรคประชาชนเป็นความหวังของประชาชนเช่นเดียวกัน
หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา พรรคและผู้สนับสนุนได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก และสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ในหลายด้าน รวมถึงผลักดันการทำงานทางการเมืองจนเกิดความสำเร็จร่วมกันในหลายเรื่อง แม้ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้จะทำให้พรรคยังไม่สามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ ได้ให้กำลังใจผู้สนับสนุน โดยขอให้ทุกคนเดินหน้าต่อไป อย่าท้อถอย และอย่าสิ้นหวัง พร้อมย้ำว่าตราบใดที่ทุกคนยังยืนหยัดอยู่ร่วมกัน การเมืองของประชาชนยังคงมีความหมาย และพรรคประชาชนจะยังคงเป็นของประชาชนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงที่นายณัฐพงษ์ ออกไปทักทายและขอบคุณพี่น้องประชาชน มีน้อง ๆ หลายคนร้องไห้ด้วยความเสียใจที่พรรคประชาชนไม่ได้รับคะแนนเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง และบอกกับนายณัฐพงษ์ว่า อย่าลาออกจากหัวหน้าพรรค อยากให้สู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ