ตลอดคืนที่ผ่านมา คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง 161 หน่วยของเขต 1 จังหวัดเชียงใหม่ ต่างนำหีบบัตรเลือกตั้งพร้อมอุปกรณ์ในการเลือกตั้ง และผลคะแนนอย่างเป็นทางการ มาส่งคืนที่ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ด้วยความเรียบร้อย รวมถึงเขตอื่นๆ ทั้ง 10 เขต เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบความถูกต้องของยอดบัตรกับจำนวนผู้ใช้สิทธิและผลคะแนนอย่างครบถ้วน ขณะนี้คงเหลือเพียงบางหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ห่างไกล ประมาณ ร้อยละ 6 จาก 2,789 หน่วยเลือกตั้ง
จากผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการทั้ง 10 เขต ปรากฏภาพการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ เมื่อพรรคเพื่อไทยไม่สามารถรักษาเก้าอี้ในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นฐานสำคัญไว้ได้แม้แต่เขตเดียว โดยพรรคประชาชนแม้จะสูญเสียเก้าอี้ สส. จากครั้งก่อนได้ 7 ที่ แต่ยังสามารถครองเสียงส่วนใหญ่ในพื้นที่เขตเมืองและอำเภอโดยรอบได้ถึง 6 ที่นั่ง
ประกอบด้วย เขต 1 เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เขต 2 การณิก จันทดา เขต 3 ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เขต 4 พุธิตา ชัยอนันต์ และเขต 8 ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ยังคงรักษาแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ขณะที่เขต 5 สมคิด กันระยา จากพรรคประชาชน สามารถแก้มือคว้าชัยได้ในครั้งนี้
ทางด้านพรรคกล้าธรรมกลายเป็นขุมกำลังใหม่คว้าไปได้ 4 ที่นั่ง โดยเขต 6 สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ และเขต 7 การุณย์ คูเจริญชัยกุล สามารถแย่งชิงพื้นที่เดิมจากพรรคประชาชนมาได้ ส่วนเขต 9 เป็นของ นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม และเขต 10 นรพล ตันติมนตรี อดีตสส.พรรคพลังประชารัฐที่ย้ายมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมก็ยังคงรักษาฐานเสียงเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
สำหรับสถิติการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 949,962 คน คิดเป็นร้อยละ 70.46 จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 1,348,261 คน โดยพบบัตรเสียรวม 43,911 ใบ ขณะที่ผลการลงประชามติพบว่าชาวเชียงใหม่ตื่นตัวอย่างมาก มีผู้มาใช้สิทธิถึง 978,769 คน หรือร้อยละ 72.59 ซึ่งเสียงส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 72 เห็นชอบให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมืองไทยตามเจตนารมณ์ของประชาชนในพื้นที่
ภาพรวมการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนชัดถึงความนิยมที่เปลี่ยนไปตามภูมิศาสตร์พื้นที่ ระหว่างกลุ่มคนเมืองที่เทคะแนนให้พรรคประชาชน และพื้นที่ชายแดนที่พรรคกล้าธรรมสามารถเข้าถึงฐานเสียงได้สำเร็จ