“เฟิร์น” ควงทนายบุก กกต.ชลบุรี ขอเอกสารสำคัญเพื่อเอาผิด กกต.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เลือกตั้ง 2569 : “เฟิร์น” ควงทนายบุก กกต.ชลบุรี ขอเอกสารสำคัญเพื่อเอาผิด กกต. หลังพบพิรุธเลือกตั้งชลบุรี ยันไม่ได้เลี่ยงสืบสวน

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นางสาวคุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางพา นางสาวกนกวัลย์ หรือ เฟิร์น หนึ่งในตัวแทนภาคประชาชนมายื่นเรื่องของเอกสารจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชลบุรี เพื่อขอเอกสารใบคะแนน สส. 5/18 

นางสาวคุ้มเกล้า เผยว่า นางสาวกนกวัลย์ ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน จ.ชลบุรี เขต 1 ที่ได้แสดงออกในฐานะพลเมืองในการเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง รวมถึงเป็นตัวแทนของผู้ต้องหา ที่ถูก กกต. และประชาชนบางส่วนไปแจ้งความดำเนินคดี  

เลือกตั้ง 2569 ช่างภาพพีพีทีวี
“เฟิร์น” ควงทนายบุก กกต.ชลบุรี ขอเอกสารสำคัญเพื่อเอาผิด กกต.

โดยวันนี้เดินทางมาขอแบบรายงานผลการเลือกตั้ง ของ จ.ชลบุรี เขต 1 รวมถึง สส.5/18 แบบขีดคะแนนรวมทั้งหมด เพื่อใช้ประกอบเป็นพยานหลักฐาน ในการแจ้งความดำเนินคดีกับทาง กกต. และพยานหลักฐานที่จะใช้ต่อสู้ปกป้องสิทธิของตัวเอง ที่ถูกเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดี

นางสาวคุ้มเกล้า กล่าวต่อว่า ผลการนับคะแนนครั้งนี้ เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องเผยแพร่อยู่แล้ว ผ่านทางเว็บไซต์ และปัจจุบันพบว่ายังไม่มีการอัปโหลดขึ้นระบบ จึงเป็นที่มาของการมายื่นในครั้งนี้เพื่อให้ กกต.ทำหน้าที่ของตัวเอง

นางสาวกนกวัลย์ เปิดเผยถึงความรู้สึกที่ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี ทั้งๆ ที่เป็นประชาชนคนหนึ่งที่เรียกร้องสิทธิว่า ตนไม่ได้กังวลใจอะไร เพราะมีทีมคอยดูแล ในส่วนของข้อกล่าวหาตนมองว่ามันไม่ได้มีข้อเท็จจริง และในการแจ้งข้อกล่าวหาต่างๆ ก็ไม่มีการยื่นพยานหลักฐาน จากนี้จะต่อสู้ด้วยเท็จจริงและตามกฎหมายหมายต่อไป 

ส่วนในเรื่องของกล้องวงจรปิด ที่พบว่าข้อมูลหายไปวันสำคัญนั้น นางสาวกนกวัลย์ กล่าวว่า แน่นอนว่ามันมีข้อสังเกตอยู่แล้ว จึงตั้งข้อสังเกตว่าทำไมหายไปแค่วันเดียวคือวันที่ 8 ก.พ. 2569 แต่วันก่อนหน้า และหลังจากนั้นยังอยู่ครบข้อมูลยังอยู่ครบ ทำไมถึงหายในวันสำคัญที่มาใช้สถานที่

นางสาวกนกวัลย์ เปิดเผยต่อว่า เบื้องต้นข้อกล่าวหามีการกล่าวว่าตนขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ และไปยุ่งเกี่ยวกับเอกสาร ส่งผลให้เอกสารเสียหาย ซึ่งถ้าหากมีกล้องในวันที่ 8 ก.พ. 2569 จะทำให้เห็นชัดเจนว่า มันมีเอกสารอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว และยืนยันว่าตนไม่ได้ไปแตะต้องกับเอกสาร แต่มันอยู่ตรงนั้นอยู่แล้วในกองขยะ หรือกองเอกสารที่ กกต.แถลง หากมีกล้องจะมีการยืนยันความบริสุทธิ์ และข้อเท็จจริงของตนได้ดี

ขณะที่กองเอกสารดังกล่าวประชาชนมาพบเห็น ไม่ใช่ตัวของตน เพราะในเหตุการณ์มีประชาชนหลายคน และจริงๆ เอกสารไม่ได้เจอแค่จุดเดียว เพราะเจอหลายจุด ซึ่งยืนยันว่าตนไม่ได้หยิบหลักฐานมา และถึงแม้ว่าการที่ประชาชนไปหยิบเอกสารขึ้นมาโชว์ ก็ไม่ได้เป็นการไปหยิบจากหีบมาอยู่ดี ทั้งที่เอกสารชุดนี้ควรจะอยู่ในหีบ

เมื่อถามว่าหากภาพในกล้องวงจรปิด ไม่สามารถกู้ได้จะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป นางสาวกนกวัลย์ กล่าวว่า ตอนนี้แค่มีข่าวออกไปว่าไฟล์กล้องวงจรปิดหายไป ก็ทำให้เห็นนัย ว่ามีการกระทำบางอย่างที่ทำให้ไฟล์กล้องวงจรปิดหายไป รวมถึงเป็นข้อพิรุธอย่างหนึ่งที่ทำให้ประชาชนตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมถึงหายไปเฉพาะวันนั้น อีกทั้งยังเป็นหลักฐาน ที่ดีในการใช้ต่อสู้ของตัวเองนอกเหนือจากคลิปไลฟ์สด เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ของทางราชการติดตั้งไว้จริงๆ ไม่ใช่ภาคประชาชนเป็นคนติดตั้ง จึงคาดหวังว่า กกต.ไม่ปัดจบหลักฐานชิ้นนี้ เหมือนการแถลงข่าวครั้งล่าสุด

นางสาวคุ้มเกล้า กล่าวเสริมว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะไม่ถูกดัดแปลงหรือตัดต่อ จึงทำให้มีน้ำหนักความน่าเชื่อถือสูง มากกว่าพยานบุคคล ซึ่งภาพวันที่ 9 ก.พ.2569 เป็นภาพที่สำคัญเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของ นางสาวกนกวัลย์ รวมถึงคนอื่นๆ ว่าไม่ได้มีการไปขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ และยังได้เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ กกต.อีกด้วย 

ส่วนเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 ที่ทางทีมทนายไปยื่นหนังสือแสดงเจตจำนง และแจ้งความ ในส่วนนั้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้ด้วยว่า ขอให้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน อาทิ ภาพจากกล้องวงจรปิดในสนามแบดมินตันทั้งหมด ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือเซิร์ฟเวอร์และฮาร์ดดิสก์ หากพบว่าหายยังไงก็ต้องทำหน้าที่ดึงมาทั้งหมดเพื่อนำมาตรวจสอบ และแสวงหาข้อเท็จจริงว่าทำไมวงจรปิด วันที่ 9 ก.พ.2569 หายไป จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานไม่ใช่แค่เพื่อพิสูจน์ความผิดของประชาชนอย่างเดียว

นางสาวกนกวัลย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า เขาไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการดูกล้องวงจรปิด จึงไม่สามารถให้คำตอบได้ชัดเจนว่า เหตุใดทำไมภาพวันที่ 9 ก.พ.2569 หายไป ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการนำช่างเทคนิคของทั้งสองฝ่าย เข้ามาตรวจสอบ ว่าภาพหายไปจากสาเหตุอะไร

อย่างไรก็ตามตนขอแก้ข่าว ที่อาจจะมีข่าวออกไปว่าที่ตนเดินทางไปที่ สภ. เมืองชลบุรี ที่บอกว่าเราไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่สอบสวน ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่แบบนั้น เรายินดีให้สอบสวนแต่เวลาในขณะนั้นมันน้อย ทางด้านของทนายเลยให้คำปรึกษาว่าขอเราแจ้งดำเนินคดีกับในส่วนของการแจ้งความเท็จก่อน และทางผู้ถูกกล่าวหาจะนัดวันที่สะดวกมาให้ปากคำอีกครั้ง

นางสาวกนกวัลย์ ชี้แจงถึงกรณีการดำเนินการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับความผิดปกติที่เกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยระบุว่า ยืนยันให้ความร่วมมือ แต่ต้องรักษาสิทธิ

นางสาวกนกวัลย์ ระบุต่อว่า สาเหตุที่ไม่ได้เข้าให้ข้อมูลในทันทีในช่วงแรก เนื่องจากต้องการไปดำเนินการแจ้งความกลับ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน และได้แจ้งเจตจำนงไว้แล้วว่าจะกลับมาให้ข้อมูลอย่างแน่นอน ตนยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่ให้ความร่วมมือ หรือขัดขวางกระบวนการสืบสวนสอบสวนแต่อย่างใด

สำหรับการเข้าชี้แจงต่อ กกต.ประตำจังหวัดชลบุรี นางสาวกนกวัลย์ได้นำหลักฐานที่รวบรวมจากภาคประชาชนมายื่นประกอบ รวมคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่เขตอ่างศิลา โดยระบุว่าเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงนับคะแนนต่อไป จนประชาชนในพื้นที่ต้องนำรถยนต์มาจอดเปิดไฟฉาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้

ทั้งนี้ นางสาวกนกวัลย์ ยังได้แย้งข้อมูลที่เจ้าหน้าที่กล่าวอ้างว่า ตนส่งคลิปไฟดับจากนนทบุรี โดยยืนยันว่าตนส่งเพียงคลิปที่อ่างศิลาเท่านั้น และข้อมูลที่เจ้าหน้าที่พูดมีความขัดแย้งกับสิ่งที่ยื่นไป

นางสาวกนกวัลย์เล่าต่อว่า ในระหว่างที่รอการดำเนินเอกสารเพื่อขอตรวจสอบหีบบัตร ตนและประชาชนได้พบความผิดปกติซึ่งหน้า เช่น สายรัด (Cable tie) ไม่ได้ถูกรัดไว้

เมื่อสอบถามไปยังผู้ใหญ่ในพื้นที่ซึ่งขณะนั้น อยู่รวม 3 คน กลับได้รับคำตอบเพียงว่าเทปกาวหมด หรือสายรัดหมด โดยไม่มีคำชี้แจงอื่นเพิ่มเติม ที่สามารถสร้างความกระจ่างให้กับประชาชนที่ตั้งข้อสงสัยได้

อย่างไรก็ตามข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ ที่นำมามอบให้ กกต. นั้น เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนช่วยกันรวบรวมมาให้ ทั้งในรูปแบบภาพถ่ายและวิดีโอ แม้บางจุดจะไม่ได้ระบุเขตหรือหน่วยที่ชัดเจน แต่ตนก็ได้แจ้งเหตุการณ์ตามข้อเท็จจริง ที่ได้รับมาทั้งหมด เพื่อขอให้มีการตรวจสอบความโปร่งใส

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ