14 ก.พ. 69 เวลา 19.00 น. ที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ตำบลท่าหิน อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569 โดยมี นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย และคณะ ภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงประชาชน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก
โดยในวันนี้ นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงบริเวณพระปรางค์สามยอดในเวลา 18.17 น. แต่งกายสวมชุดผ้าไทยย้อนยุค เสื้อผ้าไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ โจงกระเบนไหมมัดหมี่สีพื้น ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี สวมโจงกระเบนไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ ร่วมชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่อลังการ
จากนั้น เข้าสักการะเจ้าพ่อพระกาฬที่ศาลพระกาฬ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ซึ่งตลอดทั้งบริเวณงานผู้คนล้วนสวมใส่ชุดไทยย้อนยุค อันเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ "สวมชุดผ้าไทยและชุดไทยย้อนยุคทั้งเมืองของจังหวัดลพบุรี" ที่ได้สืบทอดมาอย่างยาวนาน
โดยในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมของทุกปี ข้าราชการตลอดจนนักเรียน นักศึกษา และประชาชน จะพร้อมใจกันสวมชุดผ้าไทยและชุดไทยย้อนยุคปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน เป็นการร่วมรำลึก "ละโว้ธานี" ราชธานีอันรุ่งเรืองและเกรียงไกรในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งาน "แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช" ถือเป็นงานประจำปีสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นโอกาสให้เราได้รำลึกถึงบุญคุณแห่งบูรพกษัตริย์ ความรักชาติ รักแผ่นดิน ที่ทำให้เรารักษาดินแดนมาได้ จนถึงทุกวันนี้
ซึ่งตัวผมเองให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง กับคำว่า "บ้านเกิดเมืองนอน" เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าเรามีความภูมิใจในอัตลักษณ์ของบ้านเกิด เราก็จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาความภาคภูมิใจนั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกที่มาเยือน การช่วยกันพัฒนา สร้างความเจริญในทุกมิติ รวมถึงการรักษามรดกทางวัฒนธรรมไว้ให้ลูกหลาน
"ลพบุรี" เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งนับเป็นยุคทองแห่งการพัฒนา ทำให้ลพบุรีเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรือง และเป็นที่รู้จักในหมู่นานาอารยประเทศ
"ดังนั้น การจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแล้ว ยังเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมทั้งทรงพัฒนาให้เป็นอาชีพที่มั่นคงแก่ประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตผ้ามัดหมี่ และงานศิลปาชีพแขนงต่าง ๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดลพบุรี" นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ พี่น้องชาวลพบุรี ได้พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยอันเป็นภาพที่งดงาม และน่าประทับใจ สะท้อนถึงความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น
ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนในจังหวัดลพบุรี ที่ได้ร่วมกันจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ และเป็นที่ภาคภูมิใจของพี่น้องชาวลพบุรี ทั้งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดลพบุรี เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับจังหวัดอื่น ๆ ในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวต่อไป
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า จังหวัดลพบุรีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ทรงมีต่อแผ่นดินไทยและเมืองลพบุรี และตระหนักถึงความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า จึงได้ริเริ่มจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2522 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงโปรดให้สร้างเมืองลพบุรีเป็นราชธานีแห่งที่ 2 ทำให้เมืองลพบุรีกลายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีความสุข เป็นยุคทองภายใต้พระบารมี
กอปรกับเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ทรงอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่และต่อยอดสร้างมูลค่าและรายได้ให้แก่ พี่น้องประชาชนชาวไทย
"การจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรี โดยจำลองบรรยากาศย้อนกลับไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการประดับตกแต่งโบราณสถานสำคัญในจังหวัดลพบุรี ทั้งในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ และภายในบริเวณเมืองเก่า จะมีการรำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และกิจกรรมสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดลพบุรีและสร้างความประทับใจให้ผู้มาเที่ยวชมงาน คือ การที่ชาวลพบุรีพร้อมใจกัน ‘แต่งไทยทั้งเมือง’ อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดลพบุรี" ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าว
สำหรับบรรยากาศ เมื่อนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางถึงบริเวณศาลพระกาฬ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ได้ร่วมรับชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แล้วขึ้นรถรางไปเยี่ยมชมการประดับตกแต่งสวนดอกไม้สวยงาม บริเวณสวนราชานุสรณ์
จากนั้น เดินเท้าต่อไปยังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ นำผู้ร่วมงานถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ "พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสร้างเมือง และพระบรมราชชนนีผู้ทรงรักษาศิลป์" บริเวณด้านข้างตึกเขียว พระนารายณ์ราชนิเวศน์
แล้วร่วมรับฟังการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ "ชะตาชีวิต" โดย นักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย และเดินเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท เพื่อสักการะองค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช ณ หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ
จากนั้นในเวลาประมาณ 19.00 น. นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินเข้าสู่บริเวณเวทีกลาง ร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมชมการแสดงชุด "น้อมอาลัยพระพันปี เทิดบารมีองค์นารายณ์ ราษฎร์รวมใจ รักชาติรักแผ่นดิน" โดยนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
แล้วจึงรับฟังคำกล่าวรายงานการจัดงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และเป็นประธานในการประกอบพิธีเปิดงาน โดยกิมมิคของการทำพิธีเปิด นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคู่สมรส ทำการแตะประตูเพื่อเปิดประตูสู่แผ่นดินทอง โดยภายหลังพิธีเปิด ได้เยี่ยมชมบริเวณงานและบริเวณเทวสถานปรางค์แขกอีกด้วย
ทั้งนี้ นายกฯ ร่วมร้องเพลง บ้านเกิดเมืองนอน ไปพร้อมกับนักแสดง ในช่วงการแสดงพิธีเปิด โดยระหว่างการเดินอยู่นั้นผู้สื่อข่าวได้ถามถึงการรวมเสียงการจัดตั้งรัฐบาลเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวสั้น ๆ เพียงว่า มางานบุญงานจังหวัด