นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อเรียกร้องให้วุฒิสภาดำเนินการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเป็นโมฆะ เนื่องจากพบความผิดปกติที่ส่อไปในทางไม่สุจริต
นายภัทรพงศ์ เปิดเผยว่า ตนมีข้อกังขาต่อการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
และถูกตั้งข้อสังเกตจากภาคประชาชนว่ามีการทุจริตที่รุนแรงยิ่งกว่าการเลือกตั้งในปี 2500 เสียอีก โดยเฉพาะประเด็น “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” ที่ส่อว่าการลงคะแนนจะไม่เป็นความลับตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
“วันนี้ผมหวังเห็น สว. ฝ่ายอิสระ รวมเสียงให้ได้ 20 คน เพื่อใช้ช่องทางที่รวดเร็วที่สุด ในการส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ หากไม่สกัดกั้นตอนนี้ เราอาจจะได้ สส. ที่มีที่มาไม่ต่างจาก สว. เสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ” นายภัทรพงศ์ กล่าว
ด้าน น.ส.นันทนา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่า “สกปรกและเละเทะที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย” นับแต่ปี 2500 ทั้งการจัดการที่ไม่เป็นระบบ ปัญหาบัตรเขย่ง และการนับคะแนนที่ใช้เวลานานผิดปกติ จนยอดผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับคะแนนที่ได้รับ ซึ่งส่อแววว่าจะมีการ “เติมบัตร” นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงความเหมาะสมที่พรรคการเมืองอันดับ 1 เร่งรีบจัดตั้งรัฐบาล ทั้งที่ กกต. ยังไม่ประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ และยังมีคดีร้องเรียนค้างอยู่อีกกว่า 5,000 คดี
“พรรคที่ได้อันดับหนึ่ง เดินหน้าตั้งรัฐบาล ถือเป็นการชิงความได้เปรียบ ประชาชนยังมีข้อสงสัยแต่กลับเร่งรีบกระทำ จนทำให้คิดได้ว่าเป็นกระบวนการสมคบคิดกันหรือไม่ อยากได้คำตอบชัดๆ จาก กกต. และแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในเรื่องนี้” น.ส.นันทนา ระบุ
น.ส.นันทนา ยังระบุต่อว่า ความร้ายแรงของระบบบาร์โค้ดว่า หาก กกต. ต้องการตรวจสอบบัตรปลอม ควรทำบาร์โค้ด 1 ชุดต่อ 1 เล่ม (20 ใบ) แต่การทำแบบ 1 ต่อ 1 จะทำให้ทราบทันทีว่าใครเลือกใคร ซึ่งขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญและปฏิญญาสิทธิมนุษยชนสากล
“ตราบใดที่บาร์โค้ดยังอยู่บนบัตร เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ข้อมูลจะไม่รั่วไหล หากมีใครสแกนแล้วตามไปเคาะประตูบ้านว่ารู้ชนะว่าคุณเลือกใคร เจตจำนงของประชาชนจะถูกทำลายทันที บัตรเลือกตั้งชุดนี้ต้องเป็นโมฆะและควรทำลายไม่ให้เหลือซาก”
ในช่วงท้าย น.ส.นันทนา และคณะ ได้ร่วมกันชู 2 นิ้ว แสดงสัญลักษณ์ “วิกตอรี” พร้อมประกาศว่า “สู้อีกสักตั้ง” โดยยืนยันว่าจะเร่งรวบรวมรายชื่อ สว. ให้ครบ 20 คน เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด แม้ว่า กกต. จะชิงรับรองผลไปก่อนก็ตาม เพราะหากศาลวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเลือกตั้งทั้งหมดก็ต้องเป็นโมฆะอยู่ดี