ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ปรากฏภาพ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม นั่งสนทนาข้าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วยท่าทีเคร่งเครียด โดยระบุว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนางนฤมล เนื่องจากเมื่อคืนมีภารกิจงานและกลับถึงบ้านดึก จึงไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันเลย
ส่วนกรณีที่เดิมมีวาระกำหนดการเดินทางไปจังหวัดสงขลาด้วยกัน แต่ภายหลังไม่ได้เดินทางไปนั้น ร้อยเอกธรรมนัสชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นการยกเลิกกระทันหัน แต่ได้ยกเลิกไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากตนเองติดภารกิจงาน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้มีสัญญาณของการหารือหรือความเคลื่อนไหวทางการเมืองใดหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสยืนยันว่า ยังคงยืนยันคำพูดเช่นเดียวกับเมื่อวานว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงกรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ออกแถลงการณ์ ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น
ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวต่อว่า สำหรับพรรคกล้าธรรมในวันพรุ่งนี้ จะมีการประชุมว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่ตนเองจะเดินทางไปยุโรปในคืนวันเดียวกัน โดยขณะนี้สมองคิดถึงแต่แสงสีเขียว ยังไม่ได้คิดเรื่องการเมืองใด ๆ
สำหรับกระแสข่าวว่าพรรคกล้าธรรมอาจไม่ได้ร่วมรัฐบาลนั้น ร้อยเอกธรรมนัสชี้แจงว่า ข่าวทั้งหมดมาจากพี่น้องสื่อมวลชน ซึ่งตนเองไม่ทราบว่าได้ข้อมูลมาจากแหล่งข่าวใด โดยย้ำว่า ในการร่วมรัฐบาลครั้งก่อน ตนเองก็ไม่ได้เป็นผู้ไปพูดคุยเจรจา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนางนฤมล และนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายไผ่ ลิกค์ และนายไชยชนก ในฐานะเลขาธิการพรรคทั้งสอง เคยมีการพูดคุยกันในเบื้องต้นว่า ได้มีการหารือถึงเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า หากสังเกตจะเห็นว่าตนเองไม่ค่อยออกหน้าในงานลักษณะนี้ หากมีเรื่องใดจะพูดคุยกันก็เป็นเรื่องหลังไมค์ ขณะที่สิ่งที่เห็นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเพียงการพูดคุยในลักษณะหน้างาน ส่วนหลังไมค์นั้น ตนเองเชื่อว่ายังไม่มีการพูดคุยกันในเชิงลึกมากกว่านั้น
ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวเพิ่มเติมว่า หากสมมุติตนเองเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะไม่พูดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลในช่วงเวลานี้ เนื่องจากยังเร็วเกินไป เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบชัดเจนว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะมีใครบ้างที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะรับรอง โดยเฉพาะ สส. แบบบัญชีรายชื่อที่ยังไม่นิ่ง ดังนั้นรัฐบาลควรนิ่งก่อน เพราะหากพูดกันมากในช่วงนี้ จะทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจ ทั้งที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง และตัวเลข GDP ที่เป็นเพียงภาพลวงตา ไม่สะท้อนความเป็นจริงของสังคมว่าพี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อน
ส่วนภาพที่ออกมาว่าพรรคกล้าธรรมดูเหมือนจะเป็นพันธมิตรกับพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว ควรจะเป็นพรรคแรกที่ถูกเชิญไปร่วมรัฐบาล แต่กลับเป็นพรรคเพื่อไทยนั้น จะสะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เอาพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ตนเองกับพรรคภูมิใจไทยเจอกันทุกวันอังคารอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไปนั่งคุยกันในลักษณะนั้นต่อหน้าสื่อ
สำหรับภาพข่าวที่พรรคภูมิใจไทยไปจับมือแถลงข่าวร่วมกับพรรคอื่น ร้อยเอกธรรมนัสยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมไม่เคยทำแบบนั้น
เมื่อถูกถามย้ำว่าพรรคกล้าธรรมจะรอให้อีกฝ่ายเป็นผู้เริ่มเจรจาก่อนใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ขณะนี้พรรคที่อยู่ในรัฐบาลมีเพียงพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม ส่วนพรรคอื่นไม่ได้อยู่ในรัฐบาล นี่คือข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุด พร้อมขอให้พี่น้องสื่อมวลชนให้ความสนใจกับปัญหาการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะบทบาทของ กกต. ในการแก้ไขปัญหาบัตรเขย่ง ปัญหาบาร์โค้ด ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจมากกว่าการจัดตั้งรัฐบาล เพราะไม่ว่ารัฐบาลจะตั้งช้าหรือเร็ว ขณะนี้ก็ยังมีรัฐบาลที่ทำหน้าที่บริหารประเทศอยู่
ส่วนกรณีการเดินทางไปต่างประเทศ ร้อยเอกธรรมนัสชี้แจงว่า เป็นแผนที่วางไว้ล่วงหน้ามาเป็นปีแล้ว เพื่อไปดูแสงสีเขียวและพาครอบครัวไปพักผ่อน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองแต่อย่างใด โดยย้ำว่าตนเองไม่ได้ซีเรียสเรื่องการเมืองในช่วงนี้ และสามารถสังเกตได้จากการให้สัมภาษณ์ที่เป็นไปอย่างสบาย ๆ ไม่เหมือนในอดีต
กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเดินทางไปพักใจนั้น ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ตนเองเดินทางไปยุโรปทุกปีในช่วงนี้ เป็นการพักผ่อนตามปกติ และเป็นแผนที่เตรียมไว้ล่วงหน้ามานานแล้ว
สำหรับการประชุมพรรคในวันพรุ่งนี้ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติหลังการเลือกตั้ง โดยจะเป็นการพบปะและแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับเลือก รวมถึงพบปะสมาชิกในลำดับถัดไป ยืนยันว่าพรรคไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่สอบไม่ผ่านแล้วทิ้ง ซึ่งไม่ใช่สไตล์ของพรรค สิ่งสำคัญคือการพูดคุยให้ความรู้กับว่าที่ สส. ใหม่ เกี่ยวกับข้อควรระวังในการลงพื้นที่ในช่วงที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการรับรองผลการเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ในประเด็นนโยบายของพรรคกล้าธรรมที่หาเสียงไว้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตร หากไม่ได้ดูแลกระทรวงดังกล่าวจะส่งผลต่อการทำงานของพรรคหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ควรนำใจไปผูกกับตำแหน่ง เพราะการเป็นพรรคการเมืองสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน โดยยกตัวอย่างว่าตนเองเคยเป็นฝ่ายค้านมาก่อนและก็สามารถทำงานได้ดี
เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาล จะทำงานในฐานะฝ่ายค้านได้หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ความสำเร็จของนักการเมืองอยู่ที่การเลือกตั้งและการทำหน้าที่แทนประชาชน หากมีโอกาสเป็นรัฐบาลก็จะผลักดันนโยบายที่รับปากไว้ให้เป็นรูปธรรม แต่หากไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็ยังสามารถใช้กลไกของสภาและการลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานได้เช่นกัน พร้อมย้ำว่า ข่าวลือเรื่องโควตากระทรวงต่าง ๆ ที่ออกมานั้น ตนเองไม่ทราบว่ามาจากแหล่งข่าวใด และไม่เคยมีการพูดคุยกันตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
ภายหลังเสร็จสิ้นการให้สัมภาษณ์ ร้อยเอกธรรมนัสได้กล่าวแซวผู้สื่อข่าวกลับว่า จะถามอีกหรือไม่ เนื่องจากถูกถามตั้งแต่เช้า สาย บ่าย และเย็น จนไม่รู้จะนำอะไรมาพูดแล้ว ด้านผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า ที่ต้องถามซ้ำเพราะเผื่อจะมีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการยกหูกันเกิดขึ้น ด้านร้อยเอกธรรมนัสกล่าวต่อว่า สัญญาณโทรศัพท์นั้นเปิดตลอดเวลา และไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด