"อ.จรัญ" วิเคราะห์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง หากไม่รู้ว่าใครเลือกใคร ยังถือว่า "ลับ"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"จรัญ ภักดีธนากุล" อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วิเคราะห์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง หากกยังเปิดเผยต่อสาธารณะไม่ได้ว่าใครเลือกใคร ยังถือว่า "ลับ" ทั้ง 2 ฝ่ายต้องนำพยานหลักฐานพิสูจน์กันในศาล

ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ในรายการ เปิดโต๊ะข่าว ช่อง PPTVHD 36 วิเคราะห์กรณีที่มีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนเลือกตั้ง 2569 ว่า แม้ว่าหลักการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับจะถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หากมีการพิสูจน์ได้ว่าการลงคะแนนไม่ลับหรือไม่โดยตรงก็อาจจะขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ แต่กรณีเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569 ผลจะเป็นอย่างไรนั้น มีผู้แสดงความเห็นเป็น 2 ฝ่าย อาจเป็นเรื่องที่จะต้องมีการพิสูจน์พยานหลักฐานกันในศาลรัฐธรรมนูญ

ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล รายการเปิดโต๊ะข่าว
"อ.จรัญ" วิเคราะห์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง หากไม่รู้ว่าใครเลือกใคร ยังถือว่า "ลับ"

ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ กล่าวว่า มีข้อมูลที่มีการเผยแพร่กันล่าสุดและมีน้ำหนักค่อนข้างมาก คือ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2561 ที่วินิจฉัยว่า เจ้าหน้าที่ไปช่วยผู้พิการออกเสียงลงคะแนน ยังถือว่าเป็นการลงคะแนนลับอยู่ แม้ว่าจะไม่เป็นความลับสำหรับเจ้าหน้าที่ และไม่ลับสำหรับผู้พิการหลายคน แต่หากไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชน ให้ถือว่ายังเป็นความลับอยู่ ซึ่งจะไม่เหมือนกับคดีหันหลักออกนอกคูหาเลือกตั้งที่ทำให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ เมื่อปี 2549 เพราะสามารถเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นที่ประจักษ์ได้ว่าใครเลือกใคร

ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ กล่าวว่า เมื่อพิจารณากรณีที่มีบาร์โค้ด – คิวอาร์โค้ดในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะลับหรือไม่นั้น ส่วนตัวอยากจะใช้แนวทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2561 มาอ้างอิง ซึ่งดีกว่าไม่มีหลักเกณฑ์ ตราบใดที่ยังไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณชน เขายังล็อกไว้ได้ ไม่เปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะ ก็ยังถือว่าลับอยู่

เมื่อถามว่า หากมีคนพยายามนำบาร์โค้ดมาเชื่อมกับต้นขั้วและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน จะเป็นอย่างไร ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้กันในศาลรัฐธรรมนูญ ฝั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องพิสูจน์ว่าตัวล็อกที่มีอยู่ 3-4 ตัว สามารถกันคนนอกเข้าไปตรวจสอบว่าใครเลือกใครตามทฤษฎีได้หรือไม่ แม้ว่าโดยทฤษฎีอาจจะตรวจสอบได้ ซึ่ง กกต.ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ต้นขั้วที่สัมพันธ์กับบัตรเลือกตั้ง เขาเก็บแยกกัน และถึงแม้ว่าจะเช็กต้นขั้วกับบัตรเลือกตั้งได้ ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใครเลือกใคร จนกว่าจะต้องไปเช็กกับบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของหน่วยนั้นอีก

“ยกตัวอย่าง เมื่อผมไปเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้ง ตรวจสอบลำดับของตัวเองในบัญชีรายชื่อ จากนั้นไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่เอาบัตรประชาชนให้เขาดูว่าตรงกับฐานข้อมูลหรือไม่ จากนั้นก็แจกบตรเลือกตั้ง ฉีกออกจากต้นขั้ว แล้วให้ผมเซ็นชื่อไว้ที่ตั้นขั้ว ชื่อที่เซ็นไว้ก็บอกไม่ได้ว่าผมคือใคร เพราะลายเซ็นบอกชื่อคนไม่ได้ เพราะมันเซ็นยึกยือ ยึกยือ เพราะฉะนั้นยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนใช้บัตรใบนี้ แต่จะรู้ก็ต่อเมื่อ เอาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของหน่วยนั้นมาเทียบ แต่เขาก็แยกเก็บอีกแล้ว มันก็ไม่เปิดโอกาสให้คนนอก ไปเอา 3 ตัวนี้มาเชื่อมกัน แล้วแสดงให้เห็นว่ามันไม่ลับ”

ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ กล่าวด้วยว่า ในทางตรงกันข้าม หาก กกต. เปิดช่องทางให้คนนอกเอาข้อมูลออกไปได้ก็จะเป็นกรณีที่พิสูจน์ได้เลยว่า เป็นคนนอกที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทุจริตสามารถเชื่อมต้นขั้ว บัตรเลือกตั้ง และบัญชีรายชื่อเข้าด้วยกันได้ ทำให้รู้เลยว่า บัตรนี้ใครเป็นคนเลือกและเลือกใคร ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องที่ทำได้โดยทั่วไป เหมือนคดีหันหลังออกนอกคูหา นี่ก็จะถือว่าไม่ใช่การลงคะแนนลับ

“ต้องเอาหลักฐานไปสู้กันในศาลรัฐธรรมนูญ พิสูจน์กันว่าพยานหลักฐานใครดีกว่า กกต.ต้องเอาวิธีล็อกทั้งหมดไปแสดงให้ศาลเห็น ส่วนฝ่ายที่อ้างว่าไม่ลับต้องเอาหลักฐานไปแสดงให้เห็น หากมีตัวอย่างสักหนึ่งตัวอย่าง ต้องนำมาพิสูจน์ว่าไม่ใช่เป็ฯเพียงทฤษฎีเท่านั้น”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ