นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเดินทางปฏิบัติภารกิจที่ประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ว่า ได้มีโอกาสพบกับ ฌ็อง-นอแอล บาร์โร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศของฝรั่งเศส
“เราอยากให้การหยุดยิงเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ เป็นเพื่อนบ้านกันก็ต้องอยู่ด้วยกัน ได้รับประโยชน์ระหว่างกันแต่กัมพูชาก็ต้องมีท่าที่ ตอบสนองด้วย เราจะก้าวข้ามไม่ได้ถ้าเขาไม่มีท่าทีตอบสนอง แต่ถ้าไม่ตอบสนอง เราก็พร้อมที่จะเดินหน้า เราไม่ได้กลัว” นายสีหศักดิ์กล่าว
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่บอก ให้ทางฝรั่งเศสทราบว่า ขอให้เข้าใจว่า ไทยไม่ได้เป็นฝ่ายทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ ในขณะเดียวกัน ไทยก็พร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มที่ แต่เมื่อมีการหยุดยิงแล้ว ก็ต้องขอให้ฝ่ายกัมพูชามีท่าทีตอบสนอง และเดินหน้า ตามข้อตกลง ในการกล่าวถ้อยแถลงไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อพูดเรื่องไทย-กัมพูชา ยังมีวาระอื่นที่สร้างสรรค์อีก
เช่น การพบกับยูเนสโก ได้พูดคุยถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การจดทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกโลก ไม่ใช่คุยกันแค่เรื่องการโจมตีเขาพระวิหาร หรือแม้แต่การเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ก็อยากพูดเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ปรากฏว่า ต้องไปเสียเวลาพูดเรื่องไทย-กัมพูชา
ขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่กัมพูชามีโอกาสได้พูดบนเวทีโลก ก็มักจะพูดใส่ร้ายประเทศไทยอยู่เสมอ คิดว่าเป็นเรื่องความจำเป็นภายในของกัมพูชา เป็นสิ่งที่ ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาต้องทำ แต่การที่พูดแนวเดิมบ่อย ๆ ไม่มีแนวทางที่สร้างสรรค์ หลายประเทศคงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ไม่อยากใช้คำว่าเบื่อหน่าย แต่ฟังมาเยอะแล้ว แต่สิ่งที่นานาชาติอยากฟังคือจะแก้ปัญหาอย่างไร ส่วนไทยก็ชี้แจงท่าทีว่าข้อเท็จจริงคืออะไร เน้นย้ำว่าไทยมองไปข้างหน้า
และในอนาคตต้องเจอกับกัมพูชาอีกหลาย ๆ เวที นายสีหศักดิ์ระบุว่า หากไม่ชี้แจงตอบโต้ คนในประเทศไทยก็จะถามกลับมาว่า ทำไมไม่ตอบโต้ จึงต้องชี้แจง แต่ก็หวังว่า การที่กัมพูชาใช้แนวทางนี้ไปเรื่อย ๆ กัมพูชาจะเริ่มรู้สึกว่าไม่ได้ผล ควรจะมีการพูดคุยกันส่วนที่จะดึงประเทศที่สามเข้ามาก็ไม่มีปัญหา เพื่อมาสานสัมพันธ์ หรือมีการหารือกันอย่างสร้างสรรค์ แต่ไม่ใช่กลับไปแนวเดิม พร้อมย้ำว่า เราต้องเดินไปข้างหน้า