จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ "หมอเกศ" สว. หลังปรากฏข้อร้องเรียนเกี่ยวกับวุฒิการศึกษา อาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ ในการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4) และขอให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
ล่าสุดวันนี้ ศาลฎีกา มีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา
โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า น.ส.เกศกมล สมัครรับเลือกเป็น สว. กลุ่มที่ 19 โดยระบุในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ในประวัติการศึกษาว่า ศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Professor in Human Development) California University และระบุประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย
แต่เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน มีหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กลับพบว่าไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) และคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กำหนด
นอกจากนั้น สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยังไม่เคยพิจารณาเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาจาก แคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ (California University) และแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation)
อีกทั้ง น.ส.เกศกมล ให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนว่าไม่เคยทำงานในตำแหน่งศาสตราจารย์ โดยพยานเห็นว่าประสบการณ์ทำงานนั้นเป็นสาระสำคัญ ตำแหน่งศาสตราจารย์ลงในช่องประวัติการทำงานต้องมีการทำงานจริง ไม่ใช่การเทียบโอนคุณวุฒิทางการศึกษา
ดังนั้น การที่ น.ส.เกศกมล ระบุข้อมูลในแบบ สว. 3 ว่าเคยทำงานตำแหน่งศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เป็นการหลอกลวงและจูงใจให้เข้าใจผิดในเกียรติคุณ ชื่อเสียง เพื่อให้มีการลงคะแนนให้ รวมถึงทำให้ผู้สมัครอื่นเข้าใจผิดในสาระสำคัญของประวัติการทำงาน
ทำให้การเลือกที่ต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาคกันบนพื้นฐานของการนำเสนอข้อมูลประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานที่ตรงต่อความเป็นจริงของผู้สมัครแต่ละราย
รวมถึงการกระทำของ น.ส.เกศกมล จึงเป็นการทุจริตในการเลือก สว. มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ศาลจึงพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา