เลือกตั้ง 2569 : กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. จำลองเลือกตั้ง ถอดรหัสบัตร รู้ใครเลือกอะไร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"สมชัย" จับมือ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว.จัดจำลองเลือกตั้งพิสูจน์ถอดรหัสบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด พบตัวแทนนักสืบ 3 ทีม เช็กย้อนหลังได้ ใครกาเบอร์อะไรครบ

ในการจัดจำลองการเลือกตั้งโดยภาคประชาชน ร่วมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ ร่วมกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อศึกษาว่าการมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้หรือไม่

 

เลือกตั้ง 2569 ช่างภาพพีพีทีวี
กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. จำลองเลือกตั้ง ทีมแกะโค้ดถอดรหัสบัตร รู้ใครเลือกอะไร

โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม และนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ DomeCloud พร้อมทีมนักสืบที่จะมาร่วมถอดรหัสบัตรเลือกตั้งจำลอง, นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว., นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว., นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว., นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ, นายธนพร ศรียากูล นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง, นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นางสาวนารากร ติยายน อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์, นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์

โดยนายเจษฎ์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า ใครบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้โมฆะหรือไม่โมฆะ แสดงว่ามีธง ซึ่งตนไม่เคยพูดว่าโมฆะหรือไม่โมฆะ แต่พูดอยู่เสมอว่าระดับความลับของการเลือกตั้งมีอยู่ 3 ระดับ ได้แก่

1. เดินผ่านด้านหลังคูหาแล้วมีโอกาสเห็น 2. ระดับเจ้าหน้าที่ ที่ถูกตั้งคำถามว่าหัวกับหางมาเจอกันหรือไม่ 3.ความลับในระบบที่มีถึง 3 ชั้น ซึ่งเป็นข้อถกเถียงกันว่าสแกนบาร์โค้ดแล้วไปเจอหัวในระบบ จะตามเจอได้หรือไม่ และจะตามเจอได้อย่างไร

ขณะที่นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ตนได้ประสานนายสมชัยในแง่ข้อมูลความเสี่ยงในการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นข้อกังวลของหลายคนในขณะนี้ และเห็นว่าเป็นการดี หากจะทำให้ข้อมูลนี้มีความชัดเจน และควรมีพื้นที่ทำการศึกษาในเชิงวิชาการ โดย กมธ. สามารถเปิดพื้นที่ตรงนี้ได้ และให้เวทีในวันนี้เป็นการพิสูจน์ความเสี่ยงว่า การมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สามารถถูกตรวจสอบย้อนกลับไปจนรู้ว่าผู้มาใช้สิทธิ์เลือกใครได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เจตนารมณ์ในครั้งนี้ของ กมธ. เพื่อเป็นการศึกษาในเชิงวิชาการ เพราะขณะนี้ กมธ. กำลังทำรายงานเรื่องการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม คือการศึกษากระบวนการเลือกตั้ง ทั้งก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง และผลการพิสูจน์ในวันนี้จะนำไปศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในอนาคต

นายนรเศรษฐ์ ย้ำว่า ข้อสรุปในวันนี้จะไม่ใช่ประเด็น หรือการตีความในเรื่องข้อกฎหมายว่าลับหรือไม่ลับ หรือผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอาจไม่อยู่ในขอบข่ายที่ กมธ. ศึกษาในวันนี้ แต่เป็นการพิสูจน์ความเสี่ยงของการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น

ด้านนายสมชัย กล่าวชี้แจงกติกาว่า ขอตัวแทนประชาชน 10 คน แสดงตนเพื่อรับบัตร เข้าไปกาในคูหา และหย่อนบัตร โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ระหว่างที่อาสาสมัครรับบัตร เกิดไฟดับภายในห้องที่ใช้จำลองสถานการณ์ ทำให้นายสมชัยเอ่ยปากแซวว่า “เป็นการจำลองที่เสมือนจริง”

นายสมชัย กล่าวชี้แจงขั้นตอนต่อไปว่า การเลือกในวันนี้จะเป็นการลงคะแนนเลือกก๋วยเตี๋ยวที่ชอบ แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งประกอบด้วย ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น, ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ และก๋วยเตี๋ยวเป็ด หลังจากลงคะแนนแล้ว ขอให้อาสาสมัครถ่ายภาพบัตรที่ลงคะแนนไว้ และเก็บไว้กับตัวเองเป็นความลับ พร้อมย้ำว่า ตามขั้นตอนของ กกต. ไม่มีขั้นตอนนี้ และหากใครละเมิดจะถือว่าผิดกฎหมาย โดยหลังจากอาสาสมัครลงคะแนนแล้ว จะมีทีมนักสืบถอดรหัสว่าใครเลือกเมนูก๋วยเตี๋ยวแบบใด

ทั้งนี้ อาสาสมัครทั้ง 10 คน มีตัวแทนจากหลายภาคส่วน หนึ่งในนั้นมี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล รวมถึงตัวแทนจากสื่อมวลชน ขณะที่ทีมนักสืบมีจำนวน 5 ทีม จากหลากหลายช่วงวัยและอาชีพ

จากนั้นเริ่มนับคะแนน โดยสรุปผลพบว่า บัตรดี 7 ใบ บัตรเสีย 2 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ โดยนายสมชัยให้ทีมนักสืบถอดรหัสภายในเวลา 20 นาที

สำหรับผลการทดลองถอดรหัส พบว่า
คนแรก ทีมนักสืบจาก 5 ทีม ตอบถูก 4 ทีม
คนที่สอง ตอบถูกทั้ง 5 ทีม
คนที่สาม ตอบถูกทั้ง 5 ทีม
คนที่สี่ ตอบถูก 4 ทีม
คนที่ห้า ตอบถูก 4 ทีม
คนที่หก ตอบถูก 3 ทีม
คนที่เจ็ด ตอบถูก 4 ทีม
คนที่แปด ตอบถูกทั้ง 5 ทีม
คนที่เก้า ตอบถูก 4 ทีม
คนที่สิบ ตอบถูกทั้ง 5 ทีม

โดยมี 3 ทีมที่ตอบถูกครบ 10 ข้อ ได้เปิดเผยวิธีการคำนวณ ทีมแรกระบุว่า ใช้วิธีถ่ายภาพและใช้แอปยิง QR Code ทั่วไป แต่พบว่าใช้แอปพลิเคชัน LINE สแกนง่ายกว่า จึงสแกนบัตรเต็มใบ ซึ่งรวดเร็วกว่าการถ่ายภาพ และตรวจจับได้ไวมาก เพียงเก็บ QR Code ให้ครบ ก็รู้ได้ว่าบัตรเสียเพราะอะไร และเป็นของผู้ลงคะแนนลำดับใด รวมถึงทราบเหตุผลของการไม่ประสงค์ลงคะแนน

อีกทีมหนึ่งใช้วิธีถ่ายภาพนิ่งให้ชัดเจน แล้วนำมาสแกนรหัสและนำไปเทียบกับรายชื่อผู้ลงคะแนน แต่มีปัญหาในบางกรณีที่สแกนไม่ติด

ส่วนอีกทีม ใช้วิธีตีตาราง ไล่เรียงใบที่ 1 ขานอะไร และเมื่อสแกนแล้วได้รหัสอะไร ทำให้รู้ได้ว่าแต่ละลำดับเลือกอะไร ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่ทีมนี้เคยใช้ติดตามการลงคะแนนเลือก สว. และใช้เวลาเพียง 5 นาที หากมีการเตรียมการล่วงหน้าก็สามารถถอดรหัสได้ทั้งหมด

นายปริญญา กล่าวว่า เรื่องนี้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ต้องรอต้นขั้วหรือมีรายชื่อผู้ใช้สิทธิ์ ก็สามารถรู้ได้ และตั้งคำถามว่า กกต. จะมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยใดหรือเขตใดเป็นหัวคะแนน หรือไม่มีทางรู้ว่าใครเลือกใคร หากประชาชนเลือกมา ก็ต้องมีสิทธิ์กากบาทในแบบที่ต้องการ และไม่ต้องกลัวผลกระทบใด ๆ เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องคุ้มครองประชาชนที่มาใช้สิทธิ์ เพียงรู้ลำดับก็สามารถรู้ได้ว่าใครเลือกใคร

นายสมบัติ กล่าวว่า หากเรื่องนี้มีเจตนาซ่อนอยู่ ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก หากยืนยันจะใช้วิธีการนี้ต่อไปโดยบอกว่าเป็นความลับ ต่อให้ไม่มีการถ่ายรูปก็อาจมีวิธีอื่น พร้อมยกตัวอย่างกรณีนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งพบว่าจำนวนบัตรไม่ตรงกับการนับครั้งแรก จึงเสนอให้ กกต. เปิดหีบตรวจสอบบางส่วน อาจ 100–500 หน่วย ทำแบบเป็นทางลับ ไม่อนุญาตให้นำกล้องเข้าไปถ่ายระหว่างนับ เพื่อพิสูจน์ว่าคะแนนตรงกับที่รวบรวมไว้หรือไม่ เป็นการยืนยันความโปร่งใส และอาจชี้ให้เห็นว่าความคลาดเคลื่อนเกิดจากคณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.)
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ