นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังขึ้นไปพบนายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยระบุว่า จะนำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่มีการพูดถึงการตรึงราคาค่าขนส่ง ไปหารือในที่ประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยนายพิพัฒน์ ระบุว่า เป็นการหารือเพื่อดูเรื่องค่าขนส่ง ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม จะมีการประชุมกันในวันที่ 5 มี.ค. 69
เมื่อถามว่า มีนโยบายเรื่องค่าขนส่งอย่างไรบ้าง เพราะอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้านายพิพัฒน์ กล่าวว่านายกรัฐมนตรีให้ตรึงราคาไว้นานเท่าไหร่ เราก็ตรึงค่าขนส่งได้นานเท่านั้น ซึ่งเรามีเงินกองทุนน้ำมันเป็นตัวกันชนอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่า กองทุนน้ำมันมีขึ้น ๆ ลง ๆ เคยติดลบสูงสุดถึงแสนล้านบาท แต่ขณะนี้เราบวก
ดังนั้น ในเมื่อเหตุการณ์ไม่ปกติเหมือนตอนนี้ที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น เราสามารถนำเงินกองทุนน้ำมันเข้ามาชดเชย เพื่อทำให้ราคาไม่วิ่งขึ้นไป เหมือนราคาน้ำมันดิบของตลาดโลก
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางเพิ่มเติม หากพ้นระยะเวลาตรึงราคาน้ำมัน 15 วันหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งหมดอยู่ที่นโยบายของนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อตรึงราคาครบ 15 วันแล้ว เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ถ้าเหตุการณ์ยังเดินหน้าต่อไปอีก เราก็สามารถตรึงราคาต่อไปได้ โดยเอาตัวกองทุนน้ำมันมาเป็นตัวซัพพอร์ต
เมื่อถามว่าประชาชนไม่ต้องกังวลว่าหากพ้นเวลา 15 วัน จะมีการขึ้นราคาเชื้อเพลิงใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล ยืนยันว่าไม่มีเพราะมีกองทุนน้ำมันเป็นตัวซัปพอร์ต
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 มี.ค. นี้ จะมีการออกประกาศของกระทรวงคมนาคม ในการสั่งห้ามขึ้นราคารถโดยสารสาธารณะ ทั้งแท็กซี่ แกร็บ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นต้น ห้ามขึ้นราคา หากมีการฉวยโอกาส จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย