ที่กรมการข้าว ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสถาปนากรมการข้าว เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการภายในงาน
ภายหลังการเยี่ยมชมนิทรรศการ ร้อยเอกธรรมนัสให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาด้านการเกษตรถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่แล้ว แม้ในภาวะปกติการบริหารจัดการก็เป็นงานที่หนัก แต่ในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความตึงเครียดและความขัดแย้งหรือภาวะสงครามในบางพื้นที่
ยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคการเกษตร ทำให้การทำงานต้องเข้มข้นและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ร้อยเอกธรรมนัส มองว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อให้ภาคการเกษตรมีความพร้อมรับมือกับความผันผวนต่าง ๆ เพราะหากไม่มีการเตรียมการที่ดี อาจส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ และทำให้การบริหารประเทศเป็นไปได้ยาก
ส่วนกรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาเป็นระยะเวลานาน หากต้องเปลี่ยนบทบาทไปทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ จะยังสามารถเดินหน้าผลักดันการดูแลภาคการเกษตรได้หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสระบุว่า แม้จะทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ยังสามารถขับเคลื่อนและเสนอแนวทางต่อรัฐบาลได้ ผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎรหรือการทำงานในคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ซึ่งยังสามารถทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารเพื่อดูแลภาคการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีปัญหา
ส่วนเหตุผลในการโหวตประธานสภาเมื่อวานนี้ในส่วนของพรรคกล้าธรรมมีการโหวตงดออกเสียง นั้น ร้อยเอกธรรมนัส ชี้แจงว่า เราเห็นว่าไม่มีบุคคลที่เรามองว่าเห็นชอบด้วย ก็งดออกเสียงดีกว่า ไม่โจมตีใครทั้งนั้น
ส่วนกรณีที่มีคนจากพรรคประชาชนมองว่าพรรคที่ไม่โหวตให้เป็นพรรคที่รอร่วมรัฐบาล นั้น ว่าร้อยเอกธรรมนัส โต้กลับว่า “ไม่ครับ” เราต้องมีหลักการของพรรคของเรา และพรรคกล้าธรรมเราก็ต้องมีอุดมการณ์ของตัวเอง เรามีจุดยืนของตัวเองชัดเจน และไม่ใช่ตนเองตัดสินเพียงคนเดียว แต่เป็นมติของพรรคก่อนจะเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง
ส่วนในการประชุมครั้งต่อไปจะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีทางกล้าธรรมจะมีการเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้าชิงด้วยหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “ไม่แน่ ก็ไม่แน่ ก็รอประชุม”
เมื่อถามต่อว่าได้มีการพูดคุยกับทางด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “อ๋อยังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย ไม่มีโอกาสได้เจอกัน”
ส่วนกรณีที่ทางด้านนายอนุทินกล่าวว่าร้อยเอกธรรมนัสเป็นเพื่อนที่ไม่มีวันหมดอายุนั้น ร้อยเอกธรรมนัส ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ท่านหมายถึงผมหรือเปล่า” การใช้ชีวิตของตนเองที่ตนเองมีเพื่อนพี่น้องเยอะ หนึ่งคือตนเองไม่ฆ่านายไม่ขายเพื่อนและสำคัญที่สุดความเป็นเพื่อนโดยเฉพาะที่ตัวเองจบนักเรียนเหล่ามา มีการเน้นสำคัญมากว่าเพื่อนไม่มีวันตาย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่านายอนุทินยังเป็นเพื่อนที่ไม่มีวันตายใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “ก็ถ้าท่านหมายถึงผม ผมก็หมายถึงท่านนั่นแหละครับ”
เมื่อถามต่อว่าถ้าเพื่อนไม่มีวันตายเราจะสนับสนุนเพื่อนเป็นนายกหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า อันนั้นเป็นเรื่องการเมืองคนละเรื่องกัน
ทั้งนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวถึงเรื่องการทำงานว่า จะทำงานจนถึงวันสุดท้าย ส่วนของที่ทำเนียบเป็นพระและโต๊ะส่วนตัวก็เลยมีการเริ่มเก็บไปแล้ว ส่วนที่กระทรวงเกษตรยังไม่ได้เก็บ
ผู้สื่อข่าวจึงแซวกลับว่าเจ็บไม่นานเดี๋ยวกลับมาใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ยิ้มกล่าวว่า “เธอก็ชอบหาเรื่องอยู่เรื่อย”