ศาลสั่งแก้คำฟ้องคดีบาร์โค้คบัตรเลือกตั้ง สั่ง กกต. แจง 3 ปมสำคัญ!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยังไม่รับฟ้องคดีบาร์โค้คบัตรเลือกตั้ง สั่งพรรค ปชน.แก้คำฟ้อง พร้อมให้ กกต. ตอบคำถาม 3 ปมสำคัญภายใน 1 เดือน!

วันที่ 24 มี.ค. 2569 นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางเข้าศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง ในคดีที่พรรคประชาชน และพวกรวม 4 คน ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวกรวม 9 คน ในฐานความผิดทางอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ จากกรณีมีการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง

วาโย อัศวรุ่งเรือง สตริงเกอร์ กทม.
นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน

โดยภายหลังการรับฟังคำสั่งศาล นพ.วาโย เปิดเผยว่า ศาลมีคำสั่งให้ฝ่ายโจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องในบางประเด็น โดยเฉพาะเรื่องเจตนาพิเศษตามมาตรา 157 รวมถึงเปิดโอกาสให้เพิ่มเติมข้อกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้คำฟ้องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ภายในระยะเวลา 30 วัน

ขณะเดียวกัน ศาลยังมีคำสั่งให้ กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นภายในวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยตั้งคำถามสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่

1. ความหมายของคำว่า “การลงคะแนนลับ” ตามรัฐธรรมนูญ 2560

2. อำนาจตามกฎหมายหรือระเบียบใดที่ใช้ในการใส่สัญลักษณ์ QR โค้ดในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และบาร์โค้ดในบัตรแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงเหตุผลของการดำเนินการ และผลกระทบต่อการเปิดเผยตัวตนผู้ลงคะแนน

3. หากสัญลักษณ์ดังกล่าวสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีกระบวนการ หลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขในการตรวจสอบอย่างไร

ทั้งนี้ ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องในขณะนี้ แต่ใช้อำนาจตามข้อบังคับประธานศาลฎีกา พ.ศ.2560 ในการให้คู่ความอีกฝ่ายชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณา

นพ.วาโย มองว่า คำสั่งดังกล่าวถือเป็น “สัญญาณเชิงบวก” เนื่องจากโดยแนวปฏิบัติ หากศาลเปิดโอกาสให้แก้ไขคำฟ้องและสามารถดำเนินการได้ครบถ้วน ก็มักมีแนวโน้มที่จะรับคำฟ้อง มากกว่าการยกคำร้องทันที

นอกจากนี้ ศาลได้นัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันที่ 24 มิ.ย. 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนว่าศาลจะรับฟ้องหรือไม่ โดยฝ่ายโจทก์สามารถยื่นคัดค้านคำชี้แจงของ กกต. ได้ภายในวันที่ 17 มิ.ย. 2569

สำหรับประเด็นคำชี้แจงของ กกต. เกี่ยวกับความหมายของ “การลงคะแนนลับ” นพ.วาโย ระบุว่า ฝ่ายตนได้อ้างอิงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญจากเอกสารของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไว้แล้ว แต่ยังต้องรอดูว่าทาง กกต. จะใช้อ้างอิงแหล่งใดในการชี้แจงต่อศาล

ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้องเกี่ยวกับคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งก่อนหน้านี้ นพ.วาโย เห็นว่าเป็นคนละคดีกัน ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. จะออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าการเลือกตั้งที่ผ่านยังเป็นการลงคะแนนโดยลับ ซึ่งการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นเพียง “ความเห็น” ที่อาจประกอบด้วยข้อเท็จจริงในการทำงาน แต่ในการชี้แจงต่อศาล ไม่ว่าจะเป็นศาลอาญาคดีทุจริตฯ หรือศาลรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องอาศัยพยานหลักฐานและข้อกฎหมายมาสนับสนุน ไม่สามารถใช้เพียงความเห็นส่วนบุคคลได้

ในมิติทางการเมือง นพ.วาโย มองว่า คดีในศาลอาญาทุจริตไม่น่าจะส่งผลโดยตรงต่อสถานการณ์การเมือง เนื่องจากกระบวนการพิจารณาอาจใช้เวลานานหลายปี แตกต่างจากศาลรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจวินิจฉัยซึ่งอาจส่งผลต่อสถานะของการเลือกตั้งได้โดยตรง หากมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็จะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่และส่งผลกระทบทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม หากมีข้อเท็จจริงใหม่เกิดขึ้นจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ฝ่ายโจทก์ก็อาจนำมาใช้ประกอบหรือยื่นเพิ่มเติมในคดีนี้ต่อไปได้ โดยขณะนี้ทุกฝ่ายยังต้องรอคำชี้แจงจาก กกต. ภายในกรอบเวลาที่ศาลกำหนดต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ