ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอญัตติให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วน ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและพลังงานของประเทศ
ด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ลุกขึ้นเสนอให้สภาฯ พิจารณาแนวทางรับมือวิกฤตจากสงครามตะวันออกกลาง
โดยชี้ว่า วิกฤตครั้งนี้ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในวงกว้าง และเป็นปัญหาที่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เนื่องจากทุกฝ่ายต่างได้รับผลกระทบร่วมกัน
นายเอกนัฏ เผยว่า สถานการณ์สู้รบระหว่างประเทศมหาอำนาจในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดความกังวลเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งสะท้อนจากภาพประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมากต้องต่อคิวเติมน้ำมัน แต่กลับไม่สามารถเติมได้ แม้ภาครัฐจะมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
นายเอกนัฏ ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ใช้มาตรการตามกฎหมายเพื่อควบคุมสถานการณ์ ทั้งการระงับการส่งออกน้ำมันบางส่วน การเร่งจัดหาน้ำมันดิบเข้าสู่ระบบ และการกำกับดูแลราคาน้ำมัน เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนอย่างชัดเจน
นายเอกนัฏ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของข้อมูลระหว่างภาครัฐและภาคปฏิบัติ โดยระบุว่า แม้กระทรวงพลังงานจะรายงานว่ามีการกลั่นน้ำมันและส่งออกสู่ระบบในปริมาณเพียงพอ แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่าปั๊มน้ำมันและผู้ประกอบการจำนวนมากได้รับน้ำมันลดลง หรือไม่สามารถจัดหาน้ำมันได้ตามปกติ
นายเอกนัฏ เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเปิดเผยข้อมูลน้ำมันในทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส ตั้งแต่การนำเข้า การกลั่น การจัดเก็บ และการกระจายสู่ผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ และลดความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นในสังคม พร้อมเสนอให้ภาครัฐใช้มาตรการเข้มงวดกับผู้ประกอบการที่อาจฉวยโอกาสกักตุนหรือปรับราคาสูงเกินจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเห็นว่าควรมีการทบทวนโครงสร้าง เนื่องจากอาจเป็นการผลักภาระต้นทุนไปยังอนาคตของประเทศ พร้อมกับเสนอให้พิจารณาปรับระบบการสำรองน้ำมันของประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว แทนการพึ่งพาการสำรองในเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ นายเอกนัฏ ได้ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในอนาคต ให้ใช้ความกล้าและเจตจำนงทางการเมืองในการแก้ไขปัญหา โดยย้ำว่าควรรับฟังเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที